ไปบวชตลอดชีวิต
 
เจริญในธรรม
วันที่  23 ธ.ค. 2561
หมายเลข  30335
อ่าน  423

ผมอยากบวชตลอดชีวิต แต่มีคนทักว่ามีภาระลูกยังไม่โต ผมไปบวชจะบาปมั้ยครับ ลูกอยู่กับอดีตเมียและป้า ๒ คน ก็พอช่วยเลี้ยงกันได้ ลืมบอกไปว่าผมและอดีตเมียหย่าขาดไปแล้ว ลูกอยู่กับเขา และป้า และยาย

จริงอยู่ครับเพศคฤหัส ก็ปฎิบัติได้ แต่ผมเห็นว่าวุ่นวายจัง อยากละทางโลก ผมเพิ่งไปบวชมา ๑ เดือน เห็นความสงบในเพศบรรพชิต และความไม่วุ่นวาย

ขอบคุณครับ


  ความคิดเห็น 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 ธ.ค. 2561

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


ควรที่จะได้เข้าใจในคำที่กล่าวถึง ว่า บวช คือ อะไร? 

บวช เป็นการเว้นจากความติดข้อง เว้นจากอกุศลทุกอย่าง เว้นจากความเป็นคฤหัสถ์ทุกประการ เพื่อศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาขัดเกลากิเลสในเพศที่สูงยิ่ง คือ เพศบรรพชิต  ผู้ที่จะบวชเป็นบรรพชิต จะต้องเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยน้อมไปที่จะขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิตจริงๆ ซึ่งต้องสละอาคารบ้านเรือน  ญาติสนิทมิตรสหายวงศาคณาญาติ รวมถึงสละทรัพย์สินต่างๆ ที่เคยมีอยู่ด้วย เป็นการสละชีวิตของคฤหัสถ์โดยประการทั้งปวง นี้คือ ความจริงใจของผู้ที่บวช และที่สำคัญ ท่านเหล่านั้น ได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นผู้ที่เข้าใจพระธรรม ไม่ใช่การทำตามๆ กันด้วยความไม่รู้

การบวช เป็นเรื่องที่ยากมาก และการยินดีในการบวชก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นเดียวกัน เป็นอันตรายมากทีเดียว ถ้าหากล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ไม่ประพฤติตามพระวินัย เป็นผู้ย่อหย่อน ไม่รักษาพระวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติ ขาดความเคารพยำเกรงในพระรัตนตรัย ย่อมเป็นผู้มีอบายภูมิเป็นที่ไปในเบื้องหน้าเท่านั้น เมื่อต้องอาบัติแล้ว ไม่กระทำคืนตามพระวินัย ก็เป็นเครื่องกั้นการบรรลุมรรคผลนิพพาน กั้นการไปสู่สุคติด้วย แทนที่จะได้กระทำกิจที่ควรทำที่จะเป็นที่พึ่งสำหรับตนเอง แต่กลับไปเพิ่มอกุศล เพิ่มความไม่รู้ เพิ่มเหตุที่ไม่ดีให้กับตนเองที่จะทำให้ได้รับผลที่ไม่ดีในอนาคตข้างหน้า เป็นเรื่องที่น่าพิจารณาเป็นอย่างมากทีเดียว

บุคคลในครั้งพุทธกาล ท่านได้ฟังพระธรรม ได้เข้าใจพระธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้เห็นโทษของการอยู่ครองเรือน ว่า คับแคบ (คับแคบด้วยอกุศล คับแคบด้วยกิเลส แน่นไปด้วยกิเลส) มีแต่จะเป็นเครื่องพอกพูนกิเลส ให้หนาแน่นขึ้น แล้วมีอัธยาศัยน้อมไปที่จะขัดเกลากิเลสให้ยิ่งกว่าเพศคฤหัสถ์ จึงสละทุกสิ่งทุกอย่าง สละทรัพย์สมบัติ สละวงศาคณาญาติแล้วออกบวช เป็นบรรพชิต ด้วยความจริงใจ ด้วยความตั้งใจที่จะขัดเกลากิเลสจริงๆ เพื่อการรู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่างๆ จนกระทั่งสูงสุดถึงความเป็นพระอรหันต์ นี้คือ การบวชที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องอย่างแท้จริง   

ประเด็นที่น่าพิจารณา คือ ถ้ามีจุดประสงค์ที่จะศึกษาพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้ เป็นคฤหัสถ์ก็ศึกษาได้ ถ้าเห็นว่าคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสิ่งดีมีประโยชน์ เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรมและปัญญา ก็ควรที่จะได้ศึกษาในทันที ครับ

ขอเชิญศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ

ทำไมบวช

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 2  
 
โพธิ์งามพริ้ง
วันที่ 30 ธ.ค. 2561

สถานะครอบครัวของคุณ ช่างเหมือนหรือไม่ต่างอะไรจากผมในช่วงเวลานี้เลย แต่ผมไม่เลือกที่จะบวช เพราะเคยบวชมาแล้ว 3 พรรษา (เมื่อราว 20 ปีที่ผ่านมา) จนวันนึงได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมจากมูลนิธิ ฯ ทำให้แจ้งแก่ใจว่า ผมไม่มีอัธยาศัยที่จะเป็น "ภิกษุ " เพศของภิกษุนั้นเป็นได้ยาก จึงเลือกที่จะเป็นฆราวาสประกอบกิจการงานเลี้ยงชีพ และอยู่เพียงลำพัง มีพระธรรมเป็นเหมือนเพื่อนแท้ เป็นกัลยาณมิตร

อนึ่งขอให้คุณเจริญในธรรมจงเจริญในกุศลยิ่งๆ ขึ้นไปนะครับ 

 
  ความคิดเห็น 3  
 
พงษ์
วันที่ 22 พ.ย. 2562

พออ่านของคุณ Khampan. ลงไว้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง การบวชยากมาก ถ้าไม่ได้สะสมอุปนิสัยมา มากพอ เป็นการเสี่ยงอย่างยิ่ง ควรต้องทำความเข้าใจถึงความหมายของการบวช อย่างถ่องแท้ จริงๆ ถ้าได้บวชแล้วรู้ว่าไม่ใช่ ก็ยังรีบสึกได้ จะปลอดภัยกว่า

 
  ความคิดเห็น 4  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 9 พ.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ