ที่พึ่งของผู้ที่เกิดมาในสังสารวัฏฏ์
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  11 ม.ค. 2562
หมายเลข  30380
อ่าน  757

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ประมวลสาระสำคัญ

จากการสนทนาพิเศษ เรื่อง
บ้าน - วัด - ราชการ
(ทำอะไรบ้างที่ทำลายพระธรรมวินัย)
ที่บ้านคุณทักษพล - คุณจริยา เจียมวิจิตร
วันศุกร์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๒

(ภาพขณะสนทนา)

~ถ้าไม่ได้ศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จะไม่เห็นความละเอียดลึกซึ้งของแต่ละคำ ซึ่งถ้าไม่มีความเข้าใจในคำสอนที่พระองค์ได้ตรัสไว้ดีแล้ว ทุกอย่างก็ผิดพลาด เพราะไม่ได้รู้ความจริงตามที่พระองค์ได้ทรงแสดง

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ทุกอย่างโดยละเอียด โดยประการทั้งปวงถึงที่สุด

~ถ้าผู้ที่เป็นเจ้าของบ้าน  เป็นผู้นำของบ้าน ไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็นำไปในทางที่ผิด

~ปัญหาทั้งหมด มาจากความไม่รู้ และความไม่รู้อะไรที่สำคัญที่สุด?  คือ ความไม่รู้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~แม้แต่ที่เราเป็นห่วงเด็ก เป็นห่วงเยาวชน ให้ครูสอนพระพุทธศาสนา แต่ครูเข้าใจพระพุทธศาสนาหรือเปล่า แล้วจะสอนอะไร?  หนังสือของกระทรวงศึกษาธิการออกมา พูดเรื่องอริยสัจจ์ ๔ ปฏิจจสมุปบาท หรืออะไรต่างๆ แต่ครูเข้าใจหรือเปล่า แล้วถ้าครูไม่เข้าใจ  เด็กจะเข้าใจหรือ?

~ถ้าไม่มีความจริงใจที่จะรู้ว่า อะไรถูก อะไรผิด ก็แก้ปัญหาไม่ได้

~มีหลายครอบครัวที่เปิดธรรมแล้วเด็กก็ได้ฟังด้วย  สามารถเข้าใจได้   แล้วลองคิดดูในวัยที่แค่ไม่กี่ขวบโตขึ้นเขาจะเป็นอย่างไร ถ้าพ่อแม่มีความเข้าใจธรรมที่ถูกต้องเพิ่มขึ้น

~บางบ้านเริ่มฟังพระธรรม เริ่มไตร่ตรอง เริ่มรู้ว่าคำใด เป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเรื่องละความไม่รู้ทั้งหมด

~ถ้าติดข้องมากๆ มีหรือที่จะไม่ทำทุจริต

~ถ้าต้องการให้เด็ก ลูกของตน หลานของตน มีความรู้ มีความดี  ตนเองก็จะต้องประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี

~มั่นคงในคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นวาจาสัจจะ(คำจริง) ทุกคำ

~ธรรม คือ สิ่งที่มีจริง    เริ่มเข้าใจ ไม่ต้องไปแสวงหาธรรมที่ไหน เดี๋ยวนี้ก็มี แต่ละคำที่ได้ฟังแล้ว ต้องไตร่ตรองเพิ่มขึ้น ละเอียดขึ้น  ธรรมคือสิ่งที่มีจริง แสดงว่า ต้องมีจริงทุกหนทุกแห่ง    อะไรที่มีจริง เป็นธรรมทั้งหมด

~ชีวิตของคฤหัสถ์ เป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตของคฤหัสถ์และศึกษาธรรมได้ด้วย แต่สำหรับพระภิกษุ ศึกษาธรรมและขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิต ไม่ใช่ว่าศึกษาธรรมเพื่อที่จะดำรงชีวิตเหมือนอย่างคฤหัสถ์ นี่ก็ต่างกันแล้ว

~ภิกษุท่านสละเพศคฤหัสถ์เพื่อศึกษาธรรม เพื่อจะได้ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยและขัดเกลากิเลส นี่คือจุดประสงค์

~เมตตาคือความเป็นมิตร มิตรจะต้องหวังดีพร้อมที่จะเกื้อกูล ทำประโยชน์ เวลาโกรธใครเมตตาหรือเปล่า? ไม่ใช่เมตตาเลย

~ได้ยินคำของพระภิกษุที่ท่านพูดผิด เราก็มีเมตตาที่จะกล่าวสิ่งที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น เมตตาคือความหวังดีในทุกกรณี เราก็มีเมตตาที่จะกล่าวสิ่งที่ถูกต้อง   

~ถ้าคฤหัสถ์มีเมตตาต่อพระภิกษุ ก็ไม่ให้เงินแก่พระภิกษุ นั่นคือคฤหัสถ์ผู้มีเมตตาหวังดี  แต่ถ้าคฤหัสถ์ให้เงินพระภิกษุแล้วจะบอกว่าเป็นผู้ที่หวังดีมีเมตตาได้อย่างไร เพราะไม่รู้จักว่าพระภิกษุคือใคร ท่านมีชีวิตเป็นพระภิกษุเพื่ออะไร

~พระภิกษุท่านบวชเพื่อที่จะได้ขัดเกลากิเลส ศึกษาธรรมในเพศบรรพชิต ท่านจะมีชีวิตเหมือนอย่างคฤหัสถ์ไม่ได้

~เพียงแค่คำเดียวของพระธรรม เคยทบทวนหลังจากที่ได้ฟังแล้วหรือเปล่า ว่ามีความหมายละเอียดลึกซึ้งแค่ไหน

~เพราะไม่เรียน ไม่ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ไตร่ตรอง แล้วจะเข้าใจอะไร

~ทำไมถึงชักชวนกันไปให้ไม่เข้าใจธรรม แทนที่จะชักชวนกันให้ฟังธรรมแล้วให้รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~สิ่งที่ไม่ดีทั้งหมด ต้องเกิดจากเหตุที่ไม่ดี  เพราะฉะนั้น ถ้าต้องการผลที่ดี  ก็ต้องรู้ว่าสิ่งที่ดีจะมาได้อย่างไร  ถ้ายังคงไม่มีความเข้าใจในเหตุผล ก็ยังชื่อว่าไม่เข้าใจธรรม

~อกุศล กับ กุศล อะไรดี?  กุศลดี แต่ถ้าไปสวดมนต์ ไม่รู้ ไม่เข้าใจ 
ดีไหม? ก็ไม่ดี 

~ถ้าไม่เข้าใจธรรม สงบไหม?  ไปร่วมกันพูดคำที่ไม่รู้จัก สงบหรือ?  เมื่อไม่รู้ ไม่เข้าใจ  สงบไม่ได้ 

~อวิชชา คือ ความไม่รู้ นำมาซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นโทษ  แล้วเขารู้ไหมว่าต้นเหตุมาจากความไม่รู้   ถ้ารู้ มีความเข้าใจถูก ปัญญาความเห็นที่ถูกต้อง
ก็นำไปในกิจที่ดีงามทั้งปวง

~เราจะต้องพิจารณาโดยละเอียดมาก เพราะว่าทุกครอบครัว  ก็จะสอนให้บุตรหลานกราบไหว้พระพุทธรูปแล้วก็คิดถึงคุณของพระรัตนตรัย (พระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์) แต่เนื่องจากว่าความไม่เข้าใจในคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพียงแต่ให้กราบไหว้บุคคลผู้เลิศผู้ประเสริฐที่สุด  เขามีจิตอ่อนโยนอยู่แล้วที่จะรู้ว่าใครดี ใครเป็นผู้ที่ประเสริฐ เขาก็กราบไหว้  แต่ไม่ได้ให้ความเข้าใจต่อไป  ผลก็คือว่าพอกราบเสร็จ เขาก็ขอ  เพราะเขาคิดว่าผู้นี้จะดลบันดาลให้ได้ ก็เลยเป็นธรรมเนียมไหว้พระแล้วก็ขอ  แต่ไม่เคยไหว้ในการที่พระองค์ได้ทรงแสดงความจริงให้คนซึ่งไม่อาจจะรู้ได้ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระองค์   เมื่อไม่มีความเข้าใจธรรม ไม่ศึกษาธรรมตลอดมา จึงทำให้มีการเข้าใจผิด

~ศึกษา เพื่อที่จะได้เข้าใจพระธรรม ถ้าไม่ศึกษา ใครจะเข้าใจพระธรรม คิดกันเองหมดเลย หารู้ไม่ว่าพระธรรมเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง  แม้แต่การศึกษาเพียงพลาดนิดเดียวก็หลงผิด เช่น สำนักปฏิบัติ ไม่มีความเข้าใจความเป็น
อนัตตา(ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตน ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น) และไม่มีการที่จะประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~รู้ว่า อะไรถูก อะไรผิด นี่คือ ความรู้ที่ถูกต้อง เป็นความเข้าใจจริงๆ ถ้าเข้าใจจริงๆว่าผิดแล้วจะทำสิ่งที่ผิดหรือ?

~แต่ละหนึ่งในบ้าน เหมือนกันหรือ? ไม่เหมือนกันเลย  ตามการสะสม   ซึ่งก็คือ ธรรม ซึ่งจะเข้าใจตรงตามความเป็นจริงว่าทั้งหมดเป็นธรรม ถ้ายังคงเป็น เรา  ยึดถือว่าเป็นเรา ก็รักเรา   เห็นแก่ตัวทุกอย่าง     

~ความเห็นถูก แม้เพียงเริ่ม วันหนึ่งจะเพิ่มขึ้นมากไหม ถ้าเห็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งว่า เพราะความเห็นถูกเท่านั้นที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างละจากสิ่งที่ไม่ดีได้  ถ้าไม่มีความเห็นที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ยังเห็นว่า กิเลส ดี
มีเงินมากๆดี ทุจริตก็ไม่เห็นเป็นไร  แล้วอย่างนี้จะแก้ไขอะไรได้
  เพราะฉะนั้น ก็เริ่มต้นจากแต่ละหนึ่งคน(ที่มีความเห็นที่ถูกต้อง) เมื่อรวมกัน ก็มากขึ้น

~ประโยชน์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมคือทรงเห็นว่าสัตว์โลกไม่รู้ เพราะฉะนั้น ด้วยพระมหากรุณาที่จะให้เขาเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีค่าที่สุดประเสริฐที่สุด คือ ความเข้าใจที่ถูกต้อง  จึงทรงพระมหากรุณาแสดงพระธรรม แม้ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ไกลแสนไกล  ก็เพื่อให้เขาได้ฟัง  ทรงอนุเคราะห์ เพราะเหตุว่า ในสังสารวัฏฏ์ที่แล้วมาและในอนาคตไม่มีวันจบสิ้น ถ้าไม่มีการรู้ว่าอะไรเป็นปัจจัยที่จะทำให้ความไม่รู้หมดไป เพราะเกิดมาด้วยความไม่รู้แล้วก็ยังไม่รู้ ก็จะต้องมีปัจจัยที่จะทำให้เกิดต่อไป

~ภิกษุทุกรูปในพระธรรมวินัย  มีความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ต้องศึกษาพระธรรมให้เข้าใจโดยถูกต้อง ไม่ผิด แล้วก็ขัดเกลาตัวเองปฏิบัติตามพระธรรมวินัย 

~ถ้าไม่มีความเข้าใจพระธรรม ทุกอย่าง ผิดหมด เช่น สวดมนต์ข้ามปี  ตลาดนัดในวัด มหรสพในวัด เป็นต้น

~ไม่ว่าจะเป็นบ้าน วัด หรือ ราชการ  ก็คือแต่ละหนึ่ง ซึ่งเมื่อมีความเข้าใจถูกก็สามารถที่จะแก้ไขสิ่งที่ผิด และต้องมีความจริงใจ ว่า จะแก้ไหม ถ้ารู้ว่าผิด
จะแก้ไหม
จริงๆ ก็คือ ไม่ใช่เขาคนนั้นที่คิด  แต่ต้องเป็นปัญญา ว่า มีกำลังความเข้าใจที่ถูกต้องแค่ไหน ถ้ามีน้อยก็ไม่อยากจะแก้ แต่ถ้ามีมากจริงๆเข้าใจพระธรรมจริงๆ ไม่มีอะไรจะมากั้นความหวังดีหรือความตั้งใจจริงซึ่งเป็นประโยชน์ ไม่ใช่กับตัวเองเท่านั้น แต่ยังกับคนอื่น ทั้งประเทศ ทั้งโลก

~คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งของผู้ที่เกิดมาที่อยู่ในสังสารวัฏฏ์.

 

 


(ทีมงานอาสาสมัครทำหน้าที่บันทึกวีดีโอสนทนาพิเศษในครั้งนี้)

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง

และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
lokiya
วันที่ 11 ม.ค. 2562 22:05 น.

อนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
anuraks168
anuraks168
วันที่ 11 ม.ค. 2562 23:48 น.

ขอถวายความนอบน้อมแด่พระรัตนไตยด้วยเศียรเกล้า ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตน์และคณะเผยแพร่พระธรรมของมูลนิธิ มสพ.ทุกๆท่านขอรับ ขอบพระคุณในความเมตตาเกื้อกูลที่มีต่อชาวพุทธผู้ไคร่ศึกษาพระธรรมขอรับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Somporn.H
Somporn.H
วันที่ 12 ม.ค. 2562 00:59 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
มกร
มกร
วันที่ 12 ม.ค. 2562 06:55 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 12 ม.ค. 2562 09:31 น.

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตที่ท่านอาจารย์เกื้อกูลด้วยพระธรรมคำจริงค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 12 ม.ค. 2562 18:32 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
peem
วันที่ 13 ม.ค. 2562 21:14 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
panasda
วันที่ 14 ม.ค. 2562 14:18 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ