อาสาฬหบูชา

 
nattawan
วันที่  8 ก.ค. 2567
หมายเลข  48072
อ่าน  71

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์นั้น

สรุปความสำคัญของวันอาสาฬหบูชา

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
nattawan
วันที่ 8 ก.ค. 2567

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ภาค ๒ ตอน ๒ หน้าที่ ๖๒
"บุคคลไม่ควรทำคำแสยงขนของคนเหล่าอื่นไว้ในใจ, ไม่ควรแลดูกิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของคนเหล่าอื่น, พึงพิจารณากิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของตนเท่านั้น." พึงพิจารณาเนืองๆ ว่า "วันคืนล่วงไปๆ เราทำอะไรอยู่"

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
nattawan
วันที่ 8 ก.ค. 2567

เมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่ได้ศึกษาพระธรรม ก็จะเป็นผู้ไม่รู้ต่อไป ไม่คุ้มค่าเลยกับการที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งได้ยากแสนยากแต่ไม่ได้สะสมปัญญา ก็จะทำให้ตายไปพร้อมกับความไม่รู้ และจะไม่รู้อีกต่อไปนานแสนนานในสังสารวัฏฏ์ ยากที่จะพ้นไปได้

อ.คำปั่น อักษรวิลัย

การฆ่าตัวตาย เป็นบาปมากไหม

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
nattawan
วันที่ 8 ก.ค. 2567

ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จแล้วด้วยใจ

ถ้าบุคคลมีใจผ่องใสแล้วพูดอยู่ก็ดี ทำอยู่ก็ดี ความสุขย่อมไปตามเขา เพราะเหตุนั้น เหมือนเงาไปตามตัว ฉะนั้น

พระสุตตันตปิฏก ขุททกนิกาย
คาถาธรรมบถ เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
nattawan
วันที่ 8 ก.ค. 2567

การแสดงพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดง เพื่อประโยชน์แก่สัตว์
โลกนั้น ดุจวางสิ่งของนับพันอย่างลงทุกประตูเรือนที่พระธรรมไปถึง

แล้วแต่ใครจะเปิดประตูรับสมบัติมหาศาลที่กองไว้ให้ที่หน้าประตูเรือน หรือบางคนอาจจะไม่เปิดประตูเลย เพราะเหตุว่า ไม่เห็นคุณของพระธรรม

ทั้งนั้นก็แล้วแต่อวิชชาและปัญญาของแต่ละบุคคล เพราะเหตุว่าการฟังพระธรรมจะมีประโยชน์ทั้งหมด ทุกกาล บางทีโอกาสนี้อาจจะไม่สามารถประพฤติปฏิบัติตามได้ แต่เมื่อฟังไปๆ ก็ย่อมมีปัจจัยที่จะทำให้กุศลธรรมเจริญขึ้น และอกุศลก็ค่อยๆ ลดลง

แต่ให้เห็นคุณประโยชน์ของผู้แสดงพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดง เพราะเหตุว่าเปรียบเสมือดุจวางสิ่งของนับพันอย่างลงทุกประตู
เรือนที่พระธรรมไปถึง

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
nattawan
วันที่ 8 ก.ค. 2567

ความรัก ความติดข้องความยินดีพอใจ เป็นโลภะ เป็นอกุศลธรรม เป็นกิเลสตัณหา เป็นเครื่องเศร้าหมองของจิตใจ

ไม่ใช่เพียงแค่ความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น ความรักพี่น้อง รักเพื่อน หรือความติดข้องยินดีพอใจในกามคุณ ๕ กล่าวคือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (สิ่งที่กระทบสัมผัสกาย) ก็เป็นโลภะ เป็นตัณหาเหมือนกัน และที่สำคัญ ตัณหาเป็นต้นเหตุของทุกข์ทั้งปวง

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
nattawan
วันที่ 8 ก.ค. 2567

การจักได้มาซึ่งทรัพย์อันประเสริฐ (อริยทรัพย์) ยิ่งต้องเร่งขวนขวาย กระทำการสะสมกุศลกรรมในทุกๆ ทาง

ผู้สะสมมาดี ย่อมเป็นผู้มีโอกาสได้สะสมเพิ่มอีกในปัจจุบันชาติ ตั้งแต่เมื่ออายุยังน้อย และย่อมจะเป็นผู้ได้ใช้สอย (รับผล) ผลของการสะสมนั้นในอนาคตกาลทั้งใกล้และไกล

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
nattawan
วันที่ 8 ก.ค. 2567

เพราะเหตุว่า ดูเหมือนว่า จะมีประโยชน์อะไร?

ต่อการที่จะเกิดมา สั้นๆ แล้วก็จากโลกนี้ไป

ก็สนุก สบายเสีย ไม่ดีกว่าหรือ?

แต่ว่า ความจริงให้ทราบว่า ที่เราคิดว่า สนุก สบายเนี่ย นานแค่ไหน?

ชั่วขณะจิต ที่เกิดขึ้น แล้วก็หมดไป

แล้วก็ไม่มีอะไรเหลือเลย สักอย่างเดียว

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
nattawan
วันที่ 8 ก.ค. 2567

อยู่คนเดียวด้วยปัญญา

กำลังฟังธรรม เป็นคนเดียวหรือเปล่า อยู่คนเดียวหรือเปล่า กำลังฟังธรรม รู้แจ้งอริยสัจธรรมได้ไหม ด้วยปัญญา

เพราะฉะนั้น ต้องเข้าใจว่า อยู่คนเดียวไม่ใช่ไม่มีปัญญา แต่เพราะมีปัญญาจึงรู้ว่า ไม่มีใครเลย นอกจากสภาพธรรมเฉพาะลักษณะหนึ่งซึ่งปรากฏแล้วก็หมดไป

ถ้าไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏ จะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งนั้นเกิดแล้วดับ

แต่ละคำ ก็ควรจะเข้าใจความหมายจริงๆ ว่า เป็นเรื่องของการอบรมเจริญปัญญาจนสามารถที่จะเข้าใจความหมายของคำว่า “ผู้เดียว” หรือ “คนเดียว” ได้

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เฉลิมพร
วันที่ 8 ก.ค. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
chatchai.k
วันที่ 8 ก.ค. 2567

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ