Print 
ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บ้านคุณหมอวิภากร พงศ์วรานนท์ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๑
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  22 พ.ค. 2561
หมายเลข  29756
อ่าน  1,859

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานกรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา และวิทยากรของมูลนิธิฯ ผศ.อรรณพ หอมจันทร์ อาจารย์กุลวิไล สุทธิลักษณวนิช อาจารย์วิชัย เฟื่องฟูนวกิจ ได้รับเชิญจากทันตแพทย์หญิงวิภากร พงศ์วรานนท์ เพื่อไปสนทนาธรรมที่บ้านธรรมรักษา บ้านพักของคุณหมอในหมู่บ้านสายลม ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ระหว่างเวลา ๙.๓๐ น. - ๑๕.๓๐ น.

การสนทนาธรรมที่บ้านคุณหมอวิภากรครั้งนี้ มีคุณป้าประทุม ลีสี ที่เดินทางมาจากจังหวัดพิจิตร มาพักที่บ้านคุณหมอและร่วมสนทนาธรรมด้วย(ท่านที่สนใจเรื่องราวของคุณป้าประทุม ขอเชิญคลิกอ่านได้ที่นี่..ขอแนะนำสมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. คุณประทุม ลีสี )ท่านที่สนใจการสนทนาระหว่างคุณป้ากับท่านอาจารย์และวิทยากร ซึ่งน่าสนใจมากๆ สามารถคลิกชมบันทึกการถ่ายทอดสดที่แนบไว้ในตอนท้ายของกระทู้นี้ได้ 

ข้อความการสนทนาธรรมที่จะขออนุญาตนำมาถอดเทปลงไว้ให้ทุกๆท่านได้พิจารณาในคราวนี้ เป็นการสนทนาระหว่างท่านอาจารย์ คุณหมอวิภากรและคุณจริยา เจียมวิจิตร เกี่ยวกับเรื่องการเจริญกุศล ที่เป็นเหตุให้เกิดอกุศล ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากอีกเรื่องหนึ่ง รวมถึงเรื่องการทำความดีที่จะเป็นบารมีให้ถึงฝั่งคือการดับกิเลสนั้น ความดีอย่างไรจึงจะเป็นบารมีที่ถูกต้องตรงตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ดังข้อความต่อไปนี้ครับ

พี่อรวรรณ  กราบเรียนท่านอาจารย์ อย่างกรณีที่คุณหมอวิภากรจัดสนทนาธรรมเขาก็อยู่บ้านคนเดียว แล้วเขามีวิริยะมากในการที่จะทำงานนี้ให้สำเร็จ ในความคิดก็รู้ว่า ระหว่างนั้นก็จะต้องมีอกุศลเกิดสลับกุศล ถึงจะเป็นงานนี้ขึ้นมา

ท่านอาจารย์  คุณหมอคะ อกุศลมากหรือกุศลมาก?
คุณหมอวิภากร  หนนี้ เมื่อวานอกุศลมากกว่าทุกครั้ง เพราะว่าอาจารย์ดวงเดือนโทรฯมาบอกว่าท่านอาจารย์จะออกจากบ้านเก้าโมง มาถึงนี่สิบเอ็ดโมง(หัวเราะ) หนูก็เลยว้าวุ่นไปหมด มีแต่อกุศลมาตลอดเลย เพิ่งจะหายเมื่อเช้า ท่านอาจารย์ก็บอกว่าท่านอาจารย์มาแล้ว ก็บอกว่าโอย..ดีจัง (หัวเราะกันครืน) 

ท่านอาจารย์  ก่อนจะได้ฟังคุณดวงเดือน มีอกุศลไหม?
คุณหมอวิภากร  ก็มีเหมือนกัน บางทีหนูก็โทรฯไปบอกเพื่อนว่า มะพร้าวเอาแช่น้ำแข็งให้แล้วนะ อะไรแบบนี้ เขาก็หัวเราะเหมือนกัน ว่าเขากำลังฟังธรรมอยู่ที่เขาใหญ่ บางทีหนูก็คิดว่า เขากำลังฟังธรรมกัน เราก็ต้องมานั่งถูโน่น กวาดนี่ แทนที่จะได้ฟังเหมือนเขา(หัวเราะ) มีค่ะท่านอาจารย์ขา

ท่านอาจารย์  เพราะฉะนั้น ลองคิดดู ทั้งหมดนี้ กุศลมากหรืออกุศลมาก?
คุณหมอวิภากร  หนูกำลังคิดว่า หนูคงจะไม่จัดที่นี่แล้ว จะไปจัดที่อื่น(หัวเราะกันใหญ่) เพราะหนูรู้สึกว่าไม่ไหว 

ท่านอาจารย์  นี่เป็นคำตอบหรือ? เห็นไหม? เราสนทนาธรรม แต่มันไปอื่น ทีละเรื่องสิคะ ทุกอย่างที่คุณหมอพูดก็เป็นธรรมะ แต่ไปทีละเรื่อง เพื่อความเข้าใจ ถามว่า...ทั้งหมดนี่ อกุศลมากหรือกุศลมาก?
คุณหมอวิภากร  อกุศลมาก
ท่านอาจารย์  ค่ะ (แต่)มากกว่าที่คิด เพราะปรากฏเพียงให้เห็น แล้วที่ไม่ปรากฏล่ะ? 
คุณหมอวิภากร  แต่ว่าในขณะทำ หนูก็เอาวิทยุ เอาพวกอะไรคาดพุงไว้ ก็ฟังไปด้วย(หัวเราะกันสนุก) 

ท่านอาจารย์  แล้วอกุศลมากหรือกุศลมาก? 
คุณหมอวิภากร  ก็สลับกันค่ะ คือถ้าใจออกจากวิทยุไปก็เป็นอกุศล
ท่านอาจารย์  ไม่ได้ตอบคำถาม 
คุณหมอวิภากร  ก็อกุศลมากกว่าค่ะ
ท่านอาจารย์  เห็นหรือยัง? 
คุณหมอวิภากร  ยังไม่เห็นค่ะ
ท่านอาจารย์  เห็นไหม? เห็นยาก!! เพราะฉะนั้น คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น คำของคนอื่นก็สรรเสริญคุณหมอ ใช่ไหม? เฉพาะส่วนกุศล แต่ส่วนอกุศลล่ะ? ใครรู้? 

คุณหมอวิภากร  ท่านอาจารย์คะ ไม่ใช่มีแต่คนสรรเสริญอย่างเดียว คนนินทาก็มี(หัวเราะกันใหญ่) ด้วยความที่ว่า หนูเป็นคนที่เวลาไปเรียนที่มูลนิธิฯหนูไม่มีเวลาจะคุยกับใคร ไปถึงปุ๊บเราก็ทำงานอะไรไป โน่นนี่นั่น แล้วก็รีบทานข้าวแล้วก็เข้าห้องเรียน ทานข้าวเสร็จรีบแปรงฟันแล้วก็เข้าห้องเรียน หนูไม่ได้ไปคุยกับใคร แต่ได้ยินมาว่ามีคนนินทาอยู่(หัวเราะเฮฮากัน) หนูก็ยังไม่ได้ซักถามว่าเขานินทากันเรื่องอะไร ปล่อยไปก่อน(หัวเราะกันสนุกมาก)

ท่านอาจารย์  ค่ะ เป็นธรรมดาไหม? 
คุณหมอวิภากร  เป็นธรรมะคู่โลก
ท่านอาจารย์  นอกจากเป็นธรรมดาแล้ว เป็นธรรมะหรือเปล่า? กว่าจะรู้เป็นชั้นๆ เพราะฉะนั้น อีกนานไหม? ไม่ต้องสนใจเลย!! ตามความเป็นจริง ถ้าอยากเร็ว ผิดทันที!! ตกไปอีกตั้งเท่าไหร่ กว่าจะไต่ขึ้นมาอีก 

คุณจริยา  กราบเท้าท่านอาจารย์ค่ะ ขอสนทนาต่อจากคุณหมอนิดหนึ่งว่า จริงๆแล้ว ส่วนใหญ่เท่าที่มีการจัดสนทนาธรรม ดิฉันคิดว่า ก็ต้องมีทั้งกุศลและอกุศลสลับกัน เหมือนกับปกติในชีวิตประจำวันเราก็มีอกุศลสลับกับกุศลเล็กๆน้อยๆ แม้ว่าจะจัดสนทนาธรรมหรือไม่จัด ก็เป็นอย่างนั้น แต่อย่างไรก็ตาม การจัดสนทนาธรรมที่คุณหมอตั้งใจ ก็เห็นความตั้งใจดีของคุณหมอที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อจะให้ทุกคนได้มีโอกาสฟังการสนทนาธรรม ได้มีโอกาสมากราบเท้าท่านอาจารย์กัน

แต่ว่า อย่างที่ท่านอาจารย์สนทนากับคุณหมอ คุณหมอก็บอกว่าอกุศลมาก และเมื่อกี้คุณหมอก็ต่อไปจากที่ท่านอาจารย์ถามนิดหนึ่งว่า จะไม่จัดที่นี่อีกแล้ว ตรงนี้ทำให้ต๋อยคิดว่า จริงๆความคิดก็เกิดขึ้นได้เรื่อยๆว่า พอเกิดความรู้สึกเหนื่อย แล้วก็รู้สึกว่าการจัดการลำบาก รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ เป็นต้นว่า การจราจรอะไรด้วย ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนใจ แต่อย่างไรก็ตาม ความคิดของคุณหมอก็ยังอยากที่จะทำสิ่งที่คุณหมอคิดว่าเป็นกุศล ก็คือการจัดสนทนาธรรม 

สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านอาจารย์และทุกๆท่านก็คือว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไร ไม่ว่าเราจะจัดสนทนาธรรมหรือเราไม่ได้จัดเลี้ยงที่บ้านเรา กุศลอกุศลมันก็เกิดขึ้นเหมือนๆกับปกติในชีวิตประจำวัน เพียงแต่ว่า เมื่อไหร่ที่เกิดขึ้นเวลาที่เราจัดสนทนาธรรม มันก็มักจะตามมาว่า เราจะทำในสิ่งที่เป็นกุศลแต่อกุศลก็เกิดขึ้น

เป็นต้นว่า ไม่พอใจแม้กระทั่งดอกไม้ที่เราจัด วันนี้ไม่สวยอย่างที่เราต้องการเลย หรือว่าดอกไม้ที่เราซื้อมา อย่างเมื่อวานนี้ซื้อดอกไม้มาให้คุณหมอ ตอนที่เห็นทีแรกก็ชอบใจ แต่พอแกะดู บางดอกไม่สวย ก็ไม่ชอบใจ ก็นึกนินทาว่าร้ายคนขายเขาว่าเอาดอกไม้ไม่สวยมาแซมให้เรา พอเสร็จแล้วเราก็นึกว่า นี่เรากำลังจะเอาไปกราบเท้าท่านอาจารย์กัน ทำไมเราเป็นอย่างนี้ ก็คิดบ่นกับตัวเองอย่างนี้ค่ะท่านอาจารย์ขา ตั้งแต่ที่เราแกะดอกไม้ดอกแรกจนดอกสุดท้าย 

เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นปกติในชีวิตประจำวันของเรา เราจะระลึกหรือไม่ระลึกเท่านั้น การที่เราตั้งใจที่จะทำกุศลด้วยการจัดสนทนาธรรมที่บ้าน ดิฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี จะเหนื่อยก็เหนื่อยแค่ตอนที่เราจัด ที่เราคิดว่าเหนื่อย แต่จริงๆเหนื่อยมันก็มีทุกวัน ถ้าคุณหมอไม่จัดสนทนาธรรมคุณหมอก็ทำสวนจนเหนื่อยอยู่ดี(หัวเราะ) คุณหมอจัดสนทนาธรรม อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้คนได้ยินในสิ่งที่อาจจะเคยได้ยินมาบ้างจากการสนทนาธรรมในที่ต่างๆ รวมทั้งที่มูลนิธิฯ แต่บางคำเราก็เพิ่งจะมากระจ่างในวันนี้ เวลานี้ 

เพราะฉะนั้น ก็กราบเท้าท่านอาจารย์ แล้วก็ขออนุโมทนากับคุณหมอ จัดต่อไปเถอะค่ะคุณหมอ เหนื่อยอย่างไรก็ไม่เป็นไร(หัวเราะ) 

ท่านอาจารย์  คุณหมอเหนื่อยนะคะ (แต่)คนอื่นเท่าไหร่ที่เข้าใจธรรมะขึ้น!! 
คุณหมอวิภากร  ท่านอาจารย์ขา หนูก็เตือนตัวเองว่า ถ้าเรามีบ้านแล้วเราไม่ได้ทำให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น เพียงแค่เราอาศัยอยู่เฉยๆ เหมือนเสมอตัว ไม่ได้ประโยชน์อะไรมากสักเท่าไหร่ หนูพยายามเตือนตัวเองว่า ถ้าเรามาเจริญกุศลอย่างนี้ ทำเพื่อคนอื่นด้วยที่จะเข้าใจธรรมะ รวมทั้งเราด้วย ก็ดีกว่าเราจะมาอยู่เฉยๆ ก็คิดอย่างนี้

ท่านอาจารย์  ค่ะ เหนื่อยหมดแล้ว แต่ความเบิกบานที่คนคนอื่นได้เข้าใจธรรมะ อีกหลายคน มากขึ้น เทียบได้ไหม? 
คุณหมอวิภากร  บ้านนี้ ตอนแรกที่สร้างก็ได้ไปพูดกับเพื่อนๆว่า จะทำห้องเผื่อชาวเชียงใหม่จะมาพัก ก็มีน้องอี๊ดเขาบริจาคที่นอนมาให้หลังหนึ่ง หนาเป็นฟุตเลย ก็ดีใจว่ามีชาวเชียงใหม่มาพักสองครั้ง และคุณป้าประทุมมาพักครั้งนี้ครั้งที่สอง ก็รู้สึกว่าดีกว่าที่เราจะมาอยู่อาศัยเองคนเดียว 

ท่านอาจารย์  ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ บารมีจะมาแต่ไหน? 
คุณจริยา  กราบเท้าท่านอาจารย์ค่ะ ท่านอาจารย์พูดถึงเรื่องบารมีอยู่เรื่อยๆ กราบเท้าท่านอาจารย์ รบกวนอธิบายเรื่องบารมีอีกสักครั้งหนึ่งค่ะ เพื่อความกระจ่างค่ะ

ท่านอาจารย์ เชิญคำแปลค่ะ
อ.วิชัย  "บารมี" เป็นธรรมะแน่นอน แต่เป็นธรรมะที่ยังให้ถึงฝั่งคือพระนิพพาน เพราะการที่จะดับอกุศลธรรมหมดเป็นสมุทเฉท จะไม่มีการเกิดอีกต่อไป ถ้าไม่มีธรรมะที่เป็นบารมี ไม่สามารถจะถึงได้ แต่พระองค์สามารถที่จะรู้บารมีทั้งหลายที่จะอุปการะเกื้อกูลต่อการรู้แจ้งอริยสัจธรรม แล้วแต่จะเป็นระดับไหน แต่ถ้าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมัยที่เป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์สามารถที่จะมีปัญญาที่จะพิจารณาธรรมะที่เป็นพุทธการกธรรม คือธรรมะที่จะทำให้ถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ดังนั้นอัธยาศัยของพระองค์ที่สะสมมา เมื่อถึงที่สุดของบารมีก็ถึงความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ แต่ถ้าเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าหรือพระสาวกทั้งหลาย ก็ตามควรแก่ฐานะของแต่ละบุคคล

ท่านอาจารย์  อกุศลเป็นบารมีหรือเปล่า?
คุณจริยา  ไม่เป็นค่ะ
ท่านอาจารย์  เห็นไหม? แค่ฟัง เราก็รู้แล้วว่า ธรรมะมีหลากหลายมาก ธรรมะที่ดีก็มี ธรรมะที่ไม่ดีก็มี ปนกันได้ไหม? อกุศลให้โทษไหม? เหตุไม่ดี นำผลไม่ดีมาให้ ใช่ไหม? แค่นี้ก็ธรรมดาๆ แต่ต้องเป็นคนที่เห็นโทษของอกุศล จึงคิดที่จะละอกุศล!! 

ถ้าเราคิดว่า ธรรมดาเขาก็โลภกันทั้งนั้น เราก็โลภบ้างสิ ใช่ไหม? หรืออะไรอย่างนี้ ไม่เห็นโทษ ไม่เห็นภัย ใช่ไหม? แต่ว่า ผู้ที่เห็นโทษจริงๆของความไม่ดี และรู้ว่า บังคับบัญชาไม่ได้ เกิดแล้ว จะให้หมดไปได้อย่างไร มีแต่สะสมพอกพูนเพิ่มขึ้น เป็นโทษอย่างยิ่งกับตนเอง แม้ว่ารู้ว่ายังไม่ใช่เรา แต่ก็เป็นโทษ ไม่ใช่ให้โทษกับคนอื่น แต่ให้โทษกับขณะนั้นที่เกิดขึ้น จะนำมาซึ่งโทษภัย

ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนว่าโทษภัยอะไร? ใช่ไหม? จะมีการเกิดอีก เห็นอีก ไม่เคยมีความเข้าใจที่ชัดเจน เพราะเหตุว่า แค่คิด แต่เพียงแค่เห็นว่า อกุศลไม่ดี แค่นี้ก็เป็นความถูกต้องแล้ว น้อยคนที่จะเห็นโทษของอกุศล แต่ยิ่งรู้ว่ามีแต่อกุศล หนาแน่นมากเหลือเกิน "หนทาง" ที่จะละ มีไหม? "หนทาง" ที่จะดับ มีไหม? 

ถ้าไม่มีการได้ยินได้ฟังเลย ก็สะสมอัธยาศัยเป็นคนดี เพราะฉะนั้น การทำดีแต่ละครั้ง ก็เป็นอาสยานุสย สะสมที่จะทำความดีต่อๆไป เป็นคนดี วาจาดี กายดี ชาติไหนก็ตาม

พ่อแม่มีลูกหลายคน ลูกบางคนดี ลูกบางคนไม่ดี พ่อแม่เดียวกัน บางคนดีมากบางคนดีน้อย พ่อแม่ก็อยากให้ลูกดีทุกคน แต่ธรรมะเป็นธรรมะ 

เพราะฉะนั้น "สะสมมา" เราอาจจะพูดถึงเรื่องอกุศล คนอื่นเขาไม่สนใจเลย แต่ถ้าพูดกับบางคน เขาเห็นว่าไม่ดี แล้วยังอาจจะว่า แล้วทำอย่างไร? จึงจะไม่มีอกุศล จนกระทั่งได้ฟังธรรม จึงรู้ว่า เพียงกุศลคุณความดีเกิดขึ้น ขณะนั้นอกุศลเกิดไม่ได้ อกุศลน้อยลงเป็นอัธยาศัย แต่ไม่ได้หมายความว่าหมดอกุศล เพราะหมดอกุศลจริงๆ ต้องเป็นปัญญา 

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีปัญญา การทำดีทั้งหมด ก็ยังไม่ใช่บารมี เพราะเหตุว่า ฝั่งไหน? ไม่รู้จะไปไหน? แต่นี่ ไปสู่การดับกิเลส ถ้าไม่เห็นโทษจะดับหรือ? กิเลสเห็นยากมาก เพราะว่ามีกิเลสหลายอย่าง หลายระดับ เพราะฉะนั้น โทษก็ต่างกัน อย่างเห็นว่า "เป็นเรา" โทษไหม? โทษที่นำมาซึ่งโทษทั้งปวง เพราะ "มีเรา" 

เพราะฉะนั้น ก่อนอื่น เมื่อมีความเข้าใจถูกต้องว่า ไม่ใช่เรา!! อกุศลทั้งหลายเพื่อเราก็ต้องลดน้อยลง เพราะไม่มีเรา เพราะฉะนั้น ที่จะให้อกุศลลดน้อยลงโดย "ยังเป็นเราอยู่" เป็นไปไม่ได้!! 

เพราะฉะนั้น การฟังธรรมะจึงต้องละเอียด เมื่อได้ยินได้ฟังคำซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจ รู้ว่ามีความเป็นเราหมดเลย ไม่เหลือทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ชั่ว ดี จำ ทุกอย่างหมด เป็นเราทั้งนั้น เป็นของเราทั้งนั้น จึงรู้ว่า ยากที่จะสามารถรู้ตามความเป็นจริงว่าไม่ใช่เรา จึงต้องรู้ว่า ถ้ายังเป็นอกุศลอยู่มากๆ ไม่มีทางที่จะถึงการละความเป็นเราได้!! 

ด้วยเหตุนี้ จึงเข้าใจคำว่า ปาร คือ ฝั่ง , มี คือ ถึง ปารมี-ถึงฝั่ง ด้วยคุณความดีเท่านั้น ถ้าเข้าใจอย่างนี้ ความดีทั้งหมดไม่ใช่เพื่อเรา แต่เพื่อละความเป็นเรา นั่นจึงเป็นบารมี!! 

อย่างคุณหมอจัดสนทนา ถ้าเพื่อตัวคุณหมอ ก็ไม่ใช่บารมี แต่ถ้าเพื่อความเข้าใจธรรมะ เพื่อขัดเกลากิเลส เพื่อรู้ว่ากิเลสเยอะมาก และทุกคนดับกิเลสไม่ได้ นอกจากได้เข้าใจพระธรรม โอกาสที่จะได้ฟังพระธรรมอย่างใกล้ชิด มีปัญหาอะไรที่เราจะทำให้เข้าใจขึ้น ก็สนทนา เพราะสนทนาธรรมเป็นมงคล ฟังธรรมก็เป็นมงคล แต่ฟังแล้วสงสัย เข้าใจ ต่างระดับกัน ก็สนทนาเพื่อความเข้าใจขึ้น ก็เป็นมงคลที่จะให้ความเจริญในความเข้าใจเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ ทั้งหมด ที่จะเป็นบารมี ต่อเมื่อเข้าใจ และเพื่อความเข้าใจ  

คุณจริยา  กราบเท้าท่านอาจารย์ค่ะ บารมีแรกที่พูดถึงคือทานบารมี เวลาที่พระพุทธองค์บำเพ็ญ แม้ว่าจะเป็นเรื่องของทาน ก็จะบำเพ็ญในเรื่องบารมีอื่นๆประกอบกันไปด้วย 
ท่านอาจารย์  แน่นอนค่ะ
คุณจริยา  แสดงว่าบารมีนี้ ไม่ใช่ว่าจะต้องไปเจาะจงว่า แบบนี้ฉันต้องการที่จะทำทานบารมี
ท่านอาจารย์  ก็ผิด นั่นคือ "ฉัน"
คุณจริยา  นั่นก็ฉัน ก็แปลว่า ทุกอย่างต้องประกอบกัน
ท่านอาจารย์  ค่ะ ความตรงต่อธรรมะ สัจจบารมี ตรงต่อความจริง เราฟังธรรมะทำไม? จะได้ไม่เห็นผิด!! จะได้ตรงต่อความจริงของธรรมะ เพื่อเข้าใจถูก นั่นคือ สัจจบารมี ไม่ได้ต้องการอย่างอื่นเลย แต่ เพื่อความจริง!!

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของคุณหมอวิภากร พงศ์วรานนท์
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่าน ครับ

.........

ขอเชิญคลิกชมบันทึกถ่ายทอดสดการสนทนาธรรมในครั้งนี้ได้ที่นี่...

และ ขอเชิญคลิกชม ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บ้านคุณหมอวิภากร ในครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่...

ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บ้านคุณหมอวิภากร พงศ์วรานนท์ ๔ มีนาคม ๒๕๕๙

ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บ้านคุณหมอวิภากร พงศ์วรานนท์ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
วันที่ 22 พ.ค. 2561 23:01 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ประสาน
วันที่ 23 พ.ค. 2561 05:42 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับการศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ปลากริม
ปลากริม
วันที่ 23 พ.ค. 2561 08:34 น.

กราบอนุโมทนาด้วยความเคารพยิ่งครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 23 พ.ค. 2561 14:30 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ ด้วยความเคารพสูงยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของคุณหมอวิภากรและคุณวันชัย ภู่งาม ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 23 พ.ค. 2561 14:32 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
thilda
thilda
วันที่ 3 มิ.ย. 2561 13:02 น.

มีคุณค่าอย่างยิ่งค่ะ กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
chvj
วันที่ 22 มิ.ย. 2561 07:15 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ