กฏพระสงฆ์รัชกาลที่ ๑ ฉบับ (๖) .
 
paderm
paderm
วันที่  22 เม.ย. 2561
หมายเลข  29674
อ่าน  503

กฏพระสงฆ์รัชกาลที่ ๑

ฉบับ (๖)

กฎให้ไว้แก่สังฆการีธรรมการ พระราชาคณะ เจ้าอธิการอนุจร แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อย ข้างน่า ข้างใน ฝ่ายทหาร พลเรือน ผู้รั้งกรมการ อาณาประชาราษฎรนอกกรุง ในกรุง แขวง จังหวัด หัวเมือง ๑-๒-๓-๔ ตวันตก ตวันออก ปากใต้ ฝ่ายเหนือทั้งปวง จงทั่ว 

สมเด็จบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอนันตาสัมภาราดิเรกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาศนุปภัมถกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิ ทั้งพระบริญัติแลฏิปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไป เปนที่เลือมไสยนมัศการบูชาแก่เทพยดามนุษยทั้งปวง เสด็จออก ณ พระที่นั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สมเด็จบรมนารถบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงทศพิทราชธรรมอันประเสริฐ ตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า แต่ก่อนฆราวาศผู้จะทำทานแก่ภิกษุสงฆ์ โดยต่ำแต่เข้าทัพพีหนึ่งก็มีผลปรากฎในชั่วนี้ชั่วน่า เพราะพระภิกษุผู้รับทานนั้นทรงศีลบริสุทธิ์  ฝ่ายฆราวาศผู้จะให้ทานนั้นก็มีปัญญาย่อมตักเตือนมิได้เกียจคร้าน จ่ายทรัพยตกแต่งทานประณีตบันจงเปนจัตุปัจจัยทานตามพระพุทธโอวาทตรัสสอนไว้ แลผู้ให้ผู้รับทั้งสองฝ่ายสุจริตดีจริง จึ่งให้ผลมากประจักในชั่วนี้ชั่วน่าสืบมา ทุกวันนี้ ภิกษุแลสามเณรผู้รับทานรักษาสิกขาบทนั้น ก็ฟั่นเฟือนมักมาก โลภรับเงินทองของอันมิควรด้วยกิจพระวินัยสั่งสมทรัพยสิ่งของ เที่ยวผสมประสานทำการของฆราวาศ การสพ การเบญจา เปนหมอนวด หมอยา หมอดู ใช้สอยอาษาการคฤหัฐแลให้สิ่งของต่างๆ แก่คฤหัฐ เพื่อจะให้เปนประโยชน จะให้เกิดลาภเลี้ยงชีวิตรผิดธรรม มิควรนัก

แม้ว่าท่านพระอุประคุตเถรเจ้าอันเปนอรหรรตเหมือนน้ำเต็มกระออมอยู่แล้ว เมื่อรับปฏิญาณพระมหาเถระทั้งปวงที่จะธรมานพระยามาร เมื่อกระทำการฉลองพระวิหารแปดหมื่นสี่พันนั้น จึ่งกล่าวแก่พระสงฆ์ทั้งปวงว่า ข้าพเจ้าจะพึงได้อาหารที่ชอบธรรมที่ใดมาฉันเปนกำลัง ภิกษุองค์หนึ่งจึ่งรับว่า ข้าพระเจ้าจะรับถวาย

พระอุประคุตจึ่งถามว่าอาหารของท่านได้ด้วยเหตุอันใด ภิกษุจึ่งบอกว่า อาหารนี้ข้าพระเจ้าได้ด้วยผลทาน เมื่อครั้งข้าพระเจ้าเปนภิกษุแต่ชาติก่อนเปนตระกูลพราหมณ์แห่งหนึ่ง ทายกเขานิมนตเข้าไปฉันมธุปยาศ ข้าพระเจ้าฉันอิ่มพ้นประมาณ ล้วงคอรากมธุปายาศออกให้ทานแก่แม่สุนักจักษุบอด ด้วยผลทานนี้ให้บังเกิดอาหารทิพยแก่ ข้าพระเจ้าวันละสองบาตรเหล็ก ข้าพระเจ้าขอถวายแก่พระผู้เปนเจ้า พระอุประคุตห้ามว่า อาหารของท่านหาชอบธรรมไม่ เหตุว่าท่านบริโภคเหลือประมาณจำเปนให้ทาน 

แลภิกษุองค์หนึ่งจึ่งว่า อาหารของข้าพระเจ้าบังเกิดด้วยผลทานแต่ชาติก่อน ข้าพระเจ้าภาภิกษุเพื่อนของข้าพระเจ้าเข้าไปในเรือนบิดาข้าพระเจ้าวันละสี่รูปทุกวัน ด้วยผลทานนั้นก็บังเกิดอาหารทิพยแก่ข้าพระเจ้าในชาตินี้วันละสี่บาตรเหล็กจะขอถวายพระผู้เปนเจ้า พระอุประคุตเถรเจ้าก็ห้ามเสียว่า อาหารแห่งท่านบังเกิดแต่ตัณหาสัณฐวะ บิดาท่านรักท่านจึ่งพลอยให้ภิกษุสี่รูปฉัน เรามิควรจะบริโภค

อนึ่ง พระษาริบุตรเถรเจ้าป่วยอุทรโรคๆ นั้น ชอบฉันมธุปายาศหาย จึ่งบอกแก่พระโมคคัลลานะเถรเจ้าๆ ก็ว่าจะไปบิณฑบาตรตามบุญ เทพยดาฟังสนทนาก็ไปสู่โยมอุปฐากพระษาริบุตรเถรเจ้าเข้าบิดคอ จึ่งชนทั้งปวงถามว่า ท่านกระทำเบียดเบียนมนุษยดังนี้จะปรารถนาสิ่งใด เทพยดาบอกว่า เราปรารถนาเข้ามธุปายาศให้พวกท่านทำถวายพระษาริบุตรเถรเจ้า ชนทั้งปวงจึ่งว่าเราจะทำถวายท่าน จงออกไปเถิด เทพยดาก็ออกจากกาย  ชนทั้งหลายก็กระทำมธุปายาศ เวลาเช้าใส่บาตรพระโมคคัลลานะๆ จึ่งนำมาถวายพระษาริบุตรเถรเจ้า

พระษาริบุตรเถรเจ้าพิจารณาก็แจ้งว่าอาหารนี้ มิชอบธรรมเกิดแต่เทพยดาไปเบียดเบียนบอกกล่าวขอเอามธุปายาศ จึ่งกล่าวว่า ดูกรอาวุโสโมคคัลลานะ อาหารนี้มิเปนธรรม แม้ใส้เราจะขาดออกมาถึงแก่ความตายก็ดูประเสริฐกว่าการบริโภคอาหารอันมิชอบธรรมนี้อีก ท่านจงไปเทเสียทั้งบาตรเถิด พระโมคคัลลานะก็เทเสีย แต่มาทว่าพระโมคคัลลานะคว่ำบาตรเทอาหารตกเหนือดิน ด้วยอำนาจอาชีวะปาริสุทธิศีลอันบริสุทธิ์ พระษาริบุตรเถรเจ้าก็หายอุทรโรคในขณะนั้น เปนเยี่ยงอย่างพระอาจาริยเจ้าประพฤติมาฉนี้

แลภิกษุทุกวันนี้บวชเข้ามิได้กระทำตามพระวินัย ปติบัติเหนแต่จะเลี้ยงชีวิตรผิดธรรม ให้มีแต่เนื้อหนังบริบูรณ ประดุจโคกระบือมีแต่บริโภคอาหารให้จำเริญเนื้อหนัง จะได้จำเริญสติปัญญานั้นหามิได้ เปนภิกษุสามเณรลามกในพระสาศนา ฝ่ายฆราวศก็ปราศจากปัญญา มิได้รู้ว่าทำทานฉนี้จะเกิดผลมากน้อยแก่ตนหามิได้ มักภอใจทำทานแก่ภิกษุสามเณรอันผสมประสานทำการของตนจึ่งทำทาน บางคนยังมักง่าย ถวายเงินทองของอันเปนอะกัปิยะมิควรแก่สมณะ  สมณะก็มีใจโลภสั่งสมทรัพยเลี้ยงชีวิตรผิดพระพุทธบัญญัติฉนี้ ได้ชื่อว่าฆราวาสหมู่นั้น ให้กำลังแก่ภิกษุโจรอันปล้นพระสาศนา ทานนั้นหาผลมิได้ชื่อว่าทำลายพระสาศนา

แต่นี้สืบไปเมื่อน่า ห้ามมิให้ภิกษุสามเณรสงเคราะหฆราวาศให้ผลไม้ ดอกไม้ ใบไม้เปนต้น แล้วอย่าให้ผสมประสา ขอกล่าวป่าวร้องเรี่ยไรสิ่งของอันเปนของฆราวาศอันมิใช่ญาติ แล้วอย่าให้ทำการสพแลทำเบญจาการฆราวาศทั้งปวง แล้วอย่าให้เปนหมอนวด หมอยา หมอดูต่างๆ แลอย่าให้แก่คฤหัฐอันมิใช่ญาติ แลห้ามอย่าให้เปนทูตใช้สอยนำข่าวสารการฆราวาศ แลห้ามบันดาการทั้งปวง อันกระทำผิดจากพระปาฏิโมกขสังวรวินัย

ภิกษุรูปใดมีอธิกรณข้อใหญ่ สงฆ์พิภากษามิถ่องแท้เปนฉายาเงาปาราชิกควรจะเสีย อยู่ข้างการลามกในพระสาศนา เปนที่สงไสยสงฆ์ทั้งปวงอยู่แล้ว อย่าให้เอาไว้ ให้ศึกเสีย เหตุภิกษุเหล่านี้ ครั้นกระทำผิดข้อใหญ่แล้วก็มิได้กลัวไภยในนรกกลัวไภยในประจุบัน มากครั้งเอามาถามหารับตามจริงไม่ มักทนสบถษาบาลให้การเคลือบแฝง ฉะนี้มีเปนอันมาก

อนึ่งห้ามฝ่ายฆราวาศทั้งปวง อย่าให้ถวายเงินทอง นาก แก้วแหวนแลสิ่งของอันมิควรแก่สมณะเปนต้น แลทองเหลือง ทองขาว ทองสำฤทธแก่ภิกษุสามเณร แลห้ามอย่าให้ถวายบาตร นอกกว่าบาตรเหล็กบาตรดิน แลนิมนตใช้สอยพระภิกษุสามเณรให้ทำการสพการเบญจา แลให้นวด แลทำยา ดูลักขณะ ดูเคราะห แลวาดเขียน แกะสลักเปนรูปสัตว แลใช้นำข่าวสารการฆราวาศต่างๆ แลห้ามบันดาการภิกษุสามเณรกระทำผิดจากพระปาฎิโมกขสังวรวินัยที่พรรณนาห้ามแล้วนั้น อย่าให้ฆราวาสทำตามน้ำใจภิกษุสามเณรอันกระทำเปนอันขาดทีเดียว

ถ้าแลพระราชาคณะเจ้าอธิการ ภิกษุสามเณร ฆราวาศ แลสังฆการีธรรมการผู้ใดมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ แลละเมินเสียมิได้กำชับว่ากล่าวกัน กระทำให้ผิดพระสาศนาเศร้าหมอง ดุจหนึ่งแต่ก่อนนั้น ฝ่ายพระราชาคณะเจ้าอธิการภิกษุสามเณรจะเอาญาติโยมเปนโทษ ฝ่ายฆราวาศทั้งปวงจะให้ลงพระราชอาญาเฆี่ยนตีตามโทษานุโทษ

กฎให้ไว้ ณ วันอาทิตย เดือนแปด ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๕ ปีเถาะ นักษัตรเบญจศก ฯ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 9 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ