ขอให้มีอายุสั้นลง สั้นลงในสังสารวัฏ ... สนทนาธรรมที่เชียงใหม่ เช้า 14/1/69

 
nattawan
วันที่  14 ม.ค. 2569
หมายเลข  51836
อ่าน  169

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

รู้จักพระพุทธเจ้าเพิ่มขึ้นทุกขณะที่เข้าใจความจริงที่พระองค์ทรงประจักษ์แจ้ง

เดี๋ยวนี้มีสิ่งที่กำลังมีจริงๆ เข้าใจสิ่งที่มีจริงจากการที่ได้ฟังคำที่พระองค์ทรงแสดง 45 พรรษา นั่นคือเริ่มเห็นพระคุณที่สูงยิ่งและลึกซึ้งอย่างยิ่ง

ถ้าไม่มีความเข้าใจจะรู้จักพระพุทธเจ้าได้อย่างไร ไม่มีทางเลยเพราะฉะนั้นจะรู้จักพระองค์เพิ่มขึ้น ... ลึกซึ้งขึ้น ... บูชาสูงสุดยิ่งขึ้น ก็เมื่อได้มีความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น

ความจริงที่จะปรากฏให้รู้แจ้งไม่ห่างไกลเลย ทุกขณะเดี๋ยวนี้เอง

ทำไมเขาอายุยืนและทำอย่างไรเราจะอายุยืน ไม่มีทางพ้นจากเราเลย ยังเต็มที่ ไม่ว่าจะเห็น ... เรา ได้ยิน ... เราคิดนึก ... เรา อยู่ในโลกของอัตตา ไม่ใช่เฉพาะชาตินี้ นานแสนนานมาแล้วจนเป็นปัจจัยให้ชาตินี้ก็เป็นเราตลอดชีวิต ... ถ้ามีทางได้เข้าใจความลึกซึ้ง จึงจะรู้ว่าห่างไกลแสนไกลกับแต่ละคำๆ ที่พระพุทธเจ้าตรัส ต้องพิจารณาอย่างละเอียดยิ่ง ถึงสามารถจะเข้าใจได้ในความลึกซึ้ง

เห็นเกิดแล้วดับแล้วก็ไม่รู้ เห็นถึงความห่างไกลของการที่จะได้รู้จักพระพุทธเจ้า

มีท่านหนึ่งอวยพรท่านอาจารย์ในวันเกิด "ขอให้มีอายุสั้นลง สั้นลงในสังสารวัฏ" ยังไม่เคยได้ยินคำอวยพรแบบนี้ใช่ไหม?! แทนที่จะให้อายุยืนยาว ก็ขอให้อายุสั้นลง สั้นลงในสังสารวัฏ เป็นคำอวยพรที่น่าคิดมาก ... ผู้นั้นมีความหวังดีระดับไหนที่จะให้อายุสั้นลงในสังสารวัฏ

หวังว่าทุกท่านก็จะเป็นอย่างนี้ด้วยความอดทน เห็นความห่างไกลอย่างยิ่งของความไม่รู้ เห็นเดี๋ยวนี้ไม่รู้อะไรทั้งหมด แล้วพระพุทธเจ้าตรัสว่า สิ่งที่มีจริง ... มีจริง ... ภาษาบาลีใช้คำว่าธรรมะ ... ธรรมะเป็นอนัตตา จิตหนึ่งขณะรู้เพียงหนึ่ง แค่นี้จำไว้มั่นคงแค่ไหน รู้เพียงหนึ่งที่ปรากฏ ... กว่าจะถึง ... เป็นคนไปแล้ว เป็นศีรษะ เป็นผม เป็นทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว

เพราะฉะนั้นต้องมีความอดทนอย่างยิ่ง ที่จะไม่ผิดหรือคลาดเคลื่อนไปจากแต่ละคำที่ได้ฟัง ทุกคำต้องตรง ... ไม่มีเรา!!

ภาพ พี่แอ๊ว นภา ขออนุโมทนาค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
nattawan
วันที่ 14 ม.ค. 2569

ค่อยๆ ศึกษาสิ่งที่มีจริงๆ ในชีวิตประจำวัน ค่อยๆ เข้าใจว่า สิ่งนั้นมีจริงๆ เป็นธรรมะไม่ใช่เรา

ฟังไปเพื่อพิจารณาไตร่ตรอง ขณะที่ฟังเข้าใจขึ้น นี่คือมรรค หนทางเดียวที่จะประจักษ์แจ้งความจริงซึ่งได้ฟังทุกวัน ธรรมะเกิด เกิดแล้วดับทันที ... พระพุทธเจ้าตรัสให้ระลึกได้เสมอว่า จะรู้ความจริงก็คือรู้ความจริงของสิ่งที่เกิดแล้วเดี๋ยวนี้ ถ้ายังไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ความจริงคืออะไร มีหนทางไหมที่จะรู้ความจริง?!

ทุกคำที่พูดมีจริง แต่ไม่รู้ว่าแต่ละหนึ่งมีจริงเป็นธรรมะ แต่เป็นเราไปหมดเพราะฉะนั้นลึกซึ้งแค่ไหน ไม่ประมาทเลย อยากเมื่อไหร่ปิดกั้นทันที เพราะไม่รู้จึงอยาก จึงชอบ จึงหวัง

เพราะฉะนั้นหนทางที่เป็นเรื่องละ ยิ่งเข้าใจยิ่งลึกซึ้ง จนไม่เหลือเลยแม้ในจิตที่เคยสะสมอกุศลมา แม้ไม่เกิดเป็นอนุสัยก็เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดเป็นอกุศลนั้นๆ กว่าจะหมดไม่เหลือเลยในอกุศลทุกประเภท จนถึงความเป็นพระอรหันต์ แม้กุศลก็ไม่มีที่จะเกิดเพราะกุศลและอกุศลเป็นเหตุที่จะให้เกิดผล และผลคือเดี๋ยวนี้ที่กำลังเห็น ... กำลังฟัง

เพราะฉะนั้นธรรมะก็เป็นเรื่องเข้าใจเมื่อฟังด้วยความเคารพสูงสุดในความลึกซึ้งอย่างยิ่งของพระปัญญาของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นทุกขณะที่ได้ฟังก็รู้ว่าฟังเพื่ออะไร ฟังเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่ออยากจะถึง ... ถึงไหน ... ถึงแล้วด้วยอกุศลตลอดเวลาที่อยาก ไม่ต้องรอช้าเลย

สนทนาธรรมเพื่อเห็นความลึกซึ้งยิ่งขึ้นทีละเล็กทีละน้อยตามที่สามารถจะเข้าใจได้ว่า สิ่งที่กล่าวเป็นความจริงทุกคำประจักษ์แจ้งได้

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
nattawan
วันที่ 14 ม.ค. 2569

อยู่ไป ... อยู่ไปก็ถึง ... ถึงอะไร ... ถึงเห็นอีก ถึงได้ยินอีก ถึงได้กลิ่นอีก ถึงลิ้มรสอีก ถึงกระทบสัมผัสอีก ถึงจำคิดนึกทางใจอีก ... ใช่ไหม? ถ้าคิดให้ละเอียด อยู่ไป อยู่ไปก็ถึง นี่กำลังอยู่ไป อยู่ไปแล้วก็ถึงด้วย เมื่อกี้นี้หมดแล้วดับแล้ว อยู่ไปก็ถึงเห็นอีก อยู่ไปก็ถึงได้ยินอีก ไม่รู้แน่นอนถ้าไม่ได้ฟังคำของพระพุทธเจ้า จะไม่รู้จักพระองค์จนกว่าจะเห็นความลึกซึ้งทุกคำ แล้วเราก็ใช้คำว่าสังสารวัฏ วนเวียนทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจทุกชาติไม่จบไม่สิ้น ก็ถึงขณะนี้ เดี๋ยวนี้เองถึงแล้วทุกคน แล้วก็ถึงต่อไปอีกๆ ไม่มีวันจบ ถ้าไม่ดับเหตุที่จะทำให้เกิด ... ต้องเกิด

พระธรรมทั้งหมดที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง แสดงถึงสิ่งที่มีจริงๆ ทั้งหมด เพื่อความเข้าใจที่มั่นคง ชัดเจนและไม่ลืมว่า พระธรรมลึกซึ้งขนาดไหน!!!

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
chatchai.k
วันที่ 16 ม.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ