ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๖๖
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  26 ก.ค. 2563
หมายเลข  32596
อ่าน  584

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้

** ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๖๖
**



~ชาวพุทธ สมควรอย่างยิ่งที่จะเริ่มรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยการฟังคำของพระองค์ให้เข้าใจ จะได้รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีการสามารถที่จะเปลี่ยนจากความไม่รู้ทั้งโลกมาเป็นความรู้ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงเคารพอย่างยิ่งในทุกคำ เพราะเริ่มรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีอะไรที่จะมาเปลี่ยน จะมาแลก จะประเสริฐเท่ากับการที่ได้เข้าใจธรรม(สิ่งที่มีจริง)

~ถ้าไม่ได้ศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จะไม่เห็นความละเอียดลึกซึ้งของแต่ละคำ ซึ่งถ้าไม่มีความเข้าใจในคำสอนที่พระองค์ได้ตรัสไว้ดีแล้ว ทุกอย่างก็ผิดพลาด เพราะไม่ได้รู้ความจริงตามที่พระองค์ได้ทรงแสดง

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ด้วยพระปัญญาอันยิ่ง เพราะฉะนั้น ทุกคำของพระองค์ ก็เป็นคำที่ทำให้เข้าใจถูกต้อง ว่า ความเข้าใจถูกความเห็นถูกนี้ คือ ปัญญาเท่านั้น ที่สามารถที่จะละสิ่งที่ไม่ดีได้ เพราะว่า สิ่งที่ไม่ดีทั้งหมด เกิดเพราะความไม่รู้

~ไม่ว่าจะเคยผิดมาแล้ว แต่พอฟังพระธรรม ก็สามารถที่จะรู้ได้ ปัญญาสามารถเข้าใจถูกได้ ปัญญาคือความเข้าใจถูก รู้ถูก ตรงตามความเป็นจริง ว่า อะไรถูก อะไรผิด ปัญญาเป็นสภาพธรรมที่ละความไม่รู้ ละความเห็นผิดและกิเลสทั้งหลายตามลำดับขั้น ถ้าไม่มีความเข้าใจความจริงของสิ่งที่มี ไม่มีทางที่จะไปดับกิเลสอะไรๆ ได้เลย

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่เริ่มฟังจนกระทั่งประจักษ์แจ้ง เป็นปัญญาความเห็นที่ถูกต้อง ซึ่งถ้าตอนต้น ไม่เริ่มจากความเห็นถูก ก็จะผิดไปเรื่อยๆ

~หลงผิดไปทีละเล็กทีละน้อย จนในที่สุดก็หลงผิดใหญ่ ไม่สามารถที่จะกลับมาฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ เพราะมีการเชื่ออย่างมั่นคงในความคิด ในคำของบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~กว่าที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงตรัสรู้ที่จะตรัสแต่ละคำ เป็นประโยชน์กับผู้ฟัง ทำให้กลับจากความเห็นผิดมาเป็นความเห็นถูก หรือจากความไม่รู้มาเป็นความรู้ ใครสามารถจะทำได้ เพราะฉะนั้น บุคคลนั้นเป็นที่เคารพอย่างสูงสุดไหม ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อรู้คุณ เพราะเข้าใจธรรม

~พระธรรมคือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระวินัยก็เป็นการขัดเกลากิเลสที่ละเอียดอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าพุทธบริษัทไม่เข้าใจ ไม่ศึกษาพระธรรม พระพุทธศาสนาก็ดำรงต่อไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องเป็นผู้ที่ตรงจริงใจและรู้ว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับทุกชีวิต ก็คือ ได้มีโอกาสเข้าใจพระธรรมวินัย เพราะเหตุว่า ถ้าชาตินี้ไม่เข้าใจเลย ชาติต่อๆ ไปจะได้เข้าใจหรือ

~ทั้งหมดที่วิกฤตหรือสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นภัยอย่างยิ่ง ก็คือ ไม่ได้เข้าใจพระธรรมวินัย ถ้าเข้าใจแล้วจะไม่มีทางทำในสิ่งที่ผิดได้เลย แต่พอเข้าใจแล้วก็ไม่ทำสิ่งที่ผิด เพราะฉะนั้น การแก้ ไม่มีวิธีอื่นทั้งสิ้น นอกจากศึกษาพระธรรมวินัยให้เข้าใจถูกต้อง เมื่อเข้าใจแล้ว จะไม่ทำในสิ่งที่ผิด เพราะปัญญาจะไม่ทำในสิ่งที่ผิด

~ชาวพุทธ หมายความว่าอะไร? หมายความว่า เป็นผู้ที่เห็นค่าของพระธรรมวินัย เพราะฉะนั้น จึงทำทุกอย่างเพื่อที่จะดำรงรักษาให้รุ่งเรือง แต่ว่า ถ้าไม่เข้าใจเลยว่าทำอย่างไรพระพุทธศาสนาจะรุ่งเรือง ก็เป็นการทำลายแทนที่จะเป็นการทะนุบำรุงให้รุ่งเรือง เพราะฉะนั้น ต้องรู้จริงๆ ว่า ไม่มีอะไรประเสริฐเท่าพระธรรมวินัย คือ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  

~ถ้าไม่เข้าใจว่า อะไรถูก อะไรผิด ก็อยู่กันไปแบบทำผิดมากกว่าทำถูก เพราะเหตุว่า ไม่ได้มีความเข้าใจว่าสิ่งใดควร สิ่งใดเป็นความถูกต้อง เพราะฉะนั้น ต้องแยกพุทธบริษัทเป็นสองฝ่าย สองเพศ คือ คฤหัสถ์ก็เป็นคฤหัสถ์ทำหน้าที่ของคฤหัสถ์ บรรพชิตคือพระภิกษุก็ทำหน้าที่ของพระภิกษุจะทำหน้าที่ของคฤหัสถ์ไม่ได้

~ความเข้าใจพระธรรมก็ทำให้ความประพฤติเป็นไปในทางที่เป็นกุศลดีงามยิ่งขึ้น ไม่มีอะไรที่สามารถจะดลบันดาลได้นอกจากปัญญาที่เข้าใจว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก สิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร ทั้งหมด ก็คือ มาจากพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว

~มั่นใจหรือยังว่าปัญหาทั้งหมดมาจากอกุศลซึ่งมาจากความไม่รู้เพราะฉะนั้น หนทางแก้ ถ้ามีคนดีมีคนที่มีความเข้าใจที่ถูกต้องไม่มีปัญหาเลย พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีปัญหาหรือไม่? พระอรหันต์ทั้งหลาย มีปัญหาหรือไม่? เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีความเข้าใจถูกเห็นถูกไม่มีปัญหาเลย

~เมื่อมีบุคคลผู้ประเสริฐที่สุด ทรงดับกิเลสจนหมดสิ้น ทรงตรัสรู้สภาพธรรมทุกอย่างตามความเป็นจริง แล้วทรงแสดงความจริง คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ควรฟังคำของพระองค์ ด้วยความละเอียด รอบคอบ ไตร่ตรองในสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง

~ในชาติหนึ่งถ้ามีความเห็นผิดต่อไป ชาติต่อๆ ไปก็เห็นผิดต่อไป หันหลังให้พระสัทธรรม หันหลังให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็ทำลายคำสอนด้วย เพราะฉะนั้น สาวก คือ ผู้ที่ฟังพระธรรม ต้องเป็นผู้ที่ละเอียด เป็นผู้ที่ตรง เป็นผู้ที่ทำทุกอย่างเพื่อละ และเพื่อประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อทำลายประโยชน์

~อกุศล ที่มี รู้ความจริงไม่ได้ แต่กุศล ทีละเล็กทีละน้อย แต่ละหนึ่งก็จะสามารถสละความยึดมั่นและความเห็นแก่ตัวและกิเลสอื่นๆ จนกระทั่งสามารถที่จะอบรมเจริญปัญญา แม้ฟังก็เข้าใจ ก็มีความมั่นคง ว่าธรรมมีจริงในขณะนี้  เป็นสิ่งที่สามารถจะเข้าใจได้

~ที่เป็นคนดี และ เป็นคนไม่ดี ก็เพราะมีธรรมเกิดขึ้นเป็นไป ถ้าธรรมฝ่ายดีเกิดขึ้นก็เป็นคนดี แต่ถ้าธรรมฝ่ายไม่ดีเกิดขึ้น ก็เป็นคนไม่ดี มีแต่ธรรมเท่านั้นจริงๆ

~ความไม่รู้ในสิ่งที่ปรากฏเป็นปัจจัยให้เกิดความติดข้องมากมายในสิ่งที่ไม่มีเพราะเหตุว่าเพียงปรากฏว่ามีแล้วดับแล้วไม่กลับมาอีกเลยในสังสารวัฏฏ์ สิ่งนั้นไม่มีอีก แต่ก็เป็นที่ตั้งของความติดข้องด้วยความไม่รู้ เพราะเข้าใจผิดว่ายังอยู่ ยังมี

~มีอะไรเป็นของใครจริงๆ บ้างไหม? เพราะอะไร? เพราะดับแล้ว หมดแล้ว ไม่เหลือเลยตลอดเวลา

~เคยพูดวาจาที่ไม่น่าฟัง คนอื่นฟังแล้วรู้สึกอย่างไร? ไม่สบายใจ, คนพูด ขณะนั้น คิดว่าทำร้ายคนอื่นด้วยคำที่ทำให้เขาไม่สบายใจ แต่หารู้ไม่ว่า ความตั้งใจที่ไม่ดีนั้น ทำร้ายตัวเอง

~ทุกคน หนีความตายไม่พ้น ช้าหรือเร็ว วันนี้เป็นเขา (คือ คนอื่นตาย) ต่อไปวันข้างหน้า เป็นเราเมื่อไหร่ก็ได้

~ในวันหนึ่งๆ ไม่ประมาทในอกุศลซึ่งเกิดตลอดและบ่อย และไม่ประมาทในกุศลแม้เพียงเล็กน้อย หนึ่งขณะก็ขาดไม่ได้ เพราะขาดไปหนึ่งขณะจะเหลือเท่าไหร่ ก็ไม่มี เพราะฉะนั้น แม้เพียงนิดหนึ่ง
(ของกุศล) ก็ช่วยเสริมให้กุศลเพิ่มขึ้นๆ

~การศึกษาพระธรรมด้วยความเคารพยิ่งและการแสดงคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วให้คนอื่นได้เข้าใจด้วยความเคารพยิ่ง จึงเป็นการกตัญญูรู้คุณและเป็นการแทนคุณที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมี(ความดีที่ทำให้ถึงฝั่งของการดับกิเลส)มาด้วย.

 

** ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ **

 

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๖๕

 



...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง

และยินดีในความดีของทุกๆ ท่านครับ...  


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 26 ก.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Nattaya40
Nattaya40
วันที่ 26 ก.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
มกร
มกร
วันที่ 26 ก.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 26 ก.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 26 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
jaturong
วันที่ 28 ก.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ