ขอความรู้ในเรืองการพิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม ครับ
 
gob
gob
วันที่  2 ก.ค. 2562
หมายเลข  30999
อ่าน  144

สติปัฏฐาน ๔ กาย เวทนา จิต ธรรม

อยากขอความอนุเคราะห์ วิธีหรือความหมายในการพิจารณา สติปัฏฐาน ๔ เป็นเบื้องต้น เพื่อใช้เป็นการเริ่มต้นเดินในทางที่ถูกครับ

ขอบพระคุณมากครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 4 ก.ค. 2562 09:49 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     สติปัฏฐาน คือ สติและปัญญาที่รู้ความจริงของสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ ว่าเป็นธรรม ไม่ใช่เรา อันเป็นการเจริญวิปัสสนา  สติปัฏฐาน ประกอบด้วยสภาพธรรมอะไรบ้าง

     สติปัฏฐาน ก็ไม่พ้นจากความเป็นจริงของสภาพธรรมที่เป็นจิตและเจตสิกที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นกุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา และ เจตสิกอื่น ๆ อีกมายมาย ดังนั้น  ก็ประกอบด้วยสภาพธรรมที่เป็น จิต ที่เป็นใหญ่ในการรู้ และ ประกอบด้วยเจตสิก อย่างน้อย 19 ดวง ที่เป็นโสภณสาธารณะเจตสิก  และประกอบด้วย  สัพพจิตสาธารณะเจตสิก อีก 7 ดวง และ ปกิณณกเจตสิก  และที่ขาดไม่ได้เลย คือ ปัญญา ที่เป็นอโมหะเจตสิก ที่เป็นสภาพธรรมที่รู้เห็นตามความเป็นจริง ครับ

     สิ่งที่มีจริงในขณะนี้นั่นเอง ที่จะเป็นที่ตั้งให้สติเกิดขึ้นระลึกตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ  และปัญญารู้ตามความเป็นจริง (สติปัฏฐาน) เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องหวัง ไม่ใช่เรื่องต้องการ ไม่ใช่เรื่องของความจดจ้อง ไม่ใช่เรื่องของการไปกระทำอะไรด้วยความเป็นตัวตน  ด้วยความเห็นผิด  และด้วยความไม่รู้  แต่เป็นเรื่องของการอบรมเจริญปัญญาไปตามลำดับ     

     เรื่องเจริญสติปัฏฐาน  เป็นเรื่องของปัญญาที่เข้าใจสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง สติเกิดขึ้นระลึก และปัญญารู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมในขณะนี้  การเจริญสติปัฏฐานไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  แต่ว่าเป็นเรื่องที่จะต้องอาศัยการฟังในสิ่งที่มีจริงเนือง ๆ บ่อย ๆ  พิจารณาเหตุผลแล้วก็เจริญเหตุ ให้สมควรแก่ผลด้วย  

     ธรรม คือ สิ่งที่มีจริง มีจริงในขณะนี้ หนทางที่จะเป็นไป เพื่อการรู้ธรรม ตามความเป็นจริง  ซึ่งก็มีจริง  แต่ต้องเป็นหนทางแห่งปัญญา  เพราะฉะนั้น  ก็ต้องกลับมาที่ฟังพระธรรมให้เข้าใจจริง ๆ  ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่ได้ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ  แม้ว่าจะมีสภาพธรรมที่มีจริง  ก็ไม่สามารถเข้าใจตามความเป็นจริงได้เลย  ย่อมไม่มีเหตุที่สติปัฏฐานจะเกิดขึ้นได้เลย ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Selaruck
Selaruck
วันที่ 4 ก.ค. 2562 11:54 น.

ดิฉันเได้ฟังซีดีแนวทางเจริญวิปัสนาของท่านอาจารย์สุจินต์ ในเวปไซต์ของมูลนิธิฯ พร้อมการอ่านหนังสือปรมัตถธรรมสังเขปของท่านอาจารย์ แล้วพิจารณาตาม  และพอเข้าใจแม้ขั้นการฟังแม้น้อยนิดก็เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง

เป็นที่ชัดแจังว่าต้องเข้าใจปรมัตถธรรม และความหมายของแต่ละคำแล้วจึงจะมีแนวทางที่ถูกต้องในการพิจารณา

กราบแทบเท้าระลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์บริหารวนเขตต์ที่เคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนายิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 4 ก.ค. 2562 12:30 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น    

พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  แสดงให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงตรงตามความเป็นจริง   ก่อนอื่นเมื่อกล่าวถึงอะไรนั้น  ต้องเข้าใจก่อนว่า เป็นธรรม เป็นสิ่งที่มีจริง เมื่อเป็นสิ่งที่มีจริง ก็ไม่ใช่ใครไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนแต่อย่างใด       แม้แต่สติปัฏฐาน  ก็เช่นเดียวกันควรจะได้ศึกษาให้เข้าใจจริง ๆ  ไม่ใช่เป็นการไปทำอะไรที่ผิดปกติใด ๆ ทั้งสิ้น 

ในเบื้องต้น ควรจะได้เข้าใจว่า "สติปัฏฐาน" เป็นการระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏ  เป็นการระลึกตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนั้น ไม่พ้นจากสติไปได้  สติย่อมมีอย่างแน่นอน  โดยไม่มีตัวตนที่ระลึก   หรือไปเจาะจงอารมณ์หนึ่งอารมณ์ใด  ต้องมีสภาพธรรมที่เป็นอารมณ์ของสติ คือ เป็นสิ่งที่มีจริงที่กำลังมีในขณะนั้น  มีสติซึ่งเป็นสภาพธรรมที่ระลึก และ มีปัญญาที่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้น ขณะที่สติปัฏฐานเกิด  ย่อมเป็นกุศลจิต [ในขณะที่กุศลจิตเกิด ก็สงบจากอกุศล ในขณะนั้น]  เป็นกุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา และมีสติที่เป็นสภาพธรรมที่ระลึกด้วย  เพราะสภาพธรรมที่เป็นอารมณ์ให้สติเกิดขึ้นระลึกรู้นั้นก็เป็นธรรมที่มีจริงในชีวิตประจำวัน   สิ่งที่มีจริงในชีวิตประจำวันนี้เองที่สามารถรู้ตามความเป็นจริงได้ ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร  แต่รู้ยากเพราะสะสมอวิชชา ความไม่รู้มาอย่างเนิ่นนานในสังสารวัฏฏ์  

ประการที่สำคัญ นั้น ก่อนที่จะไปถึงสติปัฏฐาน ขอให้ฟังให้เข้าใจ  ขอให้กลับมาเริ่มต้นใหม่เพื่อจะได้เริ่มสะสมความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่ในขณะนี้  เพราะเหตุว่าพระธรรม เป็นเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้งมาก  ต้องอาศัยการฟัง การศึกษาพระธรรม ฟังในสิ่งที่มีจริงบ่อย ๆ เนือง ๆ  ฟังพระธรรมให้เข้าใจในสภาพธรรม  ซึ่งเป็นปรมัตถธรรม อย่างมั่นคงว่า  ทุกอย่างเป็นเพียงสภาพธรรมอย่างหนึ่งที่ปรากฏ ไม่ใช่ สัตว์ บุคคล ตัวตน เป็นความเข้าใจในความจริงอย่างมั่นคง  จึงจะเป็นเหตุให้สติปัฏฐานเกิด  แต่อย่าลืมว่าธรรม เป็นอนัตตา  ไม่สามารถบังคับบัญชาได้ ครับ.             

ขอเชิญศึกษาเพิ่มเิติมได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ   

ก่อนจะถึง...สติ-ปัฏฐาน

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
peem
วันที่ 7 ก.ค. 2562 21:27 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ