ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๓๕
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  22 ธ.ค. 2562
หมายเลข  31387
อ่าน  1,274

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์  ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน  เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้

** ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๓๕ **



~บรรพชิต ต้องไม่ใช่คฤหัสถ์  บรรพชิตจะทำกิจของคฤหัสถ์ไม่ได้ เพราะเหตุว่า ได้สละชีวิตคฤหัสถ์ทั้งหมดที่จะขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิต  เพราะฉะนั้น   ต้องศึกษาพระธรรมและประพฤติตามพระวินัย   ถ้าพระภิกษุใดไม่ศึกษาพระธรรม  แต่คิดจะทำอย่างอื่นและไม่ประพฤติตามพระวินัย  เช่น  จะรับเงินและทอง  คนนั้น ก็ไม่ใช่พระภิกษุ

~คฤหัสถ์กราบไหว้พระภิกษุในกุศลจิตของท่านที่มั่นคงที่จะศึกษาขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิตซึ่งเป็นผู้ที่ต่างจากคฤหัสถ์โดยประการทั้งปวง ทำมาหากินไม่ได้  จะไปทำอย่างอื่นเรียนวิชาชีพอะไร  ก็ไม่ได้  นอกจากเรียนพระธรรมและพระวินัย   มีชีวิตอย่างสงบ

~ถ้าพระภิกษุอยากจะทำกิจของคฤหัสถ์   ลาสิกขา (สึก) ทำได้ทุกอย่างเพราะคฤหัสถ์ต้องเป็นคฤหัสถ์   บรรพชิตต้องเป็นบรรพชิต  ไม่ใช่ว่าบรรพชิตจะมาทำกิจของคฤหัสถ์

~พระภิกษุรับเงินและทอง ไม่ได้  ไม่ยินดีด้วย   ไม่ใช่เพียงแต่จะไม่รับ ทั้งไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทอง แต่รับเมื่อไหร่แสดงว่ายินดีแน่นอน ถูกต้องไหม?  ต้องพิจารณาละเอียดมาก รับเมื่อไหร่ คือ   ขณะนั้นต้องยินดีแน่นอน

~ถ้ายังไม่มีความเข้าใจจริงๆ ในพระพุทธศาสนา  การบวชก็เป็นโทษอย่างยิ่ง เพราะเพียงอยากบวช

~ถาม : ถ้าต้องรู้พระธรรมวินัยให้ถูกต้องก่อนแล้วจึงควรจะบวช  จะหาพระได้หรือ?

ตอบ : ต้องเป็นคนตรง จะมีเพียงคำว่า "พระ" แต่ไม่ประพฤติตาม
พระธรรมวินัยหรือ?  ต้องเป็นผู้ที่ตรงและจริงใจ เมื่อไม่มี   ก็ไม่มี   
ดีกว่าไม่มีแล้วไปให้มี  ทั้งๆ ที่ไม่ใช่หรือไม่มี   ใช่ไหม? อย่างนั้น
จะดำรงพระศาสนาไว้ได้อย่างไร   ต้องเป็นคนที่ตรงมาก


~สมควรไหมที่จะมีการเผยแพร่พระธรรมวินัยต่อไป? สมควร เพื่อคนอื่นที่อาจจะเข้าใจผิดพลาดไปก็จะได้ไตร่ตรองให้ถูกต้อง เพื่อที่จะได้รักษาดำรงประโยชน์ยิ่งใหญ่ในสังสารวัฏฏ์ คือ การได้เข้าใจพระธรรมวินัย   เป็นประโยชน์จริงๆ เพราะเหตุว่า ทั้งหมด ด้วยความเป็นมิตร ด้วยความหวังดี   ซึ่งไม่ยุติ เพราะว่า   มีความหวังดีจริงๆ ต่อไป

~ถ้าได้ประโยชน์ ได้ความเข้าใจ แล้วรู้ว่าเป็นประโยชน์ จึงฟังพระธรรม นั่น ไม่ใช่โลภะ ไม่ใช่ความอยาก   แต่เป็นฉันทะ ความพอใจที่จะกระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์

~คนที่ไม่ได้สละเพศคฤหัสถ์ แต่เข้าใจธรรม ก็ขัดเกลากิเลสโดยการเข้าใจธรรม (โดยไม่ต้องบวช)

~ความเป็นพระภิกษุ ไม่ใช่อยู่ที่ผ้าที่ครองเท่านั้นที่แสดงว่าเป็นพระภิกษุ แต่ต้องเป็นความประพฤติ ความเป็นอยู่ และความเข้าใจพระธรรม ซึ่งเป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลส

~ผู้ที่บวชเป็นพระภิกษุ แต่งกายเหมือนพระภิกษุตามพระธรรมวินัย  มีความเข้าใจธรรมหรือเปล่า? ถ้าไม่มีความเข้าใจธรรมแล้วเป็นพระภิกษุได้อย่างไร  มีแต่ความพอใจ ความต้องการหรืออยากที่จะเป็น

~ทดแทนคุณพ่อแม่ ก็ด้วยการเป็นคนดี พ่อแม่ทุกคนหวังให้ลูกเป็นคนดี มีใครอยากให้ลูกคนโจรบ้างไหม มีใครอยากให้ลูกทุจริตบ้างไหม  มีใครอยากให้ลูกโกหกบ้างไหม  มีใครอยากให้ลูกทำไม่ดีบ้างไหม? เพราะฉะนั้น เมื่อจะตอบแทนคุณ ก็ทำดี ดีกว่าบวชแล้วทำไม่ดี  เพราะฉะนั้น  บวชไปไม่ได้แทนคุณ เพราะผิดพระวินัย

~แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นในโลก แต่ถ้าไม่รู้จักพระองค์ ไม่เข้าใจธรรมแล้วจะเป็นที่พึ่งได้อย่างไร ทั้งหมดต้องเป็นความเข้าใจนั่นแหละที่จะเป็นที่พึ่งได้  เพราะเข้าใจถูกต้อง ถ้าเข้าใจผิด ก็เป็นที่พึ่งไม่ได้

~ตั้งแต่เกิดจนตาย  เป็นธรรมแต่ละหนึ่ง ทั้งหมด ไม่มีเรา  ฟังพระธรรม เพื่อให้เข้าใจถูกต้อง  เพราะถ้าไม่ฟัง  ไม่มีโอกาสจะรู้ความจริงเลยว่าแท้ที่จริงแล้วไม่มีเราแล้วก็อยู่ไปเรื่อยๆ ในสังสารวัฏฏ์โดยยึดถือสิ่งที่เกิดดับว่าเป็นเราไปเลย   แต่ความจริงไม่ใช่เรา

~ปัญญาเจริญช้ามาก เหมือนการจับด้ามมีด เพราะอะไร เพราะกำลังฟังก็เข้าใจคำที่กำลังฟัง   พอฟังจบแล้ว ก็กิเลสเลย  ยับยั้งไม่ได้ หยุดไม่ได้ มีปัจจัยที่จะเกิด เพราะฉะนั้น ปัจจัยของความเข้าใจ (คือ การได้ฟังพระธรรม)   ถ้าหยุด    ก็ไม่เติม ไม่เจริญ  แค่ไหนก็แค่นั้น  นับวันก็จะถูกปกปิดด้วยความไม่รู้ ความยินดีเพลิดเพลิน ซึ่งเป็นกิเลสต่อไป

~การฟังพระธรรม ต้องรู้ว่า เป็นการฟังเพื่อเข้าใจ เพื่อความไม่รู้จะได้ลดน้อยลง นั่นคือ ความหมายของคำว่า ขัดเกลา กว่าจะหมด เพราะมากมายเหลือเกิน เพราะฉะนั้น ทุกคำที่เข้าใจ กำลังทำงานละความไม่รู้

~ปัญญา ความเห็นถูกความเข้าใจถูก  นำไปสู่สิ่งที่ถูกต้องที่เป็นคุณความดีทั้งหมด

~กล้า อาจหาญ ร่าเริงที่จะเป็นมิตรที่ดี ให้ความเข้าใจถูกต้องตาม
พระธรรมวินัย


~ถ้าเป็นความหวังดีจริงๆ ลองคิดดู กล้าที่จะเป็นมิตรที่ดีไหม นั่นต้องเป็นกุศลที่มีกำลังจริงๆ ที่ไม่หวั่นไหวต่อการที่ใครจะคิดอย่างไร ใครจะว่า ใครจะติ ใครจะเข้าใจอย่างไร แต่ความหวังดี ก็ยังคงเป็นความหวังดี

~กุศลธรรมก็เป็นกุศลธรรม อกุศลธรรมก็เป็นอกุศลธรรม เมื่อทำสิ่งที่ดีแล้ว ผลที่ดีก็ต้องมีในภพชาติต่อไป แต่ถ้าทำสิ่งที่ไม่ดีแล้ว ภพชาติต่อไปจะเป็นอย่างไร   ทำไมไม่คิดถึง?

~คนที่ไม่กล้าที่จะทำความดี ไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ก็ตามการสะสม เพราะฉะนั้น ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน แต่ตัวเองกล้าไหม(ที่จะทำความดี ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง) ไม่ต้องคิดถึงคนอื่น

~ถ้าทำสิ่งที่ถูกต้องและมีความหวังดี กล่าวคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว กลัวอะไร ไม่มีอะไรที่จะน่ากลัว เพราะกุศลทั้งหลาย นำมาซึ่งสิ่งที่เป็นประโยชน์

~เรียน  คือ ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจในความเป็นจริงว่า ธรรม เป็น ธรรม  ไม่ใช่เรา

~ความเข้าใจพระธรรมเท่านั้นแหละ ที่จะค่อยๆ ขัดเกลาละคลายความไม่รู้และความไม่ดีทั้งหลาย

~อกุศลทั้งหมด มาจากความไม่เข้าใจความจริงของสิ่งที่มีจริง

~ตราบใดที่ยังไม่รู้ความจริงของสิ่งที่ปรากฏ ก็ยังประมาทอยู่

~ขณะนี้ ถ้ากำลังเข้าใจสภาพธรรมที่ปรากฏ โดยไม่เลือก โดยความเป็นอนัตตา โดยมีปัจจัยเกิดขึ้น   ขณะนั้น  ปัญญาปฏิบัติหน้าที่ของปัญญา ไม่มีใครไปทำอะไรได้เลย

~ทุกคน ก็ไม่ต้องการที่จะให้ใครกระทำทุจริต ใช่ไหม   แต่เราเองทำบ้างหรือเปล่า?    เพราะฉะนั้น   เขาทำไม่ดี   ถ้าเราทำ   เราก็ต้องไม่ดีด้วย   

~ความคิดต่างๆ ในทางที่ไม่สุจริต   เป็นเหตุที่ไม่ดี   ถ้ามีปัญญา รู้ว่า ถ้าทำอย่างนี้แล้วผลคืออะไร   จะทำไหม?  ก็ไม่ทำ   แต่เพราะไม่รู้  จึงทำทุจริต,   จะรู้ได้เลยว่า   ขณะที่ใครทำทุจริตต่างๆ   ทำไม่ดีต่างๆ    เพราะไม่รู้ ว่า   นั่น เป็นเหตุที่จะทำให้เกิดผลที่ไม่ดี

~คำที่ถูก  ควรพูด  เพื่อประโยชน์  โดยไม่หวั่นไหว.

** ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ **

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๓๔



...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 22 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
jaturong
วันที่ 23 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 23 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 23 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 23 ธ.ค. 2562

   ขอบพระคุณ​และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
siraya
วันที่ 23 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 23 ธ.ค. 2562

กราบอนุโมทนากุศลจิตในการกล่าวคำจริงเกื้อกูลให้ผู้ฟังได้เข้าใจถูกเห็นถูกต้องค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
มกร
มกร
วันที่ 23 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ