ธรรมะยาก ยากเพราะไม่รู้…ปัญหาธรรมของอาจารย์ มศพ. 23/12/68

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ที่มีความยึดถือในสัตว์ บุคคล สิ่งของต่างๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นการยึดถือด้วยอำนาจของความติดข้องและความเห็นผิดในขันธ์ทั้งห้า คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ต้องศึกษาด้วยความเข้าใจถูกต้องว่าเพื่อเข้าใจสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้เอง และไม่ไกลเลย ใกล้มากแต่ห่างไกลจากความเข้าใจไปอีกทุกวันทุกขณะ เพราะมัวคิดถึงเรื่องอื่น
พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ว่าธรรมะอยู่ไหน? เดี๋ยวนี้ ที่ไหน? ที่นี่ และทุกคำก็แสดงความจริงของสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้เองแต่ละหนึ่ง เพื่อที่จะรู้ว่าเป็นธรรมะที่เป็นอนัตตา
กำลังเห็นเดี๋ยวนี้เป็นขันธ์ไหม? นี่แหละศึกษาขันธ์ ขันธ์อยู่ตรงเห็น ขันธ์อยู่ตรงคิด ไม่ใช่เป็นชื่อ แต่เป็นภาวะความเป็นที่ไม่ใช่เรา เพราะเกิดดับ
ที่เคยยึดถือความจริงไม่เหลือ ไม่มี ... เกิดขึ้นตามปัจจัยแล้วก็ดับ แต่ไม่เคยรู้เลยสักอย่างเดียว จึงต้องอาศัยพระมหากรุณาที่ทรงบำเพ็ญพระบารมีตรัสรู้ และทรงแสดงความจริงที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง เพราะแม้มีทุกวัน เห็นทุกวัน คิดทุกวัน จำทุกวัน ก็ไม่รู้ว่าเป็นขันธ์ ไม่ใช่เรา
รู้ไหมว่าติดข้องในอะไร และติดข้องคืออะไร ทั้งๆ ที่กำลังติดข้องและกำลังมีสิ่งที่ถูกติดข้อง นี่เป็นความไม่รู้ความจริงของทุกขณะ กำลังมีความติดข้องและก็กำลังมีสิ่งที่ถูกติดข้องก็ไม่รู้ จึงต้องรู้ว่าทุกขณะนี่แหละความจริงคืออะไร? เป็นธรรมะสิ่งที่มีจริงแต่ละหนึ่ง นี่ตรัสรู้ไม่ใช่แค่คิด ทีละหนึ่งตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นฟังธรรมะให้รู้จัก ให้เข้าใจถูกต้องในสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ทุกขณะตั้งแต่เกิดจนตาย จะได้รู้ว่าไม่เคยรู้ความจริงเลยสักขณะเดียว!!
เดี๋ยวนี้อยู่ไหน?! พระองค์ตรัสให้เข้าใจเดี๋ยวนี้ต่างหาก ไม่ใช่ให้ไปเข้าใจเพียงคำ แต่ให้รู้ว่าแต่ละคำนี่กล่าวถึงสิ่งที่กำลังมี พิสูจน์ได้ รู้ได้เข้าใจได้ จนกว่าจะมั่นคงว่าเป็นธรรมะไม่ใช่เราในขั้นการฟัง อริยสัจจธรรมทั้งสี่ด้วย ไม่ใช่เพียงนิดๆ หน่อยๆ ... นี่คือพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาคุณ ถ้าไม่เข้าใจสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้ ไม่เห็นพระคุณแน่นอน จนกว่าจะเข้าใจว่ากำลังพูดถึงสิ่งที่กำลังมีจริงๆ ให้รู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงๆ จนกว่าจะประจักษ์แจ้งความจริงของสิ่งที่มีจริง
ต้องฟังด้วยความอดทนที่รู้ว่า ธรรมะยาก ยากเพราะไม่รู้ พระองค์ตรัสเรื่องสิ่งที่มีอยู่จริงคือเห็นเดี๋ยวนี้ ไม่ได้ตรัสถึงเรื่องอื่นเลย ได้ยินเดี๋ยวนี้ คิดเดี๋ยวนี้ จำเดี๋ยวนี้ ให้รู้ว่าความจริงมีแต่ไม่รู้จึงยึดถือว่าเป็นเรา เป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้เพราะฉะนั้นต้องไม่ลืมว่าทุกคำเพื่อให้รู้ความจริงว่าธรรมะ ไม่ใช่เรา
ธรรมะแต่ละหนึ่งก็เป็นธรรมะแต่ละหนึ่ง ปะปนกันไม่ได้ จึงเป็นอนัตตาไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย เป็นธรรมะแต่ละหนึ่ง จนกว่าจะไม่มีเราจริงๆ มั่นคงในขั้นฟัง จนสามารถที่จะค่อยคๆ รู้ตรงแต่ละหนึ่งที่กำลังปรากฏด้วยความค่อยๆ เข้าใจในความจริงตามที่ได้ฟัง ... ตรงกัน ... ต่างกันไม่ได้เลย!!!
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


