การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ
 
แต้ม
แต้ม
วันที่  11 ก.พ. 2563
หมายเลข  31541
อ่าน  136

การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ  จำเป็นต้องนิมนต์พระมาฉันเช้าหรือเพลหรือเปล่าครับ  จะใช้วิธีการนำเงินไปถวายวัดสร้างศาลา  กุฎิ  ฯลฯ หรือ สร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็นสาธารณประโยชน์  หรือบริจาคการศึกษาได้หรือเปล่าครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 11 ก.พ. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ หน้าที่ ๔๒๙

"เมื่อบุคคลให้ทาน   กระทำการบูชาด้วยของหอมเป็นต้น  แล้วให้ส่วนบุญว่า ขอส่วนบุญ  จงมีแก่บุคคลชื่อโน้น หรือว่า   ขอส่วนบุญจงมีแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังนี้ พึงทราบว่า   เป็นบุญกิริยาวัตถุอันเกิดแต่การให้ส่วนบุญ"

---------------------------------

ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงามเท่านั้น ที่จะเป็นบุญจริงๆ  แม้จะไม่ได้ถวายทานแก่พระภิกษุ   การเจริญกุศลยังมีอีกมาก การทำบุญแม้กับคฤหัสถ์ด้วยกัน   รวมถึงในประเด็นคำถามด้วย ก็สามารถกระทำได้ โดยที่ไม่ได้มีการให้เงินแก่พระภิกษุ เพราะพระภิกษุรับเงินและทองไม่ได้โดยประการทั้งปวง  จะรับเพื่อตนเองหรือเพื่อสิ่งอื่น ก็ไม่ได้ หรือแม้แต่จะยินดีในเงินและทองที่ผู้อื่นเก็บไว้ให้ ก็ไม่ได้ แสดงถึงเพศที่สูงยิ่งที่ขัดเกลากิเลส จริงๆ   เมื่อทำบุญแล้ว ก็สามารถอุทิศแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้ และ ที่สำคัญคือ เมื่อมีการฟังธรรม สนทนาธรรมแล้ว ก็อุทิศส่วนกุศลได้  โดยสรุปแล้ว คือ เมื่อได้เจริญกุศล อย่างหนึ่งอย่างใด ก็อุทิศส่วนกุศลได้ทั้งหมด

ความเข้าใจถูกเห็นถูก จะอุปการะเกื้อกูลให้คุณความดีทั้งหลายเจริญขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ทำในสิ่งที่ผิด  เมื่อได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง มั่นคงในเหตุในผล ก็ไม่ต้องหวั่นเกรงอะไรเลย    สิ่งใดที่เคยทำตามๆกันแบบผิดๆ เมื่อได้เข้าใจแล้ว ก็ยืนหยัดมั่นคงที่จะไม่ทำในสิ่งที่ผิดนั้นๆ อีกต่อไป ครับ

ข้อความบางตอนจากคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ มีดังนี้

แม้ว่าจะไม่ได้ทำกุศลนั้นเอง แต่ใครก็ตามที่ทำกุศล เกิดกุศลจิตอนุโมทนา(ชื่นชมยินดีในความดีของผู้อื่น)ไหม? ยินดีด้วยที่เขาได้ทำกุศล เพราะฉะนั้น ก็ให้ทราบว่ากุศล นอกจากจะทำเองแล้ว แม้ไม่ได้ทำ(ด้วยตัวเอง) แต่ยินดีในการที่คนอื่นทำ ขณะนั้นก็เป็นกุศล เพราะฉะนั้น ที่อุทิศส่วนกุศล อุทิศ แปลว่า เจาะจงจะให้ใคร ถ้าเป็นญาติที่สิ้นชีวิตแล้วบุคคลนั้นเกิดแล้วสามารถที่จะรู้ได้ เขาก็ยินดีที่ญาติยังระลึกถึงแล้วก็ทำสิ่งที่ดีเพื่อให้เขาได้เกิดอนุโมทนา เพราะฉะนั้น ขณะใดก็ตามที่อนุโมทนา กุศล เป็นของผู้อนุโมทนา

กุศลที่ใครทำ ก็เป็นของคนนั้น แต่เมื่ออุทิศส่วนกุศลที่ได้ทำแล้วให้คนอื่นได้รู้และอนุโมทนา ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้รู้จะอนุโมทนาหรือไม่ เขาไม่อนุโมทนาก็ได้ กุศลจิตก็ไม่เกิด ไม่ใช่ว่าเขาไม่อนุโมทนา เขาก็ยังได้กุศล ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะเหตุว่า กุศล เป็นสภาพของจิตที่ดีงาม

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
แต้ม
แต้ม
วันที่ 12 ก.พ. 2563

ขอบพระคุณครับ  แต่ที่ผมไม่อยากนิมนต์พระมาฉันเช้าหรือฉันเพล  เพราะมัคทายก  จะต้องมีการแนะนำให้ใส่ซอง (เงิน) ถวายเป็นการส่วนตัวให้กับพระแต่ละรูปด้วย  ถ้าไม่ถวายก็ดูจะเป็นการผิดธรรมเนียม ประเพณี  ก็จะเกิดปัญหากับสังคม  ผมคิดว่าผมจะไม่ทำบุญอุทิศกุศลให้แก่พ่อและแม่ของผม โดยนิมนต์พระมาฉันที่บ้านอีกต่อไป แต่จะทำบุญแบบอื่นที่ไม่ต้องถวายเงินพระเป็นการส่วนตัวครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Dusita
Dusita
วันที่ 13 ก.พ. 2563

อนุโมทนาค่ะ..ในความเข้าใจถูก ความเห็นถูก ที่จะไม่ให้เงิน กับ พระภิกษุ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ