ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๒๙๘
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  7 พ.ค. 2560
หมายเลข  28818
อ่าน  1,636

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 



ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้



ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๒๙๘


~ข้อสำคัญที่สุด  ทำไมกล้าที่จะบวช  เพราะว่าการบวช  ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ใครจะไปขอให้ใครบวช  และก็เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้บวช  เพราะขัดเกลากิเลสหรือเพราะเข้าใจธรรม  ถ้าไม่ใช่เพราะเข้าใจธรรมและขัดเกลากิเลส  บวชทำไม?

~บวชหรือไม่บวช  ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมด้วยความเคารพด้วยความเข้าใจทีละคำเขาก็ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะว่าคำของพระองค์ทุกคำ ลึกซึ้งอย่างยิ่ง

~ไม่เคารพในสิ่งที่ถูกต้อง ก็ไม่ทำสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อไม่ทำสิ่งที่ถูกต้อง ก็ทำสิ่งที่ผิดและเป็นโทษ

~ผู้ที่เป็นผู้ที่ตรง และจริงใจ และมีความมั่นคงในคุณความดี ในความถูกต้อง  ก็จะไม่เบื่อ ไม่ท้อถอย ไม่คิดว่าไร้ประโยชน์ที่จะกล่าวคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้วให้คนอื่นได้ค่อยๆ เข้าใจ ค่อยๆ เห็นประโยชน์

~ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ใครจะรู้จักสิ่งที่มีจริงๆ เดี๋ยวนี้ซึ่งเป็นธรรม  แค่นี้ก็ไม่คิดหรือ?  ไปคิดธรรมเองทำไม แทนที่จะศึกษาธรรม

~การที่จะเข้าใจพระธรรม เป็นความดีที่ประเสริฐกว่าอย่างอื่น   ตั้งแต่เกิดมา  ดีก็มีหลายอย่าง  แต่ดีกว่าอย่างอื่น ก็คือ ได้เข้าใจความจริง  เพราะฉะนั้น ความจริงเดี๋ยวนี้  ไม่ใช่จะเป็นสิ่งที่รู้ได้ง่ายเลย   รู้ได้แสนยาก   พอได้ยินคำนี้  ก็เข้าใจความหมายของคำว่าอดทน  อดทนเหนืออย่างอื่นคือไม่ใช่เพียงแต่อดทนที่จะละชั่ว ไม่ทำสิ่งที่ไม่ดี และ อดทนทำความดี แต่อดทนยิ่งกว่านั้น คือ อดทนที่จะเข้าใจสิ่งที่ยากแสนยากและมีค่าที่สูงสุดคือพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้

~ถ้ามีแต่โลภะ (ความติดข้องต้องการ)  วันหนึ่งก็จะต้องมีปัจจัยให้เกิดโกรธขึ้นได้ แต่ถ้าเป็นเมตตา(ความเป็นมิตรเป็นเพื่อน)แล้ว ยิ่งเมตตาเจริญขึ้น ความโกรธก็จะน้อยลง ความหวังดีจริงๆ ก็จะเพิ่มขึ้น

~ธรรมะที่เป็นอกุศล ใครจะอยากเก็บไว้มากๆ แต่เพราะความไม่รู้ ด้วยความไม่รู้นั่นแหละก็สะสมโดยไม่เห็นโทษภัย

~ประโยชน์สูงสุดก็คือ เมื่อเกิดมาด้วยผลของกุศลกรรม  แล้วก็เกิดเป็นมนุษย์ มีโอกาสได้ฟังธรรม เป็นคนดีพอหรือยัง หรือว่าควรทำความดีให้มากกว่านี้อีก โดยเฉพาะการเข้าใจธรรม

~แต่ละบุคคลก็มีอัธยาศัยต่างๆ กัน พุทธบริษัทก็มีทั้งที่เป็นบรรพชิต และเป็นคฤหัสถ์ เพราะฉะนั้น สะสมมาอย่างไร สภาพธรรมเกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัยอย่างไร ก็พิจารณาเพื่อที่จะรู้ในลักษณะที่ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล

~ถึงแม้ว่าคนอื่นจะโกรธ ก็ไม่ควรที่จะเอาชนะความโกรธของคนอื่นด้วยการโกรธตอบ แต่ว่าเมื่อคนอื่นโกรธ เราชนะกิเลสของตนเองโดยไม่โกรธตอบผู้ที่โกรธตน นั่นเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

~เมื่อคนอื่นได้ดี  ก็เดือดร้อน  เป็นอย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างนี้?เขาได้ดีแท้ๆ   เดือดร้อนทำไมแต่สภาพธรรมที่เป็นความริษยาเกิดแล้วจึงริษยาในสิ่งที่คนอื่นได้  เกิดร่วมกับโทสะ(ความไม่พอใจ)ถ้าเป็นมิตรแล้ว ไม่ริษยา  เป็นเพื่อน หวังดีที่เขาได้ดี  ก็ดีทำไมจะต้องไปเดือดร้อนริษยาเขา  แต่ธรรม ก็เป็นธรรม

 

~ทุกคนไม่รู้ว่าจะจากโลกนี้ไปเมื่อไร ทำประโยชน์หรือคุณความดีพอหรือยัง? 

~ไม่ว่าการกระทำใดๆ ทั้งสิ้น ขณะนั้นถ้าปัญญาเกิดก็วัดได้เลยว่า ขณะนั้นมีอะไรที่สะสมมามาก มีโลภะสะสมมามาก มีโทสะสะสมมามาก มีเมตตาสะสมมามาก มีกรุณาสะสมมามาก หรือว่ามีปัญญาสะสมมามาก ส่วนใหญ่เป็นไปกับอกุศล ใกล้ชิดมอมเมาติดแน่น  จนไม่รู้ว่า ตัวเองดำสกปรกด้วยอกุศล

~ผู้มีปัญญาสามารถทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยกุศลจิต ด้วยความหนักแน่นมั่นคงในคุณความดีหรือในธรรมฝ่ายกุศล เพราะฉะนั้น ก็สามารถแก้ทุกสถานการณ์ได้ ไม่ใช่แต่เฉพาะในขณะนั้น แต่แม้ในขณะต่อๆ ไป กุศลก็ไม่ได้ให้โทษเลย 

~ธัมมเตชะ (ธรรมเดช) คือ  พระพุทธวจนะ พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง สามารถทำให้ธาตุที่ไม่รู้ ค่อยๆ หมดสิ้นไป แล้วมีธาตุที่รู้ถูก เข้าใจถูกเพิ่มขึ้น

~คนที่ไม่รู้ความจริง อกุศลมาก อกุศลไม่เป็นประโยชน์กับใคร แม้กับตัวเองและคนอื่น   แต่เวลาที่กุศลเกิดขึ้น ไม่ใช่สำหรับตัวเองเท่านั้น ยังเป็นประโยชน์กับคนอื่นด้วย

~ตั้งแต่เกิดจนตายก็เป็นธรรม ไม่ว่าจะคิด จะทำ จะพูด ทั้งหมดก็เป็นธรรม

~ตราบใดที่ยังมีปัจจัยให้เกิดอกุศล ความรวดเร็วของอกุศลก็คือว่า ไม่นานเลย จากหลับสนิท แค่ตื่นเห็น ถึงเวลาที่อกุศลจะเกิดแล้ว ทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พึ่งพระธรรมได้อย่างไร

~ธรรมทั้งหลาย ทั้งหมด ไม่เว้นเลย เป็นอนัตตา ไม่ใช่ของใคร ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร ขณะนี้ฟังให้เข้าใจตรงนี้ เพื่อสะสมความเห็นถูกนี้ไปเรื่อยๆ

~ความเข้าใจต่างหากที่คลายการยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นตัวตน

~สนใจที่เข้าใจธรรม เพราะมีความเข้าใจถูกต้อง จึงนำมาซึ่งกุศลธรรมทั้งหลาย จนถึงสามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้

~ในบรรดาธรรมทั้งหลาย ปัญญาประเสริฐสุด เพราะสามารถเข้าใจสิ่งที่ถูกปกปิดนานมาก

~ก่อนที่จะได้ฟังธรรม  ทุกคนก็มีความเห็นผิด มากบ้าง น้อยบ้าง แต่พอได้ฟังพระธรรมแล้ว ก็เป็นผู้ที่ตรง (เข้าใจในเหตุในผล ตามความเป็นจริง)

~ความเห็นผิด มีมาก เมื่อไม่รู้ความจริง, พระธรรมที่ทรงแสดงก็ทำให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในเหตุและในผล

~การจะรู้ว่าสิ่งใดผิด ก็ต้องเป็นปัญญา ถ้าไม่มีปัญญา ก็ทำผิดต่อไป

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้เข้าใจว่าเป็นธรรม ไม่ใช่เรา

~ถ้ารู้ว่ากรรมดีให้ผลดี กรรมชั่วให้ผลชั่ว จริงๆ   จะมีทุจริตกรรมไหม?

ก็ไม่มี แต่ทั้งโลกที่เป็นอย่างนี้ เพราะเห็นผิดใช่ไหม? เพราะไม่รู้ความจริง
ใช่ไหม?

~ความไม่รู้ มีมากมาย ไม่หมด  จนกว่าจะมีความเห็นที่ถูกต้อง.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๒๙๗ 

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 7 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
มกร
มกร
วันที่ 7 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 7 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Fongchan
Fongchan
วันที่ 7 พ.ค. 2560

กราบอนุโมทนาสาธุค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Mayura
Mayura
วันที่ 7 พ.ค. 2560

อาจารย์คำปั่นช่วยนำสาระสำคัญมาโพสให้ได้อ่านได้ทบทวน  ขอกราบขอบพระคุณและอนุโมทนามากๆ ๆ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
peem
วันที่ 7 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
napachant
napachant
วันที่ 7 พ.ค. 2560

   กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
thilda
วันที่ 7 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
phawinee
phawinee
วันที่ 8 พ.ค. 2560

ขอขอบพระคุณอาจารย์คำปั่นนะคะ ขออนุโมทนาในกุศลทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 8 พ.ค. 2560

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
Noparat
วันที่ 8 พ.ค. 2560

~ความไม่รู้ มีมากมาย ไม่หมด  จนกว่าจะมีความเห็นที่ถูกต้อง.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
jaturong
วันที่ 8 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
p.methanawingmai
p.methanawingmai
วันที่ 8 พ.ค. 2560

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 8 พ.ค. 2560

กราบอนุโมทนาครับอาจารย์

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
siraya
วันที่ 9 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
rrebs10576
วันที่ 9 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
Boonyavee
วันที่ 9 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
aurasa
aurasa
วันที่ 9 พ.ค. 2560

  ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
lack
วันที่ 10 พ.ค. 2560

กราบขอบพระคุณ

และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
เจียมจิต
เจียมจิต
วันที่ 10 พ.ค. 2560

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
kullawat
วันที่ 7 ก.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ