ทุจริตทั้งหมดของประเทศและของโลก ก็เพราะขาดปัญญา
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  8 มิ.ย. 2561
หมายเลข  29800
อ่าน  1,452

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ประมวลสาระสำคัญ

จากการสนทนาธรรม
ที่กนกรัตน์รีสอร์ท อัมพวา  จ.สมุทรสงคราม
วันศุกร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๑








~ประโยชน์ของการฟังพระธรรม ทั้งหมด เพื่อเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ ก็เสียเวลา

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ละเอียด ลึกซึ้งอย่างยิ่ง 

~นานแสนนานที่ไม่รู้มาแล้ว จนกว่านานแสนนานกว่าที่จะค่อยๆ เข้าใจขึ้น

~ทุกขณะของชีวิตที่มีโอกาสได้ฟังพระธรรม มีค่าที่สุด

~หนทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่อัตตา(ไม่ใช่ตัวตน) ไม่ใช่กรอบวิธีการ แต่เพื่อความเข้าใจความจริงถึงที่สุดจนกว่าจะหมดความเป็นเรา

~ทุกคำที่จริง มาจากพระปัญญาตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ความเข้าใจนั่นแหละ จะทำให้ละความไม่รู้และความติดข้อง

~ถ้าเราไม่ได้ฟังคำจริง จะไม่มีทางเข้าใจความจริง

~ไม่มีเรา มีแต่ธรรม    สิ่งที่มีจริง เป็นธรรม ไม่ใช่เรา

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งหมด ไม่ใช่ให้ใครไปทำอะไร แต่ว่าปัญญา เป็นความเข้าใจถูกต้อง  ไม่ใช่เรา  ปัญญา ถือเอาแต่สิ่งที่ควร ละทิ้งสิ่งที่ไม่ควร

~เห็นผิดเกิดเมื่อไหร่ จะมาทำหน้าที่เห็นถูกไม่ได้ ก็ต้องเห็นผิด ตามกิจหน้าที่ของธรรมนั้นๆ

~ต้องเป็นผู้ตรง ไม่มีการที่จะต้องไปเกรงใจอกุศล เพราะเหตุว่า ถูกคือถูก ผิดคือผิด

~ฟังเรื่องร้ายๆ ก็สงสาร(เห็นใจ ประสงค์ที่จะให้เขาพ้นจากความทุกข์เดือดร้อนนั้น)แล้ว  มีแต่กรรมและผลของกรรมที่ปรากฏ วันหนึ่งๆ มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น นั่นคือ  ผลของกรรมที่ได้ทำแล้วในอดีต อย่างเช่น  ถูกทรมาน ถูกเบียดเบียนประทุษร้าย เป็นต้น  ถ้าเขาไม่ทำกรรมมา จะได้รับผลของกรรมอย่างนั้นหรือ? เพราะฉะนั้น สัตว์โลก ก็เป็นที่ดูกรรมและผลของกรรม แม้แต่ผู้ที่ทำกรรม ก็จะเป็นเหมือนอย่างบุคคลที่กำลังได้รับผลของกรรมนั่นแหละ

~ตอบแทนพระคุณบิดามารดา คือ เป็นคนดี  ทำดี   (ไม่ใช่ไปบวชโดยไม่รู้อะไร)

~ไม่ควรดีใจไปกับความไม่รู้

~ประเพณีที่ไม่ดี   ใครจะรักษาไว้?

~ชาวพุทธต้องเป็นผู้รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่เพียงชื่อ แต่ต้องรู้พระคุณ เพราะเหตุว่า ถ้าไม่มีพระคุณ ถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้    ใครก็ตามจะมีความดีมากสักเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ถึงคุณที่จะถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ก็เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้

~เมตตา หมายถึง ความเป็นมิตร ความหวังดี พร้อมที่จะเกื้อกูล ไม่มีการที่จะแข่งดี ไม่มีการทำร้ายด้วยกาย วาจา พร้อมที่จะทำประโยชน์กับผู้นั้น นั่นคือมิตร หวังดี ไม่ได้ให้เขาเป็นทุกข์เดือดร้อน ไม่ได้ให้คำไม่จริงกับเขา

~แม้จะเป็นเศรษฐีมั่งมีมหาศาล มีตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์มากมาย สักเท่าไหร่ ก็ตาม แต่เขาก็ไม่พ้นจากทุกข์

~คิดไหมว่า ตลอดชีวิตในสังสารวัฏฏ์ ไม่สามารถเข้าใจอะไรได้เลย ถ้าไม่ได้ฟังคำที่เกิดจากการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยพระมหากรุณา ให้คนฟังได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นสมบัติที่เงินทองทรัพย์สมบัติมหาศาล ก็ซื้อไม่ได้ นอกจากฟังคำที่มีค่า เห็นค่าของคำนั้น ไตร่ตรอง เข้าใจแล้วเป็นผู้ที่ตรง สิ่งใดถูกก็คือถูก สิ่งใดผิดก็คือผิด ถ้ารู้ความจริงอย่างนี้ จะมีความหวังดีต่อคนอื่นไหม  ที่จะให้เขาได้เข้าใจถูกด้วย ไม่เข้าใจผิดอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ชาวพุทธ คือ ผู้ที่ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่ประมาท ว่า แต่ละคำไม่ใช่ง่าย แต่เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ ค่อยๆ ฟังไป ค่อยๆ เข้าใจไป

~เคยเป็นเรามานานแสนนาน แต่พอได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เข้าใจถูกต้องว่าสิ่งนั้นไม่ใช่เรา เป็นแต่เพียงสิ่งที่มีจริง แต่ละหนึ่ง ซึ่งใครๆ ก็บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่ให้เกิดก็ไม่ได้ เกิดแล้วไม่ให้ดับก็ไม่ได้ ปัญญาอย่างนี้จะมีได้อย่างไรด้วยตนเอง  ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น ที่กล่าวว่าเป็นชาวพุทธ นั้น  ก็ต้องฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยความเข้าใจจริงๆ    รอบรู้ในคำที่ได้ฟัง เพราะถ้ารอบรู้ในคำที่ได้ฟังแล้วจะไม่มีทางผิด

~พระพุทธศาสนา อันตรธาน(สูญสิ้น)แน่ ถ้าไม่มีใครเข้าใจ แต่ตราบใดที่ยังมีผู้เข้าใจ ช่วยกันดำรงรักษา พระพุทธศาสนาก็ดำรงอยู่

~ปัญญา ถือเอาในสิ่งที่ควร ทิ้งสิ่งที่ไม่ควร เพราะฉะนั้น ทุจริต(ความประพฤติชั่ว)ทั้งหลาย เป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่ผู้ไม่มีปัญญา ทำ เพราะไม่รู้  ถ้าปัญญา มี เกิดขึ้น จะไม่ไปทำในสิ่งที่ไม่ควรเลย ไม่ว่าจะเป็นใคร

 ~ทุจริตทั้งหมดของประเทศ และของโลก ก็เพราะขาดปัญญา ซึ่งมาจากเพราะไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่เข้าใจพระธรรม

~ต้องรู้จริงๆ ในพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงตรัสรู้ความจริงของสิ่งที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง ทำให้เกิดสิ่งที่ไม่เคยเกิดในสังสารวัฏฏ์คือปัญญา แล้วค่อยๆ เจริญขึ้น  จนกระทั่งสามารถที่จะละลายอกุศลจนดับเป็นสมุจเฉท(ถอนขึ้นอย่างเด็ดขาด)ได้

 ~ชาวพุทธจริงๆ คือ ผู้ที่ได้เข้าใจธรรม

 ~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระมหากรุณาแก่สัตว์โลก ให้รู้ว่าอะไรถูก  อะไรผิด  เพื่อจะได้ไม่ทำสิ่งที่ผิด  เพราะว่า สิ่งที่ผิด  เป็นโทษแก่ผู้กระทำ

~ทุจริตทั้งหลาย  มาจากความไม่รู้ เพราะฉะนั้น จะอาศัยความไม่รู้  แก้ความไม่รู้ จะสำเร็จหรือ? เพราะฉะนั้น ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย

~กล้าทำสิ่งที่ถูก ใครจะว่า  ใครจะติเตียน แต่ถ้ากล้าทำสิ่งที่ผิด ทุกคนก็ติเตียน

~ภิกษุ คือ ผู้สงบ ผู้เห็นภัยของกิเลสและผู้ขัดเกลากิเลส จะออกมาถือป้ายประท้วงได้อย่างไร ที่มีการกระทำอย่างนั้น ก็แสดงถึงความไม่สงบซึ่งไม่ใช่ภิกษุในพระธรรมวินัย

~ให้เขาเข้าใจธรรมดีกว่าบวช (โดยไม่เข้าใจอะไรเลย) หรือไม่? เพราะฉะนั้น ถ้ายังไม่เข้าใจธรรมควรบวช หรือไม่? เพราะฉะนั้น ก็ไม่ต้องไปให้เขาบวช แต่ให้เขาเข้าใจธรรมก่อน ถ้าเขาอยากบวช ก็ถามเขาว่าเขาเข้าใจธรรมหรือเปล่าถ้าไม่เข้าใจธรรมก็อย่าบวช เพราะบวช คือ การอุทิศชีวิตตนเพื่อที่จะศึกษาธรรม ขัดเกลากิเลสยิ่งกว่าคฤหัสถ์

~จะขัดเกลากิเลสในเพศคฤหัสถ์ ก็ได้ แต่บวช คือ สละเพศคฤหัสถ์ เพราะฉะนั้น  ต้องเข้าใจคำว่าสละ คือ ไม่เหลือเยื่อใยใดๆ เลยทั้งสิ้น  นั่นคือ บวช

~อาณาจักร (ทางบ้านเมือง) แทนที่จะเอาเงินมาเกี่ยวกับพระภิกษุซึ่งไม่รับเงินทอง   อาณาจักรก็ใช้เงินบำรุงประเทศไป   ส่วนพุทธบริษัทก็สามารถที่จะดำรงพระพุทธศาสนาได้โดยการศึกษาให้เข้าใจถูกต้อง  ไม่บำรุงโจร (คือ ไม่ส่งเสริม ไม่ทะนุบำรุงภิกษุอลัชชีผู้ไม่มีความละอาย) 

~ได้รู้ว่า ไม่ควรใส่เงินให้พระภิกษุ ดีกว่าไม่รู้แล้วก็ใส่เงินให้พระภิกษุต่อไป

~คนที่ติสิ่งที่ถูก เพราะไม่รู้ เพราะฉะนั้น จะรู้ว่าอะไรจริง ก็ต้องตามพระธรรมวินัย เมื่อพูดตามพระธรรมวินัย พิจารณาว่าไม่มีอะไรที่จะถูก นอกจากพระธรรมวินัย    เพราะว่า ถ้าคิดเอง ก็ผิด  เพราะฉะนั้น ถ้าติพระธรรมวินัย ก็เพราะไม่รู้

~ถ้าไม่รู้  ก็ต้องเข้าใจผิด ว่า ชั่วเป็นดี หรือว่า ดีเป็นชั่ว เพราะไม่รู้   ถ้ารู้ ก็คือรู้ว่า ชั่วก็ต้องเป็นชั่ว ดีก็ต้องเป็นดี ถูกก็ต้องเป็นถูก ผิดก็ต้องเป็นผิด

~เหตุ (การกระทำดี และ ชั่ว) อยู่ที่ตัวเรา  แล้วจะไปอาศัยผลให้เกิดกับเราจากการกระทำของคนอื่นได้อย่างไร  เหตุอยู่ที่ตัวเรา เพราะฉะนั้น ผลก็อยู่ที่ตัวเรา  เพราะเหตุอยู่ตรงนี้ 

~ทุจริตทั้งหมด ไม่ว่าใคร ขณะนั้น ไม่มีปัญญา.


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ 
ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 8 มิ.ย. 2561

กราบบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ที่เคารพยิ่งและกราบอนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
tuijin
tuijin
วันที่ 8 มิ.ย. 2561

ขออนุโมทนาสาธุค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
panasda
วันที่ 8 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 8 มิ.ย. 2561

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
thilda
วันที่ 8 มิ.ย. 2561

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
มกร
มกร
วันที่ 9 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
2491surin
2491surin
วันที่ 9 มิ.ย. 2561

 กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนา ครับ.

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
chvj
วันที่ 9 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 9 มิ.ย. 2561

   ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 10 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
jaturong
วันที่ 11 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 11 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ