ภิกษุเจริญสติปัฏฐานแต่ละเมิดพระวินัย
 
ฉีฟ่งจื้อ
วันที่  13 พ.ค. 2560
หมายเลข  28838
อ่าน  506

เรียน  ท่านวิทยากร  ปัจจุบันมีภิกษุศึกษาพระอภิธรรมและเจริญสติปัฎฐานเป็นจำนวนมากรวมทั้งเดินทางมาศึกษาที่มูลนิธิแต่ก็ยังทำผิดพระวินัยคือรับเงินและทอง  ขอเรียนถามว่าการที่ภิกษุได้ศึกษาพระอภิธรรมและเจริญสติปัฎฐานจะเป็นเหตุให้ท่านบรรลุธรรมได้ไหมทั้งๆ ที่ท่านยังทำผิดพระวินัย  ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 พ.ค. 2560

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ภิกษุผู้ไม่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ไม่มีความละอาย และ ล่วงอาบัติทั้งๆ ที่รู้ และ ไม่สำนึก อาบัติย่อมไม่ตกไป อาบัตินั้นเองย่อมเป็นเครื่องกั้น ต่อการบรรลุธรรม แน่นอน และ ที่บอกว่า เป็นผู้เจริญสติปัฏฐาน สำคัญคือ เข้าใจถูกจริงๆ หรือไม่ว่า สติปัฏฐานคืออะไร หรือไปนั่งปฏิบัติ ทำสมาธิ เข้าห้องปฏิบัติ นั่นก็ไม่ใช่การเจริญสติปัฏฐานแล้ว ครับ เพราะฉะนั้นพระธรรมจึงเป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้งอย่างยิ่ง ขออนุโมทนา ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 13 พ.ค. 2560

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น   

ในเบื้องต้น ควรจะได้เข้าใจว่า "สติปัฏฐาน" เป็นการระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏ  เป็นการระลึกตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนั้น ไม่พ้นจากสติไปได้  สติย่อมมีอย่างแน่นอน  โดยไม่มีตัวตนที่ระลึก   หรือไปเจาะจงอารมณ์หนึ่งอารมณ์ใด  ต้องมีสภาพธรรมที่เป็นอารมณ์ของสติ คือ เป็นสิ่งที่มีจริงที่กำลังมีในขณะนั้น  มีสติซึ่งเป็นสภาพธรรมที่ระลึก และ มีปัญญาที่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้น ขณะที่สติปัฏฐานเกิด  ย่อมเป็นกุศลจิต [ในขณะที่กุศลจิตเกิด ก็สงบจากอกุศล ในขณะนั้น]  เป็นกุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา และมีสติที่เป็นสภาพธรรมที่ระลึกด้วย  เพราะสภาพธรรมที่เป็นอารมณ์ให้สติเกิดขึ้นระลึกรู้นั้นก็เป็นธรรมที่มีจริงในชีวิตประจำวัน   สิ่งที่มีจริงในชีวิตประจำวันนี้เองที่สามารถรู้ตามความเป็นจริงได้ ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร  แต่รู้ยากเพราะสะสมอวิชชา ความไม่รู้มาอย่างเนิ่นนานในสังสารวัฏฏ์  
     ประการที่สำคัญ นั้น ก่อนที่จะไปถึงสติปัฏฐาน ขอให้ฟังให้เข้าใจ  ขอให้กลับมาเริ่มต้นใหม่เพื่อจะได้เริ่มสะสมความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่ในขณะนี้  เพราะเหตุว่าพระธรรม เป็นเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้งมาก  ต้องอาศัยการฟัง การศึกษาพระธรรม ฟังในสิ่งที่มีจริงบ่อยๆ เนืองๆ   ฟังพระธรรมให้เข้าใจในสภาพธรรม  ซึ่งเป็นปรมัตถธรรม อย่างมั่นคงว่า  ทุกอย่างเป็นเพียงสภาพธรรมอย่างหนึ่งที่ปรากฏ ไม่ใช่ สัตว์ บุคคล ตัวตน เป็นความเข้าใจในความจริงอย่างมั่นคง  จึงจะเป็นเหตุให้สติปัฏฐานเกิด  แต่อย่าลืมว่าธรรม เป็นอนัตตา  ไม่สามารถบังคับบัญชาได้ ถ้าไม่มีความเข้าใจธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริงๆ ก็เจริญสติปัฏฐานไม่ได้ และภิกษุที่ไม่เข้าใจพระวินัย ไม่เคารพยำเกรงในพระวินัยบัญญัติก็ล่วงละเมิดสิกขาบทต่างๆ ก็เป็นโทษกับภิกษุรูปนั้น ครับ.

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 15 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
thilda
วันที่ 17 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
kullawat
วันที่ 25 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ