การประสูติสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
sakol
วันที่  7 ส.ค. 2561
หมายเลข  29983
อ่าน  281

สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงมาประสูติที่ผ่านมาทุกพระองค์ มีพระองค์ใดไหมที่ไม่ได้ประสูติมาเป็นกษัตริย์


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 7 ส.ค. 2561 21:28 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระพุทธเจ้าย่อมประสูติในตระกูลสองตระกูล ที่ชาวโลกยกย่องในสมัยนั้น คือ กษัตริย์และพราหมณ์ ครับ  ไม่ใช่แค่เฉพาะกษัตริย์ เท่านั้น เช่น พระพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ หรือพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ก็เกิดในตระกูลพราหมณ์เพราะในสมัยที่พระองค์ประสูติ ชาวโลกยกย่องตระกูลพราหมณ์ว่าเป็นใหญ่กว่ากษัตริย์  แต่ ในสมัยพระพุทธเจ้าเรา พระสมณโคดม ตระกูลกษัตริย์ถูกยกย่องว่าเป็นเลิศกว่าพราหมณ์ พระองค์จึงประสูติตระกูลกษัตริย์ ครับ

ขอเชิญอ่านข้อความพระไตรปิฎก ดังนี้

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒    ๖๔๔ 

พรรณนาวงศ์พระกกุสันธพุทธเจ้าที่  ๒๒       

เมื่อพระเวสสภู   สยัมภูพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว   เมื่อกัปนั้นล่วงไปดวงพระทินกรคือพระชินพุทธเจ้าก็ไม่อุบัติขึ้นถึง  ๒๙  กัป     ส่วนในภัทรกัปนี้บังเกิดพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์แล้วคือ  พระกกุสันธะ   พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ และ พระพุทธเจ้าของเรา. ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้าเมตไตรยจักอุบัติในอนาคตกาล   ด้วยประการดังกล่าวมานี้    กัปนี้    พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงสรรเสริญว่าเป็นภัทรกัป    เพราะประดับด้วยการเกิดพระพุทธเจ้า  ๕ พระองค์.  ใน ๕ พระองค์นั้น    พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากกุสันธะ   ทรงบำเพ็ญบารมีทั้งหลายแล้ว บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต  จุติจากนั้นแล้ว  ก็ถือปฏิสนธิในครรภ์ของพราหมณีชื่อว่าวิสาขา  เอกภริยาของปุโรหิตชื่อว่าอัคคิทัตตะ  ผู้อนุศาสน์อรรถธรรมถวายพระเจ้าเขมังกร    กรุงเขมวดี    ก็เมื่อใดกษัตริย์ทั้งหลายสักการะเคารพนับถือพราหมณ์ทั้งหลาย    พระโพธิสัตว์ทั้งหลายจึงบังเกิดในสกุลพราหมณ์.        ก็เมื่อใดพราหมณ์ทั้งหลาย   สักการะเคารพนับถือบูชากษัตริย์ทั้งหลายพระโพธิสัตว์ทั้งหลายจึงบังเกิดในสกุลกษัตริย์.  ได้ยินว่า  ในครั้งนั้นพราหมณ์ทั้งหลายอันกษัตริย์ทั้งหลายสักการะเคารพ   เพราะฉะนั้น    พระโพธิสัตว์ชื่อว่ากกุสันธะผู้มั่นอยู่ในสัจจะ  เมื่อจะยังหมื่นโลกธาตุให้บันลือหวั่นไหวจึงอุบัติในสกุลพราหมณ์ที่ไม่อากูล   แต่อากูลด้วยเหตุเกิดสิริสมบัติ   ก็บังเกิดปาฏิหาริย์ดังกล่าวมาแล้วในหนหลัง. จากนั้น  ถ้วนกำหนดทศมาส  ก็ประสูติจากครรภ์มารดาณ  เขมวดีอุทยาน  เหมือนเปลวไฟแลบออกจากเถาวัลย์ทอง.   พระโพธิสัตว์นั้นครองฆราวาสวิสัยอยู่สี่พันปี  มีปราสาท ๓  หลัง  ชื่อว่ากามะ กามวัณณะ และ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
sakol
วันที่ 8 ส.ค. 2561 07:55 น.

ขอบพระคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 8 ส.ค. 2561 21:15 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 9 ส.ค. 2561 07:31 น.

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น   

เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่จะไม่ทรงบังเกิดในตระกูลแพศย์หรือตระกูลศูทร แต่ทรงบังเกิดในตระกูลกษัตริย์หรือตระกูลพราหมณ์ ที่โลกสมมติว่าเป็นใหญ่ 

ประโยชน์ที่ควรจะได้พิจารณา คือ ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ใคร?  คือ บุคคลผู้เลิศ ผู้ประเสริฐที่สุดในโลก   ไม่มีบุคคลใดที่จะเสมอเหมือนกับพระองค์  ทรงเป็นผู้ตรัสรู้โดยชอบได้โดยพระองค์เอง โดยไม่มีใครเป็นครูเป็นอาจารย์      ก่อนที่พระองค์จะได้ทรงตรัสรู้ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั้น    ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน  มีชีวิตที่เป็นไปเพื่อการสะสมคุณความดีประการต่าง ๆ  จนกว่าจะถึงความสมบูรณ์พร้อมในที่สุด   ความเฉลียวฉลาด   ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ  ที่พระองค์ได้ทรงสะสมมา   ก็ยากที่ใครจะเสมอเหมือนในความฉลาดความสามารถของพระองค์    ในขณะที่ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์     แต่ความสามารถเหล่านั้น ความเชี่ยวชาญเหล่านั้น  ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้พระองค์ได้ทรงตรัสรู้        พระปัญญาที่พระองค์ได้สะสมอบรมมาพร้อมกับกุศลที่เป็นบารมีประการต่าง ๆ เท่านั้น   ที่จะเป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลให้พระองค์ได้ทรงตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วทรงแสดงพระธรรมให้สัตว์โลกได้เ้ข้าใจอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง  ซึ่งจากการเสด็จอุบัติขึ้นในโลกของพระองค์ เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่สัตว์โลกเป็นจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน     จากที่สัตว์โลกเป็นผู้มืดมิดไปด้วยอวิชชาและกิเลสประการต่าง ๆ    ก็สามารถได้เข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง     พ้นจากความมืดที่เป็นความไม่รู้และกิเลสประการต่าง ๆ  ได้ตามระดับขั้นของปัญญาของแต่ละบุคคล      พระสัมมาสัมพุทธเจ้า    เสด็จอุบัติขึ้นในโลก และทรงแสดงพระธรรมเกื้อกูลแก่สัตว์โลก       ผู้ที่จะไ้ด้รับประโยชน์จากพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงนั้น ต้องเป็นผู้มีศรัทธา สะสมการฟังพระธรรมมาแล้วในอดีต จึีงทำให้มีความสนใจที่จะฟังที่จะศึกษาเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องยิ่งขึ้นต่อไป แต่ถ้าเป็นบุคคลนอกจากนี้ ที่ไม่มีศรัทธา ไม่เห็นประโยชน์ของพระธรรม  ย่อมไม่ได้รับประโยชน์จากการอุบัติขึ้นในโลกและจากการแสดงพระธรรมของพระองค์         แม้ขณะนี้พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว แต่พระธรรมเป็นศาสดาแทนพระองค์   พระธรรมยังดำรงอยู่  บุคคลผู้ที่เข้าใจธรรมและแสดงธรรมตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงก็ยังมีอยู่     ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่สะสมเหตุที่ดีมาที่จะได้ฟังพระธรรม    สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกต่อไป ครับ    
                            
...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
วิริยะ
วันที่ 10 ส.ค. 2561 11:12 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
thongkhun1937
thongkhun1937
วันที่ 14 ส.ค. 2561 15:23 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 26 ส.ค. 2561 07:15 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 28 ส.ค. 2561 15:35 น.

กว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าต้องบำเพ็ญบารมีสี่อสงไขยแสนกัปป์  และสิ่งที่หายากในโลกคือ  พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกหาได้ยาก  การฟังธรรมหาได้ยาก  เพราะผู้แสดงธรรมของพระพุทธเจ้าหายาก   การเกิดเป็นมนุษย์หาได้ยาก   ชีวิตดำรงอยู่ยาก เพราะเกิดมาแล้วต้องแสวงหาอาหาร  ต้องทำงาน  และอายุของมนุษย์สั้นค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ