ไม่รู้จักหมอวิเศษ แต่รู้จักหมอเถื่อน ... เทปบันทึกรายการบ้านธรรมะ 20/12/68

กิเลสอกุศลเป็นแผลที่ทั้งลึกทั้งกว้างยากจะรักษาอย่างยิ่ง ... มีหมอไหม ... หรือจะรักษาเอง ... เอายามาจากไหน??? แผลทางใจที่มองไม่เห็นจะเอาอะไรรักษา ถ้าไม่รู้จักหมอแล้วไปรักษาเองหรือไปหาหมอที่ไม่รู้เหมือนกัน ก็ยิ่งจะทำให้แผลนั้นกำเริบยิ่งขึ้น
ทางกายก็ยังต้องรักษา แต่ต้องเป็นหมอที่จะสามารถรู้จักโรค ถ้าหมอไม่รู้จักโรค รักษายังไงๆ จะหายไหม? แล้วใจนี่มองไม่เห็นเลยแล้วจะรักษาตรงไหนล่ะ?? ไม่รู้ทั้งหมดเพราะอยู่ในความมืดสนิท แล้วก็ไม่รู้ว่ากำลังเดือดร้อน ฟังดูแล้วสาหัสมาก ก็ยิ่งจะทำให้แผลนั้นยิ่งมากขึ้นๆ แล้วก็ยิ่งเป็นโทษเป็นภัยมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความมืดมิด
เห็นเดี๋ยวนี้รู้ไหมว่าเป็นสภาพรู้เกิดแล้วดับ ลึกไหมแผลนี้ กว้างใหญ่ไหมเพราะนำมาซึ่งกิเลสอื่นๆ ทุกประการ ... ความติดข้องมาแล้ว ความไม่พอใจขุ่นเคืองมาแล้ว ความสำคัญตนมาแล้ว ... ทุกอย่างหมดที่ไม่ดีเกิดขึ้นเพราะเห็นแล้วไม่รู้ แล้วก็ไม่ใช่มีแต่เห็น ... ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส ทุกสิ่งที่กระทบสัมผัส คิดนึก ส่วนใหญ่เป็นอกุศลในวันหนึ่งๆ นับวันก็ยิ่งกว้างยิ่งลึก ทรงอุปมาว่าโอฆะ เหมือนมหาสมุทรที่กว้างใหญ่

เพราะฉะนั้นแค่หนึ่งกำลังปรากฏก็ยังไม่รู้ ทั้งๆ ที่ได้ฟังพระธรรมและสภาพเห็นก็กำลังปรากฏ แล้วจะรักษาแผลนี้ได้ยังไง?? ไม่รู้ไปเรื่อยๆ แต่ยังรู้จักหมอ แล้วยังรู้จักยา แต่ว่าโรคนี้ร้ายแรงลึกมาก เพราะฉะนั้นรักษาไม่ใช่รักษาที่อื่นเลย ที่ตา ที่หู ที่จมูก ที่ลิ้น ที่กาย ที่ใจเดี๋ยวนี้ ขณะที่ล่วงไปแล้วรักษาได้ไหม? ขณะที่ยังไม่เกิดรักษาได้ไหม? แต่เดี๋ยวนี้ที่รู้ เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจตามความเป็นจริง ... นี่คือปัญญาที่สามารถที่จะรู้ความจริงว่าการรักษาโรค ... โรคอยู่ไหน!!
โรคก็คือกิเลสอกุศลอยู่ที่จิตเมื่อมีการเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส กระทบสัมผัส คิดนึกต่างๆ แล้วด้วยการสะสมมาก็จะเกิดแผลของอกุศลที่ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจอย่างมากมาย
ถ้าไม่มีการศึกษาธรรมะหรือยังมีอกุศลอยู่ ก็เปิดแผลทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจให้กว้างไปเรื่อยๆ

สังสารวัฏอีกยาวนานและก็ถ้าไม่ได้ยินได้ฟังพระธรรมเลยก็หมดโอกาส และการได้ยินได้ฟังแล้วเห็นผิด เข้าใจผิด ก็หันหลังให้พระสัทธรรม เหมือนพวกเดียรถีย์ไม่มาเฝ้าพระพุทธเจ้าเลยแม้ว่าจะประทับอยู่ไม่ไกล
ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมก็คงแย่แน่นอนขนาดฟังอยู่ก็ยังเปิดแผลอยู่เรื่อยๆ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเป็นอกุศลอยู่ตลอดจริงๆ
โรคเยอะ เห็นไม่รู้ไม่รู้ก็โรคหนึ่งแล้ว ... แล้วติดข้องอีกโรคหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้อย่างที่ต้องการก็อีกโรคหนึ่ง ... โรคอื่นๆ ก็พาลมาผสมทั้งหมดเลยจากเห็นหนึ่งขณะ แล้ววันนี้เห็นกี่ขณะได้ยินกี่ขณะ ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สิ่งที่กระทบสัมผัส คิดนึกทั้งวัน!!
เพราะฉะนั้นขณะใดที่เข้าใจธรรมะ (ปัญญาความเห็นที่ถูกต้อง) เริ่มรักษาเพราะมีความเข้าใจถูกเห็นถูก ... ไม่ใช่เราจะไปรักษา แต่ความเข้าใจที่เกิดทีละเล็กทีละน้อย ก็เหมือนกับการรักษาพยาบาลไปเรื่อยๆ
การฟังพระธรรมเพื่อเข้าใจความจริงเป็นการรักษาแผลคือกิเลสที่มีอยู่จริงๆ
คำใดก็ตามที่ไม่ทำให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงๆ ไม่ใช่คำของพระพุทธเจ้าพระองค์ตรัสรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงว่า แต่ละหนึ่งมีปัจจัยเกิดขึ้นแล้วดับไป ... ไม่เคยได้ยินคำนี้กันหรือ?? ถ้าได้ยินแล้วทำไมไม่เข้าใจว่าทำอะไรได้นอกจากเริ่มเข้าใจว่าไม่ใช่เรา ถ้ายังคงมีเราอยู่ไม่มีทางเลย แผลไม่หายเลย ถ้าไปหาหมออื่นหมายความว่า ไม่รู้จักหมอวิเศษ แต่รู้จักหมอเถื่อน เพราะฉะนั้นเป็นหมอหรือเปล่า?! ไม่ใช่หมอจริงๆ แล้วไปหาทำไม ... เพราะไม่รู้ ... เพราะต้องการ!!!
เพราะฉะนั้นแผลนี้รักษายาก ที่ต้องการและที่ไม่รู้ มีแต่ความเป็นเราอยากหายโรค ไม่มีความเข้าใจอยู่เลยว่าไม่ใช่เรา เพราะฉะนั้นตราบใดที่ยังคงเข้าใจว่าเป็นเรา ... ไม่ได้รักษาโรคอะไรเลย

บารมี คือ การทำความดีเพื่อจะละกิเลสและเพื่อรู้ความจริง เพราะความจริงยากที่จะรู้ได้ แผลที่ตาเดี๋ยวนี้ที่กำลังเห็น ยากแสนยากที่จะรู้ได้ว่าไม่มีอะไรเลยในขณะที่ธาตุนี้มีปัจจัยเกิดเห็นแล้วดับไป อย่างอื่นไม่มี เมื่อได้ประจักษ์ความจริงอย่างนี้ จึงสามารถคลายการยึดถือว่าเราเห็นเพราะมีความเข้าใจถูกต้อง จนกว่าจะถึงการรู้แจ้งอริยสัจจธรรมดับกิเลสคือการยึดถือสภาพธรรมะว่าเป็นตัวตนเกิดอีกไม่ได้เลย เพราะปัญญาที่ค่อยๆ เข้าใจจากการฟัง แล้วก็ละความเป็นตัวตนที่ต้องการผลโดยที่ไม่มีปัญญาไม่เข้าใจอะไรเลย ... แล้วจะไปได้ผลอะไรจากที่ไหน?? ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตามทั้งสิ้นที่ไม่ทำให้ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตามทั้งสิ้นที่ไม่ทำให้เกิดความเห็นถูกความเข้าใจถูก ... ประโยชน์อะไรนอกจากความไม่รู้และความติดข้องต้องการที่จะได้ผล
การรักษาโรคนี้ต้องอาศัยเวลานานมาก จะเป็นใคร ... มหาสาวก สาวกพระปัจเจกพุทธเจ้าหรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ... วันนี้ได้ไหม?? ไม่ได้แล้วไปไหน ไปหาใคร ไปทำอะไร???
ไม่มีใครอีกนอกจากพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวที่ทรงบำเพ็ญพระบารมีถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลกซึ่งไม่สามารถจะรู้ความจริงด้วยตนเอง ให้ได้ฟังพระธรรม คำที่คนอื่นไม่สามารถที่จะกล่าวได้เลย
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเปรียบเสมือนหมอเพียงคนเดียวเท่านั้นจริงๆ ที่จะรักษาแผลทางใจให้หายขาดได้และท่านเริ่มทานยากับหมอท่านนี้แล้วหรือยัง???
ธรรมเตือนใจ : งานใหญ่คือการละกิเลส แต่ถ้าไม่มีปัญญาไม่สำเร็จแน่นอน
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


