ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๐๒
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  5 พ.ค. 2562
หมายเลข  30835
อ่าน  940

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 


ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๐๒




~ถ้าไม่มีหลักธรรม ความเข้าใจความถูกต้อง  ความเข้าใจความจริง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม  ชีวิตของผู้นั้น ไม่มีทางที่จะดำเนินไปในทางที่เป็นประโยชน์

~ถ้าเข้าใจธรรมแล้ว มีหรือที่ใครจะละเลยทอดทิ้งภาระที่จะต้องให้คนอื่นได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในพระธรรมวินัยสืบต่อไปด้วย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นภิกษุหรืออุบาสกอุบาสิกาที่เข้าใจธรรมแล้ว จะไม่ละเลยการที่จะดำรงรักษาพระพุทธศาสนา แล้วก็เกื้อกูลกัน

~ถ้ารู้ว่าสิ่งใดผิดวินัย ก็ไม่สนับสนุน   เพราะฉะนั้น  เมื่อไหร่จะสำนึกว่าอะไรถูกอะไรผิด  โดยเฉพาะเรื่องของพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ประเสริฐมาก   ถ้ามีความเห็นถูกต้องยิ่งขึ้น   ทุกคนก็ร่วมกันทำสิ่งที่ถูกต้องได้ ทำเท่าที่จะทำได้ แต่ละคนถ้ามีจำนวนมากขึ้นก็ต้องสำเร็จ  (เป็นการช่วยกันดำรงรักษาพระพุทธศาสนา  ไม่ไปทำลายสิ่งที่ประเสริฐที่สุดให้หมดสิ้นไป)

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมแล้วๆเล่าๆถึงสิ่งที่กำลังมีในขณะนี้ จนกว่าผู้นั้นจะเกิดปัญญา ทรงมีพระมหากรุณาอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่รู้ เพราะฉะนั้น ก็ทรงแสดงโดยละเอียดโดยประการทั้งปวงสิ้นเชิง เพื่อเขาจะเข้าใจ เมื่อเขาเข้าใจแล้วเขาก็เป็นผู้ที่ปลอดโปร่งจากการหลงผิด เพราะเขารู้ว่าอะไรเป็นเหตุที่แท้จริงที่จะทำให้เกิดความทุกข์ ถ้ายังมีเหตุที่จะทำให้เกิดทุกข์แล้วไม่รู้ ก็เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ต่อไป

~ชาวพุทธก็ต้องรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีใครที่จะประเสริฐกว่าพระองค์เมื่อไม่มี(ใครที่จะประเสริฐกว่าพระองค์)สมควรไหมที่จะเคารพสูงสุดด้วยการศึกษาให้เข้าใจพระธรรมที่พระองค์ได้ทรงแสดง ๔๕ พรรษา เพื่อประโยชน์แก่ผู้ฟัง แล้วเราจะไม่เป็นผู้ฟังคนหนึ่งหรือ? ที่จะค่อยๆฟังธรรม ซึ่งกล่าวถึงสิ่งที่มีจริงจนกระทั่งสามารถที่จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งขึ้นนอบน้อม เคารพ สักการะยิ่งขึ้น

~ผู้ที่ระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบ่อยๆ  ย่อมเสมือนกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่เฉพาะหน้า  ไม่สามารถที่จะล่วงกายทุจริตได้ เพราะเหตุว่า ระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ทรงแสดงธรรม ให้เห็นว่าธรรมใดเป็นอกุศล ที่ควรเว้น ธรรมใดเป็นกุศลที่ควรเจริญ

~ถ้าสามารถจะทำให้คนอื่นได้เข้าใจว่าอะไรผิด อะไรถูก เป็นประโยชน์ไหม มีเมตตาไหม ไม่ใช่เห็นแก่ตัว แต่รู้ว่าคนอีกมากที่ไม่ได้เข้าใจพระธรรมอย่างถูกต้อง พระวินัย พระสูตร ก็ไม่ได้ศึกษาเลย เพราะฉะนั้น พระธรรมยิ่งเปิดเผยยิ่งรุ่งเรืองถ้ามีความเมตตา มีความหวังดี มีความเป็นเพื่อนกับคนที่เห็นผิด ก็ต้องพูดต้องเปิดเผยพระธรรมวินัยให้เขาได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง

~เข้าใจผิด คิดว่าพระพุทธศาสนา ง่าย ไม่ต้องเรียน ก็ได้ คิดได้อย่างไร  นี่อันตรายที่สุด ที่ประมาทคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~คนที่เคยฟังคำสอนอื่น ไปหลงผิด ไปปฏิบัติผิดมา แต่เพราะการที่เคยสะสมความเป็นผู้มีเหตุผล ความเป็นผู้ตรง ความเป็นผู้เห็นสาระของการเข้าใจสิ่งที่จริง ไม่ต้องการสิ่งที่ไม่จริง  พอได้ฟังธรรม เขาเปลี่ยนเลย เพราะเหตุว่า เขารู้ว่าที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด ไม่ใช่ความถูกต้อง ไม่จริง  ไม่ใช่ความเข้าใจใดๆเลยทั้งสิ้น

~เพียรที่จะรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้  นั่นคือประโยชน์สูงสุดถ้าไม่รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ แล้วจะไปหาความจริงอะไรที่ไหนมารู้   เพียรฟังจนกระทั่งค่อยๆ หมดความสงสัย  ค่อยๆละความเป็นเรา

~พระธรรมเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ แต่ว่า ลึกซึ้ง เป็นประโยชน์, คำไหนที่ไม่ใช่คำที่กล่าวถึงสิ่งที่มีจริง  ทุกคำไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด

~จะต้องการทรัพย์สมบัติอื่นใด  ชื่อเสียงเกียรติยศ หรืออะไร เพียงแค่ทุกอย่างเพียงเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไปหมดในสังสารวัฏที่ยาวนาน ไม่เหลือเลย แม้แต่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ก็ไม่เหลือ เพราะฉะนั้น พอถึงพรุ่งนี้ วันนี้จะไม่มีอะไรเหลือสำหรับพรุ่งนี้เลย

~ความมั่นคงของประเทศชาติเป็นเรื่องใหญ่มาก ความมั่นคงของประเทศชาติต้องมาจากคนดี ถ้าไม่มีคนดีเลย จะไปหาความมั่นคงที่ไหน ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย เพราะฉะนั้น คนดี จะดีได้อย่างไร ถ้าไม่ได้เข้าใจความจริง

~ต้องเป็นคนดีจริงๆเป็นคนเสียสละจริงๆ เป็นคนที่มุ่งมั่นจริงๆที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพราะว่า สิ่งใดก็ตามที่เป็นประโยชน์  แม้น้อยหนึ่งก็เป็นประโยชน์

~เวลานี้วิกฤต(เสื่อมอย่างหนัก)หรือเปล่า ในทุกด้าน ใช่ไหม ไม่ว่าจะเป็นวงการใดๆทั้งสิ้น ความวิกฤตมาจากไหน  มาจากการที่ไม่เข้าใจคุณค่าของความดี และจะดีได้ ก็มีหนทางเดียว คือ ต้องมีความเข้าใจว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด แล้วใครจะรู้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด สิ่งตรง สิ่งใดไม่ตรง เหนือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มี

~การที่เป็นคนตรง เป็นคนดี มีเหตุผล เข้าใจความถูกต้องซึ่งมาจากพระพุทธศาสนา นั่นแหละจะช่วยให้ทุกอย่าง ดี

~พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่สามารถจะช่วยให้ประเทศชาติมั่นคง เพราะว่าทำให้คนดีขึ้น

~ถ้าเคารพรักมารดาบิดา สิ่งเดียวที่จะทำให้ท่านปลาบปลื้ม ก็คือ เป็นคนดี ถึงจะเอาอะไร ไปให้สักเท่าไหร่ แต่ความประพฤติไม่ดี  ทุกอย่างไม่ดี  ท่านจะมีความสุขไหม ไม่ว่าใครทั้งนั้น แม้แต่พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ๔๕ พรรษา  เพื่อประโยชน์กับทุกคน ก็เพื่อเขาเป็นคนดีและเข้าใจสิ่งที่มีจริง ตามความเป็นจริง

 

~คนที่ไม่รู้เขาทำชั่ว   แต่คนที่รู้เขาไม่ทำ  เพราะรู้ว่าความชั่วเป็นโทษทั้งกับตนเองและคนอื่น  นำมาซึ่งทุกข์โทษภัยต่างๆ  ซึ่งผู้ที่ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้โดยละเอียดยิ่ง  ซึ่งถ้ารู้จริงๆอย่างนี้ คนรู้ไม่ทำชั่ว      เพราะฉะนั้น ถ้าทุกคน เข้าใจถูกต้อง  โลกนี้ก็เป็นโลกที่ไม่เดือดร้อน  ไม่มีการฆ่ากันไม่มีการประทุษร้ายเบียดเบียนกัน   เป็นโลกที่อยู่ด้วยกันด้วยความสงบ และถ้ามีปัญญายิ่งขึ้น  โลกนี้ก็ยิ่งสงบมากขึ้น

 

~คนอื่นเขาไม่ได้ตกนรกเพราะเราโกรธเขา      แต่ตัวเราเองต่างหากที่จะตกนรกเพราะกิเลสของเราเอง       ดีมากนักหรือสำหรับอกุศล?     โกรธคนอื่น  ไม่ชอบคนอื่น     คิดร้ายต่อคนอื่น  ดีมากนักหรือ? แล้วจะเก็บไว้ทำไม  เพราะไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยแม้แต่น้อย     เนื่องจากเป็นอกุศล  

 

~ถ้าเห็นคนที่พิการ มีอาการวิกลพิการต่าง ๆ เคยคิดบ้างไหม ว่า เคยเป็นอย่างนี้มาแล้วในกาลนานมาแล้ว หรือว่าอาจจะเป็นอย่างนี้ หรือยิ่งกว่านี้ในอนาคต

 

~ไม่ว่าจะเคยเห็นใครก็ตามที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก กำลังเจ็บป่วยด้วยโรคภัยต่างๆ หรือเป็นผู้ที่พิการ หรือมีความทุกข์ ความทรมานอย่างหนึ่งอย่างใด ให้ทราบว่าทุกท่านเคยเป็นมาแล้ว ไม่ใช่ไม่เคยเลย เพราะฉะนั้น ไม่ควรที่จะประมาท ไม่ควรที่จะดูหมิ่นหรือว่าไม่ควรที่จะนึกรังเกียจ แต่ว่าควรจะเป็นคติให้ระลึกได้ว่า เคยเป็นอย่างนี้มาแล้วและอาจจะเป็นอย่างนี้อีกก็ได้

 

~การเห็นกันครั้งหนึ่งๆ ไม่มีใครสามารถจะรู้ได้ว่าจะเป็นการเห็นกันครั้งสุดท้ายหรือไม่    เพราะถ้าคิดว่า อาจเป็นการเห็นกันครั้งสุดท้ายก็อาจจะทำให้จิตใจอ่อนโยนแล้วมีความเมตตากรุณาต่อกัน

 

~การให้อภัย ก็ทำให้บุคคลอื่นมีความสุข เขาไม่ต้องเดือดร้อนเพราะความโกรธ

ของเราหรือเพราะความคิดเบียดเบียนของเรา

 

~ความไม่ดีของคนอื่น เหมือนกับความไม่ดีของเราที่กำลังโกรธไม่พอใจคนอื่นหรือเปล่า?

 

~ถ้าเห็นคนที่กำลังโกรธจริง ๆ เห็นอาการประทุษร้ายจิตใจที่กำลังเกิดขึ้นกับบุคคลนั้น เห็นโทษทันที เวลาที่เห็นความโกรธของบุคคลอื่น แล้วตัวเองเมื่อเห็นโทษอย่างนั้น ยังอยากจะโกรธเหมือนอย่างนั้นหรือ? ในเมื่อกำลังเห็นอาการของคนโกรธ ของความโกรธ เพราะฉะนั้น เมตตาเกิดได้ในขณะนั้น ซึ่งควรเจริญจนกว่าจะเป็นพื้นของจิตใจ    สามารถที่จะให้อภัยได้ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะกระทำการกระทำที่ไม่เหมาะสมทางกาย หรือทางวาจาก็ตาม

 

~คนโกรธ  ไม่รู้ตัวเลย    แต่คนอื่นที่ดูอยู่  รู้เลยว่า  คนโกรธ  หน้าเปลี่ยน  ถมึงทึง  น่ากลัว ไม่น่าดูเลย  

 

~ผู้ที่หวังร้ายต่อท่าน    ก็เป็นอกุศลจิตของเขา ไม่ใช่ของท่าน

 

 

~แต่ละคนก็ดำรงอยู่เพียงชั่วขณะจิตหนึ่ง     ชีวิตของใครจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น สุขสบาย ทุกข์ยาก ลำบาก มากน้อยสักเท่าใด จะเห็นอะไร ได้ยินอะไร    ทั้งหมดก็ให้ทราบว่า แท้ที่จริงแล้ว ก็เป็นเพียงชั่วขณะจิตหนึ่ง   ซึ่งเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปเท่านั้นจริง ๆ

 

~ชีวิต นี้ สั้นมาก   ประโยชน์อยู่ที่ความเข้าใจถูกเห็นถูก  วันนี้ได้ฟังพระธรรม พรุ่งนี้ตายไป  ก็ยังเป็นประโยชน์

 

~ชาตินี้  ก็จะเป็นชาติก่อนของชาติหน้า     ถ้าไม่เห็นประโยชน์ของพระธรรมและความดีในชาตินี้   ชาติต่อไปก็จะเป็นอย่างนี้อีก   ซึ่งจะประมาทไม่ได้เลย

 

~ความยากของพระธรรม    ก็เป็นเครื่องส่องถึงความอดทน ความเพียร ความตั้งใจมั่น   ของแต่ละคนว่า มีมากแค่ไหนในการที่จะฟังที่จะศึกษาให้เข้าใจต่อไป.

 

 

 

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๐๑

 


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
มกร
วันที่ 5 พ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
สิริพรรณ
วันที่ 6 พ.ค. 2562

เป็นคำเตือนที่มีค่ายิ่งค่ะ ชาตินี้ได้ฟังคำจริง

ชาติต่อไป ไม่ทราบว่าจะได้ฟังหรือไม่

ชาตินี้จึงต้องฟังบ่อยๆ สะสมไว้ ในหทัย....

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์เป็นอย่างสูงยิ่ง

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณในกุศลจิต อ.คำปั่น อักษรวิลัย ด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
panasda
วันที่ 6 พ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 6 พ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 6 พ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
jaturong
วันที่ 7 พ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ