ความต่างระหว่างจิตและเจตสิก

 
ธรรมทัศนะ
วันที่  24 ธ.ค. 2568
หมายเลข  51701
อ่าน  328

ท่านอาจารย์ เจตสิกไม่ใช่จิต เจตสิกต่างกันเป็น ๕๒ ประเภท ไม่ปะปนกันเลย โลภเจตสิก ๑ โทสเจตสิก ๑ และมีเจตสิกอื่นๆ ซึ่งเป็นแต่ละ ๑ แต่สำหรับจิตมีลักษณะเดียว คือเป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้ง ยังไม่แยกประเภทไปตามเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย และในความละเอียดต่างๆ แสดงให้เห็นว่านามธรรมซึ่งเป็นสภาพรู้ จะกล่าวว่ามี ๕๓ ก็ได้ คือเป็นเจตสิก ๕๒ และ เป็นจิต ๑

การแสดงนัยของธรรมได้หลากหลายๆ นัย แต่ถ้าเรามีพื้นฐานที่มั่นคง ไม่ว่าจะแสดงโดยนัยใด ก็สามารถที่จะเข้าถึงความจริง และความเข้าใจได้ว่า ที่กล่าวอย่างนี้แสดงโดยนัยอะไร แสดงโดยนัยของความเป็นธาตุรู้ หรือสภาพรู้ ซึ่งจิตเป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้เท่านั้น ไม่ได้แสดงนัยที่จิตต่างกันเป็นประเภทมากมายเท่าไหร่

อ.วิชัย เป็นสิ่งที่ยากมากที่จะพิจารณาให้เห็นถึงความต่างระหว่างจิต และเจตสิก แม้ในครั้งพุทธกาล ท่านมีการอุปมาว่า ถ้านำน้ำของแต่ละแม่น้ำมาคนเข้าด้วยกัน ก็ยากที่จะรู้ความต่างระหว่างน้ำนี้มาจากแม่น้ำชื่อโน้น ชื่อโน้น

จิต เจตสิกเป็นนามธรรม ไม่มีรูปร่าง ไม่มีสรีระอะไรๆ เลย ก็ยากที่จะเห็นความต่างของสภาพที่เป็นนามธรรม แต่ถ้าเริ่มที่จะเข้าใจว่า ลักษณะของนามธรรมแต่ละประเภทมีลักษณะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และก็มีกิจต่างกัน แต่ขณะที่เกิดพร้อมกันนั้น รู้อารมณ์เดียวกัน แต่มีลักษณะต่างกัน เช่น ผัสสะ ก็มีลักษณะที่กระทบอารมณ์เป็นลักษณะ นี่ก็คือต่างจากเวทนาซึ่งเป็นเจตสิกเช่นเดียวกัน แต่มีลักษณะที่เสวยอารมณ์คือ เป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง โสมนัสบ้าง โทมนัสบ้าง หรืออุเบกขาเวทนา

นี้เป็นการเริ่มต้น เพื่อเข้าใจชีวิตประจำวันว่า ถ้าเป็นเจตสิกที่เป็นฝ่ายอกุศล มีทั้งโลภะบ้าง โทสะบ้าง หรือโมหะบ้าง ก็เป็นประเภทที่เป็นอกุศล ซึ่งแล้วแต่ว่าจะมีเหตุปัจจัยให้เกิดประกอบกับจิตขณะใดบ้างตามเหตุปัจจัย

พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่ 6


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มังกรทอง
วันที่ 24 ธ.ค. 2568

สนทนาธรรมเกิดขึ้น กุศลมี ฟังธรรมะในดิถี ถูกต้อง อาจารย์สุจินต์ศรี เป็นหลัก จิตเจตสิกรูปสอดคล้อง มั่นแฟ้นคำจริง

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ