ทำกุศลสามารถช่วยให้ผู้ป่วยไข้หายได้หรือไม่
 
ฉีฟ่งจื้อ
วันที่  6 ก.ย. 2560
หมายเลข  29152
อ่าน  298

เรียน  ท่านวิทยากร  ขอเรียนถามว่าการทำกุศลไม่ว่าจะเป็นทาน ศีลและการเจริญสติปัฎฐานสามารถไปเบียดเบียนการป่วยไข้ให้หายหรือเบาบางบ้างหรือไม่ครับขออนุโมทนาครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 9 ก.ย. 2560

          ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  สมุฏฐานของโรค หรือ เหตุให้เกิดโรค มีทั้งที่เกิดจาก กรรม จิต อุตุและอาหาร การหายจากโรคได้   ก็เพราะกรรมเป็นปัจจัยเป็นสำคัญ    และก็มีปัจจัยอื่นๆ ทั้ง   อาหาร อุตุ(อากาศ ความเย็น ความร้อน)และจิตด้วย  ซึ่งพระธรรมเป็นเรื่องละเอียด แม้แต่การหายจากโรค ตามที่กล่าวแล้วครับว่า การหายจากโรค มีกรรมของผู้นั้นเอง เป็นปัจจัยสำคัญ และก็มีปัจจัยอื่นๆด้วยตามที่กล่าวมา ซึ่งก็รวมถึงจิตด้วย หากจิตที่ดีที่เป็นกุศลเกิดขึ้น รูปทีเกิดจากจิตที่ดีก็ประณีต   ทำให้โลหิตดี   การไหลเวียนดี ก็ทำให้หายจากโรคได้

ดังนั้น กรรมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้หายโรคได้ แต่ กุศลกรรมที่ทำ ก็เป็นปัจจัยให้ เกิดสิ่งที่ดี มีการหายโรคได้เช่นกัน แต่เราไม่รู้เลยว่ากรรมไหน จะเป็นปัจจัยให้กรรมไหนให้ผล และ กรรมก็มีผลตามระยะเวลาของกรรม ที่ไม่สามารถรู้ได้ว่ากรรมจะให้ผลตอนไหนอย่างไร เป็นอนัตตา ดังนั้น ทำกุศลเพราะเป็นกุศล ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 9 ก.ย. 2560

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น   

ตราบใดที่ยังมีร่างกาย  อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเกิด  ก็ยังไม่พ้นไปจากโรคทางกาย   ซึ่งเป็นผลของอกุศลกรรม      การได้รับความทุกข์ทางกาย  จะเป็นเพราะเหตุอื่นไม่ได้ นอกจากอกุศลกรรมให้ผลเท่านั้น   ทำให้ทุกข์ทางกายเกิดขึ้น    โดยที่ไม่มีใครทำให้เลย    เมื่อมีความเจ็บป่วยเป็นโรคเกิดขึ้น ก็มีการรักษาด้วยวิธีการต่าง ๆ     ซึ่งจะหายหรือไม่หาย    ก็ขึ้นอยู่กับกรรมอีกเหมือนกัน       คนอื่นไม่สามารถทำให้คนอื่นหายจากโรคได้       แต่ละคนมีกรรมเป็นของของตน  แบ่งให้กันก็ไม่ได้  ให้คนอื่นมารับผลของกรรมแทนก็ไม่ได้            ส่วนใหญ่แล้ว  ก็มักจะคิดถึงโรคทางกาย    แต่ก็ยังมีโรคอีกอย่างหนึ่ง   ซึ่งเห็นได้ยากและรักษาได้ยาก   นั่นก็คือ โรคทางใจ    คือ  กิเลส    ที่สะสมมาอย่างเนิ่นนานในสังสารวัฏฏ์  ซึ่งเป็นเครื่องเสียดแทงจิตใจ ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส   ตราบใดที่ยังไม่ได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอรหันต์       ก็ยังไม่พ้นไปจากโรคทางใจ การที่จะรักษาโรคทางใจ  ย่อมยากกว่าโรคทางกาย      ซึ่งจะต้องอาศัยกาลเวลาที่ยาวนานในการสะสมปัญญาและความดีประการต่าง ๆ   ที่จะค่อย ๆ รักษาโรคทางใจไปทีละเล็กทีละน้อย    จนกว่าจะเป็นผู้ไม่มีโรคทางใจ คือ กิเลส อีกเลย เมื่อรู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอรหันต์  เมื่อดับขันธปรินิพพานแล้ว  ไม่ต้องมีการเกิดอีก  ไม่ต้องมีทั้งโรคทางกายและโรคทางใจ อีกต่อไป  ครับ. 

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 11 ก.ย. 2560

ต้องมั่นคงในเรื่องของกรรม   ทุกขณะที่เห็นได้ยินได้กลิ่นลิ้มรสกระทบสัมผัสเป็นผลของกรรม    ถ้าเป็นโรคที่เกิดจากกรรมรักษาหรือไม่รักษาก็ไม่หาย   ส่วนโรคกิเลสต้องรักษาด้วยธรรมโอสถค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 18 ก.ย. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
p.methanawingmai
p.methanawingmai
วันที่ 27 ต.ค. 2560

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ