บาปของฆราวาสที่ห้ามมรรคผล
 
หาทาง
วันที่  17 ธ.ค. 2562
หมายเลข  31379
อ่าน  322

ผมได้อ่านคำสอนของพระท่านหนึ่ง ท่านบอกว่า ถ้าเราได้ล่วงละเมิดพ่อแม่เอาไว้แล้วไม่ได้ทำพิธีขอขมาจะไม่สามารถทำมรรคผลให้เกิดขึ้นได้ หรือแม้แต่คิดโกรธเคืองก็จะทำมาหากินไม่ได้ มีแต่ไม่เจริญถ่ายเดียว ในประเด็นนี้ พระพุทธองค์ท่านเคยตรัสไว้ไหมครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 18 ธ.ค. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒ หน้า ๒๙๔

บุคคลใดเลี้ยงมารดาและบิดาโดยธรรม      เพราะการบำรุงมารดาและบิดานั่นแล บัณฑิตย่อมสรรเสริญบุคคลนั้นในโลกนี้ทีเดียว    บุคคลนั้นละจากโลกนี้ไปแล้ว  ย่อมบันเทิงในสวรรค์
(พระสุตตันตปิฎก  สังยุตตนิกาย  สคาถวรรค  มาตุโปสกสูตร)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ หน้า ๑๖๐ 

ผู้ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดา    ย่อมเดือดร้อนในภายหลังว่า    เราสามารถพอที่จะเลี้ยงดูมารดาและบิดาผู้แก่เฒ่าชราได้   ก็มิได้เลี้ยงดูท่าน
(พระสุตตันตปิฎก  ขุททกนิกาย   ชาดก   ชนสันธชาดก)

-----------------------------------

แต่ละคนก็มีความประพฤติที่ไม่ดีด้วยกันทั้งนั้น มีความประพฤติเป็นไปตามกำลังของกิเลส   มากบ้าง น้อยบ้าง ตามการสะสมของแต่ละบุคคล  แต่เบื้องต้นให้เข้าใจว่า กิเลสทั้งหลาย  ทำร้ายตนเอง เป็นโทษกับตนเอง   และ สิ่งที่ไม่ดีที่ได้ทำไปแล้ว เมื่อถึงคราวให้ผล ผลที่เกิดขึ้นย่อมเป็นผลที่ไม่ดี ไม่น่าปรารถนาไม่น่าใคร่ไม่น่าพอใจ เท่านั้น  ตามควรแก่เหตุ  โดยที่ไม่มีใครทำให้เลย    จึงควรอย่างยิ่งที่จะได้เห็นโทษเห็นภัยของกิเลสจริงๆ   เพราะถ้าประมาทกำลังของกิเลส  สะสมไปเรื่อยๆ วันข้างหน้าอาจจะทำกรรมที่หนักๆ ได้     จากประเด็นคำถามดังกล่าว  ถ้ายังไม่ได้ถึงขั้นฆ่าบิดามารดา ก็ไม่ได้ห้ามมรรคผล  [แต่ถ้าหากว่าผู้ที่ตนเองล่วงเกิน ผู้ที่เรากล่าวร้าย  นั้น  เป็นพระอริยบุคคล  อันนั่น ห้ามมรรคผล  ถ้าหากไม่ได้ทำการขอขมาขอโทษในสิ่งที่ตนเองได้ล่วงเกิน  แต่ถ้าได้ขอขมาแล้ว ก็ไม่ได้เป็นเครื่องกั้นมรรคผลแต่อย่างใด]   

ที่น่าพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง  คือ ถึงไม่ได้ห้ามมรรคผล   แต่ถ้าไม่ได้มีเริ่มต้นในหนทางที่ถูกต้อง คือ หนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญาจากการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ย่อมไม่มีทางไปถึงการบรรลุมรรคผลนิพพานได้ 

อีกประการหนึ่ง คือ การเห็นโทษ โดยความเป็นโทษ แล้วกระทำคืน ขอโทษผู้ที่ตนล่วงเกิน  เป็นสิ่งที่ควรทำ  เพื่อจะได้สำรวมระวังไม่กระทำในสิ่งที่ผิดอย่างนั้นอีกต่อไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้มีพระคุณ เช่น บิดามารดาเป็นต้น  เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผ่านไปแล้วได้  สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป  แต่ขณะนี้สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะได้ตั้งต้นใหม่ด้วยคุณความดี  และฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ   ความเข้าใจพระธรรม ก็จะเกื้อกูลให้คุณความดีประการต่างๆ เจริญขึ้นในชีวิตประจำวัน นำพาชีวิตไปสู่คุณความดีทั้งปวง ไม่นำพาไปในทางที่ผิด ครับ 

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 19 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ