ทำไมท่านทั้งหลายถึงแสวงหา โมกขธรรม

 
teezaboo
วันที่  21 มิ.ย. 2565
หมายเลข  43259
อ่าน  166

ข้าพเจ้าอยากทราบ

1.เหตุผลที่ทำให้ท่านทั้งหลายแสวงหา โมกขธรรม

2.เหตุผลที่ท่านทั้งหลายตัดสินใจศึกษาธรรม

เพื่อเป็นความเป็นประโยชน์ยิ่งด้วยเถิด เพื่อให้ข้าพเจ้าเกิดความเบื่อหน่ายในทุกข์มากขึ้น


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
วันที่ 21 มิ.ย. 2565

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

โมกขธรรม คือ ธรรมที่เป็นไปเพื่อหลุดพ้นจากกิเลส สูงสุดคือประจักษ์แจ้งพระนิพพาน ดับกิเลสตามลำดับขั้นจนถึงความเป็นพระอรหันต์ ซึ่งกว่าจะไปถึงตรงนั้นได้ ก็ต้องค่อยๆ หลุดพ้นทีละเล็กทีละน้อย ด้วยการเริ่มขัดเกลาความไม่รู้ จากการได้เริ่มฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง และด้วยการเจริญกุศลทุกประการ ซึ่งในขณะที่กุศลธรรมเกิดขึ้นนั้น อกุศลธรรมใดๆ ก็เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่เห็นประโยชน์ของพระธรรม และไม่มีการเริ่มต้นอย่างถูกต้อง ก็ไม่สามารถถึงความหลุดพ้นจากกิเลสอย่างเด็ดขาดได้เลย

จะเห็นได้จริงๆ ว่า พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง นั้น ไม่สาธารณะ คือ ไม่ทั่วไป กับทุกคน คนที่ได้ฟังพระธรรม มีเป็นส่วนน้อยเท่านั้น ต้องเป็นผู้ที่ได้สะสมเหตุที่ดีมาแล้ว เคยได้ยินได้ฟังพระธรรมมาแล้วในอดีต จึงมีเหตุปัจจัยให้ได้ฟังได้ศึกษาได้สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกต่อไปอีก ซึ่งชีวิตของแต่ละท่านก็พิสูจน์ได้อยู่แล้วว่า เพราะเหตุใด จึงสนใจที่จะฟังพระธรรม ก็เพราะเห็นประโยชน์เห็นคุณค่า เพราะเคยได้สะสมมาแล้วนั่นเอง จึงฟัง จึงศึกษาด้วยความเคารพ เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก ส่วนผู้ที่ไม่ได้ฟัง ก็เพราะไม่สนใจ ไม่เห็นประโยชน์เพราะไม่เคยได้สะสมอุปนิสัยในการฟังมาแล้ว นั่นเอง เมื่อว่าโดยสภาพธรรมแล้ว ก็ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตนเลย มีแต่ธรรมเท่านั้นที่เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่

ข้อความบางตอนจากคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการศึกษาพระธรรมของท่านเอง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนี้

"สำหรับดิฉันเอง การที่เริ่มต้นศึกษาพระพุทธศาสนา เพราะรู้ว่ายังไม่รู้ว่า พระพุทธศาสนาคืออะไร ได้เคยกราบไหว้บูชาพระรัตนตรัย แต่ว่าเมื่อไม่เข้าใจว่า พระพุทธเจ้าทรงสอนอะไร ก็จะทำให้เข้าใจในความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้

เพราะฉะนั้น เมื่อชื่อว่า นับถือพุทธ ก็ควรที่จะได้รู้ว่า พระพุทธเจ้าสอนอะไรด้วย นี่เป็นเหตุที่ทำให้ศึกษาพระพุทธศาสนา และเมื่อศึกษาพระพุทธศาสนาแล้วก็รู้ว่า พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงนั้นเป็นสัจจธรรม เป็นธรรมที่มีจริงที่พิสูจน์ได้ทุกขณะ นี่ก็เป็นสิ่งที่ประเสริฐกว่าคำสอนอื่น เพราะเหตุว่าคำสอนอื่นไม่ได้กล่าวถึงเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริงๆ ที่พิสูจน์ได้ทุกขณะ และคำสอนของพระผู้มีพระภาคนั้นทำให้ผู้ศึกษารู้จักตัวเอง มีใครบ้างที่จะสอนให้คนอื่นรู้จักตัวเองโดยถ่องแท้ทุกขณะจิตได้ ไม่ว่าจะเห็น จะได้ยิน จะได้กลิ่น จะลิ้มรส จะคิดนึก จะเกิดความโลภ เกิดความโกรธ หรือจะเกิดความเมตตากรุณาต่างๆ ไม่มีผู้ใดสามารถที่จะแสดงความจริงที่แทงตลอดไปถึงการสะสมของจิตของแต่ละบุคคลได้ และยังชี้ให้เห็นโทษของอกุศล และให้เห็นประโยชน์ของกุศล ทำให้ปัญญาเจริญขึ้นที่จะรู้ว่า กิเลสคืออะไร และมีมากน้อยแค่ไหน จนกระทั่งสามารถที่จะให้ปัญญา ความรู้ถูกที่เพิ่มขึ้นนั้น ละคลายกิเลสได้

การศึกษาพระธรรม จะทำให้เป็นผู้ที่เข้าใจธรรมโดยละเอียด โดยถูกต้อง แล้วก็เห็นกิเลสของตนเอง แม้ว่าใครจะชื่นชมโสมนัสสักเท่าไรก็ตาม ผู้ที่ยังมีกิเลสก็รู้จักตนเองตามความเป็นจริงว่า ยังมีกิเลสอยู่ ไม่ได้หลงไปตามคำชม หรือสักการะ หรือสรรเสริญ เพราะเหตุว่ารู้ตามความเป็นจริงว่า ขณะใดอกุศลจิตเกิด ขณะใดกุศลจิตเกิด

นี่ก็เป็นการที่พระธรรมจะประคับประคองชีวิตของบุคคลที่เข้าใจพระธรรม และปฏิบัติตามพระธรรมให้ละคลายอกุศลได้ โดยที่ถ้าเป็นคำสอนอื่น ก็จะไม่สอนเรื่องของเหตุและผล และสภาพธรรมที่มีจริงๆ ที่พิสูจน์ได้"


...ยินดีในความดีของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
chatchai.k
วันที่ 22 มิ.ย. 2565

ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ