ผิดไหมสำหรับผู้ที่มุ่งเจริญสมาธิพละ
 
pdharma
pdharma
วันที่  7 มิ.ย. 2562
หมายเลข  30916
อ่าน  114

ผิดไหมสำหรับผู้ที่มุ่งเจริญสมาธิพละ เพราะอาจเป็นการสะสมมาแต่อดีตชาติ ประกอบกับสังคมปัจจุบันที่อาจทำให้เกิดความฟุ้งซ่านได้ง่าย การไปหาครูสมาธิซึ่งส่วนใหญ่เป็นภิกษุเพื่อหาทางลดความฟุ้งซ่านด้วยการทำสมาธิจะผิดอย่างไรหรือไม่ เพราะสมาธิพละหรือฌานก็เป็นพละหนึ่งที่ควรเจริญแม้ปัญญาพละจะเป็นยอดที่สุด

ขอขอบพระคุณ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 11 มิ.ย. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒- หน้าที่ 15

     [๒๙๔] มิจฉาสมาธิ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ?
     ความตั้งอยู่แห่งจิต ความดำรงอยู่แห่งจิต ความมั่นอยู่แห่งจิต ความไม่ส่ายไปแห่งจิต ความไม่ฟุ้งซ่านแห่งจิต ภาวะที่จิตไม่ส่ายไป ความสงบ สมาธินทรีย์ สมาธิพละ ความตั้งใจผิด ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า มิจฉาสมาธิ มีในสมัยนั้น.

-------------------

เพราะสัตว์โลกไม่ได้ศึกษาพระธรรมโดยละเอียดจึงสำคัญว่า สมาธิพละเป็นสิ่งที่ดีอย่างเดียว เพราะความจริงแล้ว สมาธิพละ หมายถึง มิจฉาสมาธิด้วย เป็นสมาธิที่ผิด และ เพราะไม่ศึกษาพระธรรมให้ละเอียด จึงไม่รู้ว่าสมาธิมี 2 อย่าง คือ สัมมาสมาธิ มิจฉาสมาธิ จึงคิดว่า สมาธิเป็นสิ่งที่ดีทั้งหมด และ เพราะไม่ศึกษาพระธรรมให้ละเอียด จึงสำคัญว่า ความสงบ เป็นสมาธิ เพราะความสงบ คือ สมถะ หมายถึง สภาพธรรมที่สงบจากอกุศล แต่ สมาธิ หมายถึง ความตั้งมั่นที่เป็นเอกัคคตาเจตสิก ซึ่งเกิดได้ทั้งกุศลและอกุศลครับ

เพราะฉะนั้นการไปหาครูสมาธิ ทั้งๆที่ไม่มีความเข้าใจ และ ครูสมาธิก็สอนสิ่งที่ผิด สอนให้ทำ ไม่ได้มีการอธิบายตามพระไตรปิฎก ตามที่กล่าวมา เพราะฉะนั้น ก็ชวนกันไปในหนทางผิด ทำลายพระพุทธศาสนา  ครับ เพราะฉะนั้น ทางใดถูก สัมมาสมาธิ ควรสนับสนุน แต่ทางใดผิด มิจฉาสมาธิ ไม่ควรสนับสนุน ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 11 มิ.ย. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 

 ถ้าไม่มีความเข้าใจถูกเห็นถูกแล้ว  ไปทำอะไรด้วยความไม่รู้ ด้วยความไม่เข้าใจ นั่นไม่ใช่ทั้งการอบเจริญสมถภาวนา และ ไม่ใช่ทั้งการอบรมเจริญวิปัสสนา ด้วย  มีแต่จะเพิ่มพูนความไม่รู้ ความเห็นผิด ความติดข้อง ตลอดจนถึงกิเลสประการอื่นอีกมาย ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่รู้ นั่นเอง  สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูก   แล้วความเข้าใจถูกเห็นถูกจะมาจากไหน?  เพราะเกิดเองก็ไม่ได้  บังคับให้เกิดตามใจชอบก็ไม่ได้     แต่สามารถสะสมได้ด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

ธรรมเป็นเรื่องที่ละเอียดมาก  ต้องเริ่มจากการสะสมปัญญา ความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อยจริง ๆ  ขณะนี้มีธรรมอะไรบ้าง ที่ควรรู้ควรศึกษาให้เข้าใจ   เพราะสิ่งที่มีจริง นั้น  มีจริง ๆ ในขณะนี้  ในชีวิตประจำวัน ทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้นทางกาย และทางใจ  เมื่อฟังในเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริงบ่อย ๆ เนือง ๆ  ก็จะเป็นเหตุให้สติเกิดขึ้นระลึกลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏในขณะนั้นได้ซึ่งเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย  ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น     สิ่งสำคัญ คือ  ความเข้าใจถูกเห็นถูก ตั้งแต่ต้น   ครับ.                          

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ