Print 
ความโกรธ
 
pth.n
pth.n
วันที่  8 มิ.ย. 2561
หมายเลข  29795
อ่าน  296

ในเรื่องของความโกรธ ถ้าเราไม่พอใจใครแล้วโกรธ อาฆาตเขา

พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นผู้ที่เลวยิ่ง

กว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นคะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 8 มิ.ย. 2561 09:29 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

บุคคลโกรธตอบบุคคลผู้โกรธ ชื่อว่าเป็นคนเลวกว่าบุคคลผู้โกรธ     เพราะเหตุว่าคนผู้โกรธเป็นคนเลว เพราะมีอกุศลจิตเกิดขึ้น     แต่บุคคลผู้โกรธตอบ   ก็เป็นผู้ที่ทั้งๆที่เห็นว่าเป็นอกุศล    ก็ยังมีอกุศลจิตเกิดด้วย

บุคคลผู้ที่ไม่มีความเข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง         ไม่เข้าใจความเป็นเหตุเป็นผลของธรรม   เวลาที่ตนเองเกิดอกุศลจิต    ก็มักจะโทษผู้อื่น หรือ หาว่าผู้อื่นเป็นเหตุทำให้ตนเองเกิดอกุศลจิต        แต่แท้ที่จริงแล้ว      ไม่เกี่ยวกับบุคคลอื่นเลย นั่น เป็นผลมาจากการสะสมอกุศลของเราเอง        เมื่อได้เหตุได้ปัจจัย  อกุศลก็เกิดขึ้น   คนอื่นไม่สามารถทำร้ายจิตใจของเราได้เลย       แต่ว่ากิเลสของเราเองเท่านั้น    ที่เกิดขึ้นทำร้ายจิตใจของเราเอง     เวลาโกรธ     ขาดเมตตา  ด่าว่า  หรือ ว่าใส่ร้ายผู้อื่น  เป็นต้น   ตัวเราเองย่อมเดือดร้อน   ด้วยอำนาจของอกุศลที่เกิดขึ้น    และควรที่จะพิจารณาว่า  ผู้โกรธก่อน ยังไม่เลวเท่าผู้ที่โกรธบุคคลผู้โกรธก่อน      เพราะเขาเป็นอกุศลแล้ว   เกิดสิ่งที่ไม่ดีแล้ว   เราก็ยังเป็นเหมือนกับเขาอีก         ในทางตรงกันข้าม  บุคคลผู้ที่เข้าใจความจริง  พร้อมทั้งมีความอดทน   ย่อมจะไม่โทษผู้อื่น    ไม่ว่าจะประสบกับเหตุการณ์ใดก็ตาม     ถึงแม้ว่าจะถูกโจรจับเลื่อยอวัยวะส่วนต่าง ๆ     โจรสามารถทำร้ายได้เพียงร่างกาย    แต่จิตของบุคคลนั้นเป็นกุศลเกิดขึ้น   โจรไม่สามารถจะทำร้ายได้      เพราะฉะนั้น  อกุศลทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่คนอื่นเลย  ไม่ว่าหน้าตา  พฤติกรรมทางกาย  ทางวาจาจะเป็นอย่างไรก็ตาม   ก็ไม่ใช่เหตุที่จะทำให้อกุศลจิตของเราเกิดได้     ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะกิเลสของเราเอง     ตามความเป็นจริงแล้ว    ไม่ว่าเขาหรือเราก็เป็นผู้เต็มไปด้วยกิเลสด้วยกันทั้งนั้น   ควรที่จะเห็นใจผู้อื่น   เห็นใจในความผิดของผู้อื่น   แล้วให้อภัย   พร้อมกันนั้น ก็ควรพิจารณาเห็นหรือตรวจสอบความประพฤติของตนเองด้วย    แต่ถ้าจะไม่พิจารณาเลยก็ไม่สมควร    สำหรับผู้ที่มีกิเลสหนามาก      เป็นผู้ที่ว่ายากและไม่เคยเห็นกิเลสของตนเองเลย เห็นแต่กิเลสของคนอื่นหมด     ถ้าเป็นอย่างนี้ก็จะต้องตั้งต้นตั้งแต่การฟังพระธรรมและพิจารณาให้เห็นโทษของอกุศล        และมีความเพียรเกิดขึ้นที่จะระลึก  ทบทวน  อกุศลของตนเองอยู่เสมอบ่อย ๆ  เนือง ๆ   เพื่อประโยชน์แก่การขัดเกลาให้เบาบาง          ดังนั้น  ประโยชน์สูงสุด  จึงอยู่ที่การศึกษาพระธรรม  ฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง    อบรมเจริญปัญญา ค่อย ๆ ขัดเกลากิเลสของตนเองเมื่อปัญญาค่อย ๆ เจริญขึ้น ๆ         แม้จะได้รับในสิ่งที่ไม่ดี       กุศลจิตก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้  ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง แทนที่จะเป็นอกุศล  ซึ่งทั้งหมด นั้นเป็นธรรม   ไม่ใช่ตัวตน สัตว์ บุคคล  "ความเข้าใจพระธรรม เท่านั้น ที่จะเป็นที่พึ่งที่แท้จริง สำหรับชีวิต" ครับ

ขออนุโมทนา     

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 8 มิ.ย. 2561 12:54 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   ขณะที่โกรธ ขณะที่ไม่พอใจ  ขณะที่ขุ่นเคืองใจ นั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ และไม่ว่าจะเป็นใคร ขณะนั้นเป็นการสะสมโทสะไว้ในจิตแล้ว เมื่อสะสมมากขึ้น ๆ จนโทสะ  ความโกรธ   ความขุ่นเคืองใจ มีกำลังมากขึ้น  วันหนึ่งวันใดข้างหน้าอาจจะถึงกับประทุษร้าย  เบียดเบียน ฆ่าผู้อื่นก็เป็นได้  เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว  จึงไม่ควรเห็นว่า  ความโกรธเป็นเรื่องดี  ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะยินดีในความโกรธ  เพราะเหตุว่า  การสอนให้โกรธ   การสอนให้ทำร้ายสอนให้คิดร้ายต่อบุคคลอื่นนั้น  ไม่มีในคำสอนทางพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญา ที่ทำให้ผู้ที่ศึกษา   มีความเข้าใจถูก เห็นถูก  เป็นไปเพื่อละอกุศล ละความไม่รู้  จนกระทั่งสูงสุดเพื่อความเป็นผู้ดับกิเลสได้หมด  พ้นจากทุกข์ทั้งปวง 

   เป็นความจริงที่ว่า ความโกรธ เป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น  ตราบใดที่ยังไม่ได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมดับกิเลสถึงความเป็นพระอนาคามีบุคคล ความโกรธ ก็ยังมี    เมื่อมีเหตุที่จะทำให้ความโกรธเกิดขึ้น ความโกรธก็เกิดขึ้นเป็นปกติธรรมดา ถ้าเป็นผู้ที่ได้ศึกษาพระธรรมฟังพระธรรม จนกระทั่งมีความเข้าใจสภาพธรรม ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม มีความเข้าใจว่าเป็นธรรมจริง ๆ แล้ว ความโกรธ ความขุ่นเคืองใจ ก็จะลดน้อยลง ทุกอย่างเป็นสภาพธรรมที่เกิดขึ้นและดับไปเท่านั้นจริง ๆ จึงไม่ควรโกรธใครเลยทั้งสิ้น ไม่ควรเห็นว่าโกรธ เป็นเรื่องดี เพราะฉะนั้น จึงแสดงให้เห็นว่า การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาในชีวิตประจำวัน เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ทำให้ทุกคนมีที่พึ่ง นั่นก็คือ ปัญญา (ความเข้าใจถูก) ของแต่ละบุคคล นั่นเอง ครับ. 
...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 9 มิ.ย. 2561 17:01 น.

ถ้าเขาโกรธเรา เราไม่โกรธตอบก็เป็นการรักษาทั้งสองฝ่ายไม่ให้เกิดอกุศลยิ่งขึ้น  เพราะฉะนั้นท่านจึงตรัสไว้ว่าคนโกรธทีหลังเลวกว่าค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 10 มิ.ย. 2561 07:08 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ประสาน
วันที่ 11 มิ.ย. 2561 20:36 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
สุณี
สุณี
วันที่ 13 มิ.ย. 2561 10:44 น.

ขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Somporn.H
Somporn.H
วันที่ 20 มิ.ย. 2561 02:59 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ