ในชาตินี้ อะไรมีประโยชน์ที่สุด
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  1 มิ.ย. 2561
หมายเลข  29778
อ่าน  1,424

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ประมวลสาระสำคัญ
จากการสนทนาธรรม
ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันศุกร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๑
-------------------------







~ถ้าเข้าใจความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและในพระธรรมที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว ๔๕ พรรษา  ก็จะเป็นที่พึ่งได้จริงๆ


~เพราะความไม่รู้ เพราะกิเลส(เครื่องเศร้าหมองของจิต)และไม่รู้จักที่พึ่ง ก็หาที่พึ่งอื่นบางคนก็พึ่งเครื่องรางของขลัง แล้วจะพึ่งได้อย่างไร อย่างเช่นผ้ายันต์ ตะกรุด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำอะไรได้  ก็มีกันตั้งเยอะแยะ  แต่ประเทศชาติก็ยังคงเป็นอย่างนี้เพราะฉะนั้น  ก็แสดงเห็นจริงๆ ว่า  เหตุ ต้องตรงกับผล

~เพราะไม่รู้จึงมีปัญหา  ปัญหานั้นจะหมดไปได้ ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจว่าปัญหานั้นอยู่ที่ไหน  แล้วปัญหานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร  และจะแก้ปัญหาจริงๆ   ก็ต่อเมื่อเป็นความรู้ความเข้าใจ  ถ้ายังคงมีความไม่รู้  อย่างไรๆ ก็แก้ปัญหาไม่ได้

~แต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว  เราต้องเข้าใจจริงๆ ว่า เป็นความจริงที่สามารถรู้ได้  แต่ไม่ใช่รู้ได้ทันที  แต่ต้องเป็นผู้ตรงว่าค่อยๆ รู้ค่อยๆ เข้าใจทีละเล็กทีละน้อย  เพราะฉะนั้น  ถ้าได้เข้าใจคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ก็จะช่วยประเทศชาติ  และ แก้ปัญหาได้ มาก

~ก่อนตายเป็นคนดีหรือเปล่า? รู้อะไรหรือเปล่า? เราจะรู้ไหมว่าเราจะตายเมื่อไหร่ วันนี้ก็ได้  โดยที่ยังเป็นคนไม่รู้อะไรเลย  กิเลสก็เยอะ โลภะ(ความติดข้อง)ก็มาก โทสะ(ความโกรธ ความขุ่นเคืองใจ)ก็มาก  จะฆ่าใคร วันไหน จะทำร้ายใครแค่ไหน จะทุจริตอย่างไร  ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือเปล่า   เพราะเหตุว่า เราไม่รู้ว่ากิเลสที่มีกำลัง จะเกิดเมื่อไหร่ วันไหน  เพียงแค่คำพูดของคนอื่นไม่กี่คำ ก็เป็นปัจจัยให้เกิดการทำร้ายร่างกายได้  เป็นไปได้อย่างไร  เพราะฉะนั้น  ก่อนตายสิ่งที่ควรรู้ ก็คือ เกิดมาแล้วต้องตาย  แต่ตายโดยที่ไม่รู้อะไรเลย  กับ รู้ความจริงทีละเล็กทีละน้อย  อย่างน้อยที่สุดก็รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร เพราะอะไร  อะไรดี อะไรชั่ว  ก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

~ถ้าทุกคนมีความเมตตา(เป็นมิตร เป็นเพื่อน หวังดีต่อกัน) ช่วยกันทำประโยชน์จะเดือดร้อนไหม? ก็ไม่เดือดร้อน   แต่ทำไมเดือดร้อน? ก็เพราะไม่ได้เป็นมิตรสหายกันอย่างจริงใจ  หวังแต่ประโยชน์ของตน  อยากได้  ทำทุจริตกรรม ก็ทำ  เบียดเบียนคนอื่นก็ทำ  เพราะไม่รู้ว่าเป็นโทษ

~ปัญญา  เห็นถูกต้อง ว่า ดีคือดี  ชั่วคือชั่ว ถูกคือถูก  ผิดคือผิด  ปัญญาตรงมากเพราะฉะนั้น  ปัญญาไม่มีทางที่จะนำไปสู่การประพฤติที่ไม่ดี

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะสอนให้คนอื่นทำชั่วไหม? ไม่มีทางที่พระองค์จะทรงสอนอย่างนั้น,    เพราะฉะนั้น  ก็จะเห็นได้ว่า  ถ้าได้ฟังคำสอนของพระองค์ที่ลึกซึ้งและมีปัญญาเจริญขึ้น  ก็จะทำให้ ไม่ทำชั่ว

~ต้องเห็นว่า การฟังธรรมหรือการสนทนาธรรม  ประโยชน์จริงๆ คือ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง  แม้จะเพียงเล็กน้อยสักคำเดียว  ก็ยังดีกว่าเข้าใจผิด หรือว่าเข้าใจเพียงนิดหน่อยไม่กระจ่างไม่ชัดเจนซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้น ก็ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็ไตร่ตรอง  และสนทนากัน  ถ้ามีข้อสงสัยก็จะได้ช่วยกันคิดไตร่ตรองให้ชัดเจนขึ้น

~ผู้ที่ได้ฟังธรรม  ไม่ใช่ว่าทุกคน บวช  แต่ต้องเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยที่มั่นคงที่สะสมบุญมาที่จะคิดว่าตนเองสามารถสละเพศคฤหัสถ์ได้

~ภิกษุจะมารับเงินรับทองเหมือนอย่างคฤหัสถ์ ไม่ได้  เพราะเหตุว่า เป็นภิกษุ (สละเงินทองแล้วก่อนบวช)   สละแล้ว จะรับคืนได้อย่างไร  จะเอาไปทำอะไร?

~ความดีในฐานะของภิกษุ คือ ต้องศึกษาธรรม  ต้องขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิต ไม่มีชีวิตเหมือนอย่างคฤหัสถ์  จะมาร้องเพลง ก็ไม่ได้  แอบร้องก็ไม่ได้  ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเห็นก็ร้องได้  ไม่ใช่อย่างนั้นเลย  ขัดเกลาคือขัดเกลา  มั่นคงคือมั่นคง ตรงคือตรงเพราะฉะนั้น  เมื่อชาวบ้านเขาสละสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แก่ภิกษุ นั้น  แล้วภิกษุนั้นควรจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าทำชั่ว  ไม่ใช่ผิดพระธรรมวินัย  เพราะเขาไม่ได้ถวายให้คนชั่ว เขาไม่ได้ให้กับโจร  แต่เขาให้กับผู้ที่จะขัดเกลากิเลสในเพศของพระภิกษุ เพราะฉะนั้นพระภิกษุนั้นจะต้องประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และศึกษาธรรม เข้าใจธรรมด้วย  จนกว่าจะรู้แจ้งอริยสัจจธรรม นั่นคือ  การทำความดีในเพราะการขอ  (ทำความดี ให้สมกับที่ได้รับการทะนุบำรุงดูแลจากคฤหัสถ์ด้วยการถวายสิ่งของที่เหมาะควรแก่เพศบรรพชิต)

~ประโยชน์ของการฟังพระธรรม คือ  ความเข้าใจ  ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่ได้ประโยชน์เลยสักขณะเดียว

~เราได้รับสิ่งซึ่งเต็มไปด้วยความไม่รู้มาตลอดชีวิต  แต่ว่าขณะที่จะได้มีความเข้าใจจริงๆ   ก็ต้องเป็นขณะที่มีประโยชน์ที่สุด  ด้วยเหตุนี้  ต้องไม่ลืมว่า  ไม่ว่าจะฟังเรื่องอะไรก็ตาม  ประโยชน์อยู่ที่เข้าใจถูกในสิ่งที่เราฟัง วันนี้ เราได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และเป็นคำที่ควรฟังด้วยความเคารพอย่างยิ่ง เพราะว่ามีความหมายลึกซึ้งและเป็นจริงซึ่งเปลี่ยนแปลงไม่ได้จากการตรัสรู้ของพระองค์

~ถ้าฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เป็นอีกโลกหนึ่งซึ่งต่างจากโลกของความไม่รู้และความคิดเองซึ่งไม่มีทางที่จะเข้าใจความจริงของสิ่งที่มี  แต่พอได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว  ทุกคำ กำลังเป็นความจริงที่ค่อยๆ เข้าใจขึ้น จึงสามารถที่จะรู้คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้  มิฉะนั้น  เราก็นับถือคุณที่เราไม่รู้ แต่ว่าถ้าเราเข้าใจเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ก็เท่ากับว่ารู้พระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากเท่านั้น เพราะฉะนั้น ในชาตินี้  ก็ลองคิดดู  อะไรมีประโยชน์ที่สุด  เงินซื้อไม่ได้แน่  แต่ต้องอาศัยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็ไตร่ตรองจนกระทั่งเป็นความรู้ความเข้าใจของเราเอง.

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และ อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 1 มิ.ย. 2561

ประโยชน์ของการฟังพระธรรม คือ ความเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่ได้ประโยชน์เลยสักขณะเดียว. ขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Nataya
วันที่ 1 มิ.ย. 2561
กราบอนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 1 มิ.ย. 2561

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
panasda
วันที่ 1 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
มกร
มกร
วันที่ 1 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
thilda
วันที่ 2 มิ.ย. 2561

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 2 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
yanong89
yanong89
วันที่ 2 มิ.ย. 2561

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 3 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 5 มิ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ