ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๗๔๙

 
khampan.a
วันที่  28 ธ.ค. 2568
หมายเลข  51734
อ่าน  1,059

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษา และพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๗๔๙



~ เห็นพระคุณยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไหม? เคยเห็นผิดมานานเท่าไหร่ทุกชาติในสังสารวัฏฏ์ แม้ก่อนจะได้ฟังพระธรรม ก็เห็นผิด แต่สามารถเริ่มเห็นถูกได้ จึงเคารพบูชาสูงสุดในผู้ที่ทำให้สามารถรู้ความจริงซึ่งไม่เคยรู้มาเลยในสังสารวัฏฏ์ ถ้าฟังต่อไปค่อยๆ เข้าใจขึ้น จนกระทั่งถึงวาระที่สามารถรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังเกิดดับเดี๋ยวนี้ เมื่อนั้นจะไม่มีความสงสัยในการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~
ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อผู้ที่มีกิเลส จะได้รู้ความจริง เพื่อละกิเลส ต้องไม่ลืม ทุกครั้งที่ฟังพระธรรม จุดประสงค์คือ เห็นตัวเองตามความเป็นจริง และปัญญาความเข้าใจนั้นก็ทำกิจเพิ่มขึ้น สามารถที่จะมีกุศล แทนอกุศลได้ในทุกกรณี

*** ~
ธรรมเป็นเรื่องที่ละเอียด และยากมาก ผู้ที่ได้ศึกษาวิชาต่างๆ มาก่อน แต่เมื่อมาศึกษาวิชาทางธรรม ทุกท่านก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีอะไรที่จะยากเท่ากับธรรม ก็ต้องยากอย่างนี้ เพราะเป็นพระธรรมที่ทรงแสดงโดยพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงตรัสรู้สภาพธรรมที่เป็นความจริง***

~
ต้องฟังด้วยความอดทนที่รู้ว่า ธรรมยาก ยากเพราะไม่รู้ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเรื่องสิ่งที่มีอยู่จริงคือเห็นเดี๋ยวนี้ ไม่ได้ตรัสถึงเรื่องอื่นเลย ได้ยินเดี๋ยวนี้ คิดเดี๋ยวนี้ จำเดี๋ยวนี้ ให้รู้ว่าความจริงมีแต่ไม่รู้จึงยึดถือว่าเป็นเรา เป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้เพราะฉะนั้นต้องไม่ลืมว่าทุกคำเพื่อให้รู้ความจริงว่าธรรม ไม่ใช่เรา

~
ธรรมแต่ละหนึ่งก็เป็นธรรมแต่ละหนึ่ง ปะปนกันไม่ได้ จึงเป็นอนัตตาไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย เป็นธรรมแต่ละหนึ่ง จนกว่าจะไม่มีเราจริงๆ มั่นคงในขั้นฟัง จนสามารถที่จะค่อยๆ รู้ตรงแต่ละหนึ่งที่กำลังปรากฏด้วยความค่อยๆ เข้าใจในความจริงตามที่ได้ฟัง ตรงกัน ต่างกันไม่ได้เลย

~
ฟังธรรมเพื่อเข้าใจ เข้าใจนั่นแหละไม่ใช่เราหรือใครเลย ถ้าไม่เข้าใจก็ยังเห็นผิดต่อไป แต่พอเข้าใจแล้วเริ่มรู้ว่า ตาไม่ใช่ของใคร ตาเป็นตา ค่อยๆ คลายไปทีละน้อยที่จะยึดถือจนประจักษ์แจ้งในการที่สิ่งนั้นเกิดแล้วดับ เป็นอะไรไม่ได้ เพราะดับแล้วไม่เหลือจะเป็นอะไรของใคร

~
ฟังแล้วรู้ว่าก่อนฟังอยู่ในความมืดด้วยความไม่รู้ ค่อยๆ สะสมความเข้าใจไปเรื่อยๆ จนมั่นคง ถ้าไม่รู้ว่าเป็นธรรมก็จะไม่ละอะไรเลย เพราะฉะนั้น ฟังและเข้าใจทีละเล็กทีละน้อยจนกว่าจะมั่นคง จนกว่าจะปรากฏความไม่ใช่เราตามความเป็นจริง

~
ต้องค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ เข้าใจว่า ธรรมหลากหลายมาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโดยละเอียดให้รู้ว่าขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะมีปรุงแต่งอาศัยกันและกันเกิดขึ้นในขณะนั้นไม่ได้ แต่ทุกขณะก็หลากหลายตามสภาพธรรมที่เกิดขึ้นหลากหลาย เป็นปัจจัยให้เกิดสภาพธรรมที่เพียงมีปัจจัยทำให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะหลากหลายปานใดก็เกิดแล้วดับไม่กลับมาอีกเลย

~
ที่เรายึดถือว่าเป็นเรา ก็คือ ธรรมที่เป็นนามธรรม และรูปธรรมนั่นเอง เพราะความไม่รู้ ซึ่งการเกิดขึ้นและดับไปของทั้งนามธรรม และรูปธรรม เกิดแล้วดับแล้ว อย่างไหนจะเป็นเรา รูปก็เกิด และดับไปหมด เป็นเราไม่ได้ เป็นของเราไม่ได้เพราะไม่มีแล้ว จิตและเจตสิกซึ่งเกิดแล้วก็ดับไปทุกๆ ขณะ ก็หมดไปแล้ว จะเป็นของเราไม่ได้ ของใครไม่ได้เพราะไม่มีแล้ว แม้ขณะที่กำลังเกิดขึ้น ก็เป็นสภาพธรรมแต่ละอย่าง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะแต่ละอย่างๆ เป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน

~
ยุคนี้สมัยนี้ยากแสนยากที่จะได้ฟังธรรมเห็นว่าลึกซึ้งจนกระทั่งรู้จักพระคุณของพระพุทธเจ้า ถ้าไม่ได้ยินได้ฟังเลยเป็นอย่างไร คิดดู เพราะฉะนั้น ต้องฟังด้วยความเคารพจริงๆ ว่ายาก ลึกซึ้ง ละเอียด ไม่ใช่จะรู้ได้โดยง่าย

~
ความไม่ดีมีแค่ไหน ถ้าไม่รู้ก็ไม่ละ แล้วจะละทีเดียวหมดก็ไม่ได้ กว่าจะละทีละน้อยกว่าจะหมดความไม่ดีซึ่งเยอะกว่ามาก ทั้งวันลองหาความดีสิขณะไหน แล้วอย่างนี้จะไม่บำเพ็ญบารมีหรือ ถ้ารู้ว่ามีแต่ความไม่ดีเร็วมากตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าความไม่ดีมากกว่าความดีแค่ไหน

~
จะเห็นกันอีกไม่นาน จะรู้จักกันอีกไม่นาน ต่างคนต่างไปเหมือนกับต่างคนต่างมา มาจากไหนชาติก่อน สวรรค์ชั้นไหน ตระกูลไหน ทวีปไหน โลกไหนก็ไม่มีใครรู้จักเลยว่าชาติก่อนเป็นใครมาแล้ว แต่ชาตินี้เป็นอย่างนี้ อีกไม่นานก็จะจบ หมดสิ้นความเป็นบุคคลในชาตินี้ แล้วก็เป็นคนใหม่ตามเหตุที่ได้กระทำแล้วคือกรรมดีและกรรมชั่ว

*** ~
ถ้าเห็นโทษของความไม่ดี ชาตินี้ก็เป็นคนดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ด้วยการเข้าใจธรรมขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ชีวิตไม่เที่ยงไม่แน่นอน จะพ้นจากความเป็นบุคคลนี้เมื่อไหร่? แต่ตราบใดที่ยังเป็นโอกาสที่จะทำความดี คนนั้นก็จะไม่ละเลยที่จะทำความดี ขณะใดที่ทำความดี เพราะมีความเข้าใจจริงๆ ว่า จะอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน จะเป็นคนนี้อีกไม่นาน แล้วอะไรเป็นที่พึ่ง เพราะฉะนั้น ที่จะเป็นที่พึ่งได้จริงๆ ต้องเป็นความเข้าใจ***

*** ~
ขณะใดที่เข้าใจ ขณะนั้นความโกรธก็น้อยลง ความติดข้องก็น้อยลง ทุกอย่างที่นำความเดือดร้อนมาให้ ก็น้อยลง จนกระทั่งรู้จริงๆ ว่า อะไรเป็นสิ่งที่ควรที่จะไม่เกิดอีก เพราะเกิดแล้วก็หมด ถ้าไม่ประจักษ์การเกิดแล้วหมด ก็ยังหลงพอใจในสิ่งที่เกิดแล้วดับสืบต่อ เหมือนไม่ดับไปเลย เหมือนยังมีอยู่ให้ชอบให้ติดข้อง***

~
เกิดมาแล้วก็จากไป จากไม่มี ไม่ได้เกิดในโลกนี้ แล้วก็มาเกิดเป็นอย่างนี้ๆ แล้วก็จากโลกนี้ไป เป็นอย่างไร เหนื่อยไหม สนุกไหม โศกเศร้าทุกข์ร้อนไหม ดีใจไหม แต่ทุกอย่างก็หมดไป ลาภมีไหม ยศมีไหม ติดข้องหรือเปล่าปรารถนาหรือเปล่าแล้วได้อะไร ขวนขวายหมดเลยแล้วได้อะไร ไม่ได้อะไรเลย จากไปร่างกายก็เอาไปไม่ได้

~ สิ่งหนึ่งสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับไปเป็นธรรมดา และดับทันทีด้วยเร็วอย่างนั้น พอเกิดแล้วก็ดับไป ไม่กลับมาอีกและไม่เหลือเลย ใครที่กำลังร้องไห้ หยุดร้องไห้เมื่อเข้าใจความจริง ร้องไห้ทำไมกับสิ่งที่ไม่มี? และการที่ค่อยๆ พ้นจากการที่จะต้องร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่ไม่มี ก็สามารถที่จะเข้าใจเพิ่มขึ้น จะโกรธอะไรกับสิ่งที่ไม่มี จนถึงจะชอบอะไรกับสิ่งที่ไม่มี เพราะฉะนั้น ความเข้าใจก็จะเพิ่มและมั่นคงขึ้น จนกระทั่งเมื่อกิเลสเบาบาง สภาพธรรมก็ปรากฏกับปัญญาที่ได้อบรมแล้ว

~
ความไม่รู้กับกิเลสติดข้องแค่ไหนในชีวิตที่ผ่านมาทุกชาติและกี่ชาติแล้วนับไม่ถ้วน กว่าจะรู้ความจริงต้องมั่นคงว่ามีหนทางเดียวคือเข้าใจจากการฟัง คิดเองไม่ได้ ฟังเผินก็ไม่ได้ ต้องไตร่ตรองจนเริ่มเข้าใจถูกต้อง

*** ~ ควรพิจารณาเห็นอกุศลตามความเป็นจริงและเห็นโทษ เพียรที่จะละคลายอกุศลทุกประการ และคิดถึงบุคคลอื่นในทางที่เป็นกุศล พร้อมกันนั้น เป็นผู้ที่ทำความดีเสมอและเพิ่มขึ้น เพราะว่า อกุศลมีมากซึ่งทางเดียวที่จะคลายอกุศลได้ คือ ด้วยการเจริญกุศล***



ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๗๔๘




... กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
swanjariya
วันที่ 28 ธ.ค. 2568

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
JSung
วันที่ 28 ธ.ค. 2568

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
jaturong
วันที่ 28 ธ.ค. 2568

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Potechana29
วันที่ 29 ธ.ค. 2568

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
มังกรทอง
วันที่ 30 ธ.ค. 2568

ธรรมมีมานัสพร้อม รับฟัง อันเกิดกุศลดัง ธาตุรู้ จิตเจตสิกเป็นพลัง เสริมส่ง หนุนแฮ กราบอาจารย์สุจินต์ผู้ เปี่ยมด้วยเมตตา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ