ปัญหามาจากอกุศล
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  2 ส.ค. 2561
หมายเลข  29970
อ่าน  914

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ปัญหามาจากอกุศล


ประมวลสาระสำคัญจากการสนทนาธรรม

"วิกฤตพระพุทธศาสนากับประเทศชาติ"
ที่โรงละครวังหน้า 
วันพฤหัสบดีที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๑




~วิกฤต(ความเสื่อมอย่างหนัก)เกิดจากอะไร เพราะเหตุว่า มีการทุจริตทุกวงการ ก็แสดงถึงความวิกฤตอย่างยิ่งของประเทศชาติ,  ประเทศชาติ ถ้าไม่มีบุคคลในประเทศนั้น ก็ไม่มีชาติ แต่ว่าประเทศชาติที่วิกฤตทั้งหมด ไม่ว่าเฉพาะในประเทศหนึ่งประเทศใด ก็มาจากความไม่รู้ ถ้ามีความเข้าใจที่ถูกต้อง ความไม่รู้ ไม่มีหรือน้อยลง ประเทศชาติและทุกอย่างที่วิกฤต ก็จะลดน้อยลงด้วย

~ถ้าไม่มีความเข้าใจต้นเหตุของความวิกฤต ก็ไม่สามารถที่จะแก้อะไรได้เลย แก้วิกฤตด้วยความไม่รู้ ก็ยิ่งวิกฤต

~ทุกคนมีปัญหา มากน้อยต่างกัน เพราะความไม่รู้ แต่พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงจากที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ความจริงถึงที่สุดโดยประการทั้งปวง แต่ละคำจะค่อยๆนำให้แก้ปัญหาที่ตัวของแต่ละบุคคล นั่นก็คือ แก้ปัญหาของประเทศชาติ

~การพึ่งพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่พึ่งโดยประการอื่นเลย แต่พึ่งในคำสอนซึ่งทำให้บุคคลนั้นเกิดความเข้าใจซึ่งในสังสารวัฏฏ์ไม่ได้เคยเข้าใจมาก่อนเลย และคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะนำให้มีความเจริญในทางปัญญายิ่งขึ้น จนกระทั่งสามารถที่จะดับกิเลส(เครื่องเศร้าหมองของจิต)ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดปัญหาได้

~ใครก็ตามที่ฟังธรรมแล้วคิดเอง ผิดทุกคน

~ถ้าประเทศไทย คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รุ่งเรือง  จะมีวิกฤตของประเทศชาติได้ไหม?   เพราะฉะนั้น ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนควรที่จะพิจารณาไตร่ตรอง เพราะว่า  ความเข้าใจ นั้น  นอกจากจะเป็นประโยชน์กับตัวเองแล้ว ยังเป็นประโยชน์แก่บุคคลอื่นและประเทศชาติด้วย

~การสนทนาธรรมเป็นมงคล เพราะเหตุว่าต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างเชื่อ ต่างคนต่างเห็น  แต่ถ้าได้มีการสนทนาและเป็นผู้ตรงต่อความจริง ก็จะได้สาระ เพราะว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมไว้ทั้งหมดโดยประการทั้งปวงถึงที่สุด

~สิ่งที่ไม่ดีงาม จะนำผลที่ดีงามมาให้ ไม่ได้เลย   แต่ผลที่ดี มาจากเหตุที่ดี

~บวชทำไม   บวชเพื่อขัดเกลากิเลส   แต่บวชแล้วไม่เข้าใจธรรม ไม่ได้ขัดเกลากิเลส  ประพฤติผิดพระวินัย  เพราะฉะนั้น ก็ไม่ใช่ภิกษุในพระธรรมวินัย

~ภิกษุ ได้อุทิศชีวิตทั้งชีวิต สละความเป็นคฤหัสถ์ ไม่มีวงศาคณาญาติ ไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีกิจธุระเหมือนอย่างชาวบ้านทำกัน สู่เพศที่สงบจากชีวิตของคฤหัสถ์ ต้องเข้าใจด้วยว่า สงบจากชีวิตของคฤหัสถ์   ถ้าไม่เข้าใจอย่างนี้เป็นเบื้องต้น จะทำลายพระธรรมและพระวินัย

~ภิกษุสละ ละอาคารบ้านเรือนแล้ว จะยินดีในเงินและทองได้อย่างไร ในเมื่อสละแล้ว สละหมายความว่า ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ยินดี มีชีวิตอย่างผู้ที่ไร้บ้าน แต่ว่าได้ฟังคำสอนซึ่งสามารถที่จะขัดเกลากิเลส ซึ่งสามารถที่จะรักษาพระวินัยได้เพราะเห็นคุณของพระวินัย ซึ่งเป็นการขัดเกลากิเลส ด้วยเหตุนี้ เงินทองสมควรแก่คฤหัสถ์  แต่ไม่สมควรแก่ภิกษุ

~อยู่เป็นคฤหัสถ์ก็ฟังธรรมได้ เข้าใจธรรม รู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้ แล้วทำไมบวช  ต้องรู้จักตัวเองใช่ไหมว่าบวชเพื่ออะไร มีความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพระธรรมหรือเปล่า   ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่เข้าใจพระธรรมแล้วบวช   จะเป็นภิกษุในธรรมวินัยได้ไหม?

~การกล่าวธรรมไม่ว่ากับใครก็ตาม พุทธบริษัทสามารถที่จะกล่าวได้ เพราะเหตุว่า เป็นผู้ที่รู้คุณของพระธรรม,  บุพการี คือ ผู้ที่กระทำคุณก่อน   พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมก่อน ผู้ฟังที่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง  เป็นผู้กตัญญู กล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ กล่าวคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น พุทธบริษัทก็กล่าวคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยการศึกษาพระธรรมให้เข้าใจให้ถูกต้อง

~ทุกคำที่เป็นคำจริง เมื่อพิจารณาแล้วมีครบถ้วนในพระไตรปิฎก,  ถ้าเป็นผู้ไม่ตรง จะไม่สามารถที่จะเข้าใจธรรมได้ เพราะเหตุว่าธรรม ตรง (เป็นจริงอย่างไร ก็เป็นจริงอย่างนั้น)

~ไม่เป็นภิกษุในพระธรรมวินัย เพราะไม่ได้ประพฤติตามพระวินัย และไม่ศึกษาพระธรรมด้วย แต่ชาวบ้าน เห็น ก็คิดว่าท่านผู้นี้เป็นผู้ที่ประเสริฐ [ใช้คำว่า วระ หรือ  พระ]  เพราะสละชีวิตคฤหัสถ์สู่เพศบรรพชิต เพราะฉะนั้น ถ้ากระทำไปโดยที่ว่าขัดต่อพระธรรมมวินัยทั้งๆที่รู้แล้วก็ไม่เห็นโทษ  สมควรไหมที่จะเป็นผู้ที่สละอาคารบ้านเรือนเพื่อขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิต  เพราะฉะนั้น ก็จะต้องเป็นผู้ที่ตรง มิฉะนั้น จะไม่ได้สาระจากพระธรรม

~การที่กล่าวถึงพระธรรมวินัย  ก็ด้วยความหวังดี ด้วยความปรารถนาดี  เพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อที่จะได้ไม่ทำผิด และถ้าเป็นพระภิกษุก็จะต้องประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ถ้า...เมื่อประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยไม่ได้ ก็สมควรที่จะเป็นคฤหัสถ์ เพราะเหตุว่า ไม่อย่างนั้น คนอื่นก็จะยังคิดว่าตนเองเป็นบรรพชิต แต่ว่าเป็นผู้ที่ไม่ศึกษาธรรมและไม่ขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิตด้วย

~ดำรงพระพุทธศาสนา ด้วยการกล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พุทธบริษัทได้เข้าใจถูกต้อง

~ไม่ว่าจะมีชีวิตอย่างไร จะสุข จะทุกข์ จะมั่งมีจะยากจน จะมีชื่อเสียง จะมีสมบัติมาก แต่ไร้ปัญญาตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่รู้เลย ถ้าไม่ได้ยินคำว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงแม้ได้ยินได้ฟัง ก็ไม่ได้สนใจ  เพราะฉะนั้น ก็ไม่สามารถที่จะมีปัญญาได้

~ไม่รู้ แล้วไม่ทำหน้าที่ที่จะฟังธรรมจนกระทั่งค่อยๆเข้าใจขึ้น จะมีประโยชน์อะไร

~เพราะความไม่รู้และเพราะความติดข้อง ก็จะนำมาซึ่งอกุศล ไม่สิ้นสุด 

~ควรที่จะเห็นความเป็นประโยชน์อย่างยิ่งของการที่จะได้เข้าใจพระธรรม แต่ขอให้เป็นผู้ที่ไม่ประมาทในการฟังพระธรรม เพราะว่าเป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งจะต้องไตรตรอง ศึกษา ครบถ้วน ในความถูกต้อง มิฉะนั้น ก็คลาดเคลื่อน ถ้าเข้าใจผิดไป ก็เป็นภัยอย่างยิ่ง

~ถ้าระลึกถึงผู้ที่จากไปแล้ว  ก็ทำความดี  หรือแม้แต่(ระลึกถึง)ผู้ที่ยังอยู่ คือ มารดาบิดาที่ได้ทำความดีต่อลูก เป็นต้น  เพราะฉะนั้น  ลูกคนใดจะกตัญญูรู้คุณ ก็คือ ทำความดี  ไม่ใช่ไปทำสิ่งที่ไม่เข้าใจ  เช่น เอาเงินไปถวายพระ  แล้วก็คิดว่าเงินนั่นแหละจะทำให้ส่งไปถึงบุคคลที่อยู่อีกโลกหนึ่งได้  เป็นไปได้อย่างไร การถวายเงินต่อพระภิกษุ ไม่ใช่คุณความดี บางคนคิดว่าจะเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนา แต่ว่าความจริงแล้ว เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา   เพราะไม่เข้าใจว่า ความดีต่างหาก ซึ่งแต่ละคนทำ จะเป็นการตอบแทนผู้มีคุณ,  ทำความดีเมื่อไหร่ ก็เป็นการตอบแทนคุณของบุพการี เมื่อนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแทนคุณที่ประเสริฐ ก็คือ สามารถเข้าใจพระธรรมและทำให้คนอื่นได้เข้าใจด้วย   เพราะเหตุว่า เพราะไม่เข้าใจพระธรรม ไม่เข้าใจความจริง  จึงมีการกระทำทุจริตและเป็นคนไม่ดี  แต่ว่าถ้ามีความเข้าใจพระธรรมเพิ่มขึ้น ความดีก็เพิ่มขึ้น  นั่นแหละ  เป็นบุญ (ความดี)ซึ่งคนอื่นรู้ก็อนุโมทนา(ชื่นชมยินดี)ในสิ่งที่เป็นบุญที่ได้กระทำ

~ทุกคน ไม่ว่าใคร  เมื่อได้ยินว่าใครทำดี  ก็อนุโมทนาแม้ไม่รู้จักกัน  นี่ก็แสดงให้เห็นว่า  ไม่ต้องไปคิดตอบแทนคุณโดยวิธีอื่น แต่ว่า แทนคุณโดยการเป็นคนดี

~ภิกษุ ที่ไม่ได้เข้าใจธรรมและไม่ได้ประพฤติตามพระวินัย นอกจากจะปล้นอาหารที่เขาถวายแก่ผู้ที่ศึกษาธรรมและปฏิบัติตามพระธรรมวินัย แล้ว ยังปล้นพระศาสนาด้วย เพราะเหตุว่า ไม่ได้ประพฤติตามพระธรรมวินัยเลย เพราะฉะนั้น พระธรรมวินัย ก็จะค่อยๆลบเลือนไป

~จะรู้ว่าใครถูกใครผิด  ใครตัดสิน? ต่างคนต่างคิด แล้วก็กล่าวว่าตนเองถูก  แต่มีพระธรรมวินัยไว้เพื่ออะไร? เพื่อเตือนให้พุทธบริษัทเข้าใจถูกต้องว่า ไม่มีใครที่จะกล่าวคำจริงและถูกต้องถึงที่สุดเหมือนอย่างพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว

~ถ้าที่ใดมีวัด แล้วมีภิกษุที่ไม่ได้ประพฤติตามพระธรรมวินัย ทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพระเจ้าหรือเปล่า? ทำไมไม่คิดถึงคุณที่ยิ่งใหญ่ของพระธรรมที่ทำให้สัตว์โลกซึ่งไม่รู้ความจริงมาแสนนานในสังสารวัฏฏ์ สามารถที่จะได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วสิ่งที่ไม่เคยเกิดเลยคือความเข้าใจที่ถูกต้อง มีค่ามากกว่าที่จะมีวัดวาอารามมีพระภิกษุซึ่งไม่ได้ประพฤติตามปฏิบัติตามพระธรรมวินัย  เพราะฉะนั้น ก็ต่างคนต่างคิด    ลองคิดไตร่ตรองให้ดี จะดำรงรักษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยผู้ที่ไม่เข้าใจพระธรรมวินัย แต่มีวัด  หรือว่า ถึงแม้ไม่มีวัด ไม่มีภิกษุที่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย แต่ว่า มีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สามารถที่จะเข้าใจได้ สืบต่อไป  ควรจะเป็นอย่างไหน  จะให้มีวัด มีภิกษุที่ไม่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยแล้วใครจะเข้าใจพระธรรม ถ้าไม่เข้าใจพระธรรมก็ดำรงรักษาพระธรรมและพระวินัยไว้ไม่ได้.

 

 ...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
มกร
วันที่ 2 ส.ค. 2561 22:44 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 2 ส.ค. 2561 23:33 น.

   ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
panasda
วันที่ 3 ส.ค. 2561 05:10 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
timtim47
วันที่ 3 ส.ค. 2561 07:57 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ปลากริม
ปลากริม
วันที่ 3 ส.ค. 2561 09:56 น.

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Boonyavee
วันที่ 3 ส.ค. 2561 12:36 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 18 ส.ค. 2561 08:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ