การรับผลของกรรม มี ๕ ทาง

 
nattawan
วันที่  10 ม.ค. 2569
หมายเลข  51818
อ่าน  47

ผู้ฟัง ถ้าเราไปว่าคนอื่น ถ้าเราจะไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีแก่เรา เราจะคิดกลับไปไหมว่านั่นเป็นวิบากที่เขาจะต้องรับเสียงไม่ดีอย่างนั้น

ท่านอาจารย์ ต้องเป็นผู้ตรง คือก่อนอื่นต้องรู้ว่า การรับผลของกรรม มี ๕ ทาง คือ ทางตา ขณะที่เพียงเห็น ยังไม่คิด เพียงเห็น เราเลือกเห็นไม่ได้ ทุกคนอยากจะเห็นสิ่งสวยๆ งามๆ ทั้งนั้น แต่ว่าบางคนก็ได้เห็น บางคนก็ไม่เห็น ขณะที่ได้ยิน ชั่วขณะที่ได้ยิน ยังไม่ได้คิด เพราะว่าพอได้ยินแล้วคิด นั่นไม่ใช่วิบากแล้ว ไม่ใช่ผลของกรรมแล้ว ขณะที่คิด คิดดีก็ได้ คิดไม่ดีก็ได้ ต้องแยกว่า แค่ตาเห็นเป็นผลของกรรม แต่หลังจากเห็นแล้วคิด นั่นเป็นเหตุที่จะทำให้เกิดผลข้างหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นที่เราได้ยินเสียงที่ไม่ดี เป็นผลของอกุศลกรรม แต่เวลาเราคิดว่า เขาว่าเรา จิตอะไรที่คิด เป็นเหตุใหม่ แล้วเราคิดถึงเขาด้วยเมตตาหรือด้วยอกุศลจิต จิตที่ดีเกิดขึ้นหรือจิตที่ไม่ดีเกิดขึ้น และจิตที่ไม่ดีจะสะสมไปเรื่อยๆ เหตุการณ์ที่ถนนเพชรบุรี ที่มีแก๊สระเบิด ไปทางไหนก็มีแต่คนสงสารทั้งนั้นเลย สงสารเหลือเกิน ทำไมเขาต้องเป็นอย่างนั้น แล้วทำไมไม่สงสารตั้งแต่เขาเริ่มทำอกุศลกรรม ซึ่งเป็นเหตุที่เขาจะต้องได้รับผลนั้น ถ้าเขาไม่ทำอกุศลกรรมมา วิบากอย่างนั้นจะไม่เกิดกับเขาเลย คนที่ได้รับผล ต้องเป็นผลของอกุศลกรรมที่เขาทำแล้ว

แล้วทำไมเราสงสารเขาช้า ไปสงสารตอนที่เขาได้รับผล สงสารตั้งแต่เขาเริ่มทำอกุศลกรรมไม่เร็วกว่าหรือ ทำไมต้องไปจงเกลียดจงชัง หรือไปว่าร้าย ในเมื่อสิ่งนั้นเขาก็ได้ทำไปแล้ว และก็เป็นอกุศลด้วย เพราะฉะนั้นพระธรรม ท่านอุปมาว่า เหมือนกระจกเงา ซึ่งติดตามเราไปตลอด สามารถที่จะส่องถึงใจของเราทันทีที่เราพูดหรือคิด ให้รู้ว่าขณะนั้น เป็นกุศลจิตหรือเป็นอกุศลจิต ทำให้เราต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นกุศลกรรมของเขา หรืออะไร ไม่ต้องคิดเลย เพราะเหตุว่านั่นเป็นโลกอีกใบหนึ่ง แต่โลกใบนี้ เป็นกุศลหรือเป็นอกุศลที่กำลังคิดอย่างนั้น

ปกิณณกธรรม ตอนที่ 6

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
พรปวีณ์
วันที่ 11 ม.ค. 2569

น้อมกราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในความเมตตาเกื้อกูลธรรม อนุโมทนาในกุศลจิต สาธุค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ