ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๒๙๙
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  14 พ.ค. 2560
หมายเลข  28843
อ่าน  1,626

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 


ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้



ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๒๙๙

 

~พระภิกษุ  ไม่ใช่บวชเพื่ออาศัยผ้าเหลือง  แต่ต้องเพราะเห็นประโยชน์ของการเข้าใจพระธรรม  เพื่ออุทิศชีวิตต่อการที่จะศึกษาธรรม และขัดเกลากิเลสอย่างยิ่ง โดยการที่จะต้องประพฤติปฏิบัติตามพระวินัยด้วย

~พระภิกษุ   ก่อนบวช เป็นผู้ฟังพระธรรม เข้าใจพระธรรม  จึงสละทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งทรัพย์สมบัติ วงศาคณาญาติ  ที่จะฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาขัดเกลากิเลสยิ่งขึ้น ในเพศบรรพชิต

~พระภิกษุ สละเงินและทองแล้ว  จึงบวช   เมื่อบวชแล้ว จะมีเงินทองได้อย่างไร

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ทรงรับเงินทองหรือเปล่า?  เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงไม่รับเงินทองแล้วเพราะเหตุใดภิกษุที่ปฏิญาณว่าจะประพฤติตามพระองค์  จึงรับเงินรับทอง

~รับเงินรับทอง  เป็นกิเลส   พระภิกษุจะขัดเกลากิเลสมิใช่หรือ  แล้วจะรับเงินทองได้อย่างไร?  

~เวลาที่กุศลจิตเกิด จะให้กล่าวคำร้ายๆ จะให้ทำสิ่งที่ชั่วๆ ได้ไหม?  ก็ไม่ได้

~
เป็นมิตรจริงๆ ต้องให้สิ่งที่ประเสริฐถูกต้อง คือ ความเข้าใจ จะมากหรือจะน้อยก็ตาม

~
ฟังพระธรรมเพื่อเข้าใจ หนึ่งขณะในสังสารวัฏฏ์ยังมีโอกาสได้ยินได้ฟัง

~
เมื่อโกรธเกิดขึ้นแล้ว ดีไหม? ไม่ดี, ใครเดือดร้อน โกรธเกิดที่ไหนไม่เป็นสุข จะไปทำให้คนที่มีความโกรธ เป็นสุข เป็นไปไม่ได้เลย

~ปัญหาทั้งหลาย โทษทั้งหลาย ความไม่สงบทั้งหลาย ก็เกิดจากอกุศลทั้งหมด

~ถ้าไม่ใช่ปัญญา ไม่มีทางเลยที่จะไปละ ชำระล้างอกุศลซึ่งเกาะติดแน่นอยู่ในใจ

~พระธรรมช่วยให้คนทั้งหลาย  พ้นจากความเห็นผิด ความเข้าใจผิดแล้วก็เป็นผู้ที่ตรงที่สามารถที่จะเข้าใจความจริงได้ มิฉะนั้น  ก็แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลย
เพราะเข้าใจผิด คิดว่า อกุศลเป็นกุศล

~ถ้าโกรธเขา เป็นกุศลหรือเปล่า? เป็นอกุศล, ถ้าสงสารเขา เป็นกุศลหรือเปล่า? เป็นกุศล

~บูชาพระรัตนตรัย ด้วยความเข้าใจธรรม ศึกษาธรรม  แล้วก็ช่วยให้คนอื่น
ได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องด้วย    ทุกครั้งที่กล่าวคำจริง เพื่อหวังประโยชน์ให้คนอื่นได้เข้าใจถูกต้อง เป็นการบูชาพระรัตนตรัย

~ถ้าใครกล่าวตามพระธรรมวินัย  ควรฟังไหม ไม่ว่าใคร ไม่ว่าภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ควรฟังไหม? เพราะไม่ใช่คำของเขา แต่เป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เท่านั้น ทุกคำที่จริง

~พระธรรมทั้งหมดทรงแสดงให้เข้าใจสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้ เท่าที่กำลังของสติปัญญาจะเข้าใจได้ และ อบรมต่อไป เพราะคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคำ เปลี่ยนไม่ได้เลย เป็นความจริงถึงที่สุด

~ตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกขณะ คือ ความจริง ไม่เว้นเลยสักขณะเดียว ทุกวันทุกเวลา สั้นยิ่งกว่าวินาที ก็เป็นสภาพธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไป โดยไม่รู้เลย

~ถ้าไม่มีการฟังพระธรรม ย่อมไม่มีทางที่จะรู้โทษของการที่มีความไม่รู้ในสิ่งที่กำลังปรากฏจึงทำให้หลงพอใจ มาก จนกระทั่งเกิดความทุกข์เมื่อเกิดความพลัดพรากหรือไม่ได้ในสิ่งที่พอใจ จนกระทั่งเป็นเหตุให้กระทำทุจริตกรรม ร้ายแรงถึงกับว่าสามารถที่จะฆ่าคนอื่นได้ เอาทรัพย์ของคนอื่นมาเป็นของตน มากมายมหาศาล

~สะสมความไม่รู้มานานแสนนาน และไม่มีวันจะหมดสิ้นไปได้ ถ้าไม่มีความเข้าใจถูกต้องตรงตามความเป็นจริง

~ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตาม(บรรพชิตหรือคฤหัสถ์) ต้องเป็นปัญญาความเห็นที่ถูกต้องเท่านั้นที่สามารถที่จะทำให้ค่อยๆ ละคลายความติดข้อง แม้ขณะที่กำลังฟังพระธรรมเดี๋ยวนี้  รู้ไหมว่ากำลังละคลายความติดข้อง

~ความเข้าใจเป็นธรรมที่ค่อยๆ คลายความติดข้อง เพราะค่อยๆ เริ่มเข้าใจ

~เราเป็นทุกข์  เพราะความไม่รู้ และ มีกิเลส    หนทางที่จะดับทุกข์  คือ มีความรู้(ปัญญา) ที่จะดับกิเลส
  
~พูดง่ายมากว่าเห็นประโยชน์ของพระพุทธศาสนา   เพราะยังไม่รู้ว่าพระพุทธศาสนาคืออะไร  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อะไร   ทรงแสดงอะไร


~ไม่มีใครทำให้ใครมีศีล ๕ ได้ นอกจากความเข้าใจของบุคคลนั้น  ซึ่งเกิดจากความเข้าใจพระธรรม   ถ้าไม่มีความเข้าใจพระธรรมแล้วใครจะมีศีล ๕ ได้ครบถ้วนไม่ล่วงละเมิดเลย  ด้วยเหตุนี้  ไม่ใช่ใครจะบอกให้ใครมีศีล ๕ ได้

~กุศล ความดีทั้งหลาย ไม่นำทุกข์โทษภัยมาให้  แต่อกุศลที่ทุกคนมีนี่แหละนำทุกข์โทษภัยมาให้  ตามกำลังของอกุศลนั้นๆ

~มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง ก็ต้องอาศัยคำของพระองค์ ไม่ใช่คิดเอง

~หนทางเดียวที่จะทำให้เป็นคนดีได้ คือ  ความเข้าใจพระธรรม

~พระธรรมเป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่งแก่การได้ยินได้ฟังด้วยความเคารพในความลึกซึ้งของผู้ที่ทรงตรัสรู้ความจริง และทรงแสดงความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้ด้วยพระมหากรุณาที่จะให้คนอื่นได้เข้าใจถูก ได้เห็นถูก

~ประโยชน์ของการเข้าถึงความจริงของสภาพธรรม คือ มั่นคงที่จะเข้าใจว่า ขณะนี้เป็นธรรมที่เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป

~ธรรมเป็นปกติ คนส่วนใหญ่คิดว่า ธรรมต้องไปทำให้มีขึ้น ให้เกิดขึ้น แต่ว่าตามความเป็นจริงตลอดชีวิต ทุกชีวิตในสังสารวัฏฏ์ เป็นธรรมทั้งหมด ไม่มีขณะไหนที่ไม่ใช่ธรรมเลย เพราะฉะนั้นการรู้จักธรรม ไม่ใช่ต้องไปทำอะไรให้เกิดเลย เพียงแต่ว่าสิ่งที่กำลังมีในขณะนี้ ฟัง แล้วก็รู้ว่า ปัญญาสามารถรู้ว่า สิ่งที่ได้ยินได้ฟังเป็นคำจริงทุกคำ

~สะสมอวิชชามาแค่ไหน มากมายในสังสารวัฏฏ์ จนแม้กำลังฟัง ก็ฟังด้วยดี และเป็นผู้ตรงที่จะรู้ว่า ค่อยๆ เข้าใจทีละเล็กทีละน้อย เหมือนของที่หนัก ตอ เคลื่อนไม่ได้ มั่นคงด้วยอกุศลทั้งหลาย กว่าจะเคลื่อนไป ค่อยๆ ขยับให้พ้นจากสังสารวัฏฏ์ จะนานสักแค่ไหน คงไม่ต้องคำนึงถึงกาลเวลา เพราะเหตุว่าต้องเป็นไปตามความรู้ความเข้าใจสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ

~การฟังธรรมก็เพื่อเข้าใจถูกต้องว่า ธรรมเป็นธรรม เกิดปรากฏแล้วดับไป ชั่วคราว ทุกอย่างปรากฏชั่วคราว ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ  ชั่วคราวทั้งนั้น

~ทั้งหมดของพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง แต่ละหนึ่ง ละเอียดยิ่ง เพื่อความไม่ใช่เรา

~ไม่รู้จักธรรม  ก็ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~บุญ คือ สภาพธรรมที่ดีงาม   มีทุกวัน  ดีไหม?  

~เข้าใจธรรม  ก็ทำดีขึ้น  เป็นคนดีขึ้น

~อกุศลทั้งหลาย ล้อมรอบ   แต่ก็ยังสามารถมีปัญญาเข้าใจสิ่งที่มีจริงได้ 

~ยังไม่รู้  จึงฟังพระธรรม เพื่อจะได้รู้


~เป็นคนดี ยังไม่พอ ต้องเข้าใจพระธรรมด้วย จะได้ดีมากขึ้น เพิ่มขึ้น

~เมื่อเห็นประโยชน์ของพระธรรม ก็ศึกษาต่อไป.

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๒๙๘

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
kakai-tan
kakai-tan
วันที่ 14 พ.ค. 2560

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
peem
วันที่ 14 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 14 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
panasda
วันที่ 15 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Noparat
วันที่ 15 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
jaturong
วันที่ 15 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
มกร
มกร
วันที่ 15 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Boonyavee
วันที่ 15 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 15 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
rrebs10576
วันที่ 16 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
siraya
วันที่ 16 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 16 พ.ค. 2560

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
ภัทรกร
ภัทรกร
วันที่ 16 พ.ค. 2560

พระพุทธองค์อุปมาปริยัติ(การศึกษา) เหมือนดวงอาทิตย์ที่ส่องโลก ถ้าพระอาทิตย์ยังส่องโลก คือยังมีผู้ศึกษาคำสอนอยู่ ผู้มีดวงตาจักษุ (ปัญญา) ก็จะรู้ได้ว่าอะไรเป็นโทษเป็นคุณ เป็นบุญ เป็นบาป

แต่ถ้าปริยัติศาสนาสูญสิ้น ไม่มีการศึกษาพระไตรปิฎกต่อไป เปรียบเหมือนพระอาทิตย์ดับไปจากโลก

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
p.methanawingmai
p.methanawingmai
วันที่ 17 พ.ค. 2560

สาธุค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
thilda
วันที่ 17 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 22 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
kullawat
วันที่ 7 ก.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ