พิจารณาธาตุ4
 
p1i3c1h
p1i3c1h
วันที่  24 ธ.ค. 2559
หมายเลข  28472
อ่าน  1,395

ผมเคยลองปฏิบัติธรรม ด้วยการพิจารณาธาตุ 4 จะรู้สึกปล่อยวาง ลดอัตตาความยึดตัวตนได้มากขึ้น
แล้วเข้าใจตัวเองว่าจะมีศีล เช่นเข้าใจว่าตัวเองพูดโกหกน้อยลง
แต่แม้จะเจอเหตุการณ์ไม่ดีก็ไม่ค่อยช่วยแก้ไข แล้วจิตใจก็เหมือนไม่ค่อยสนใจความดีความชั่ว ถูกผิด เหมือนหลงโลกมากขึ้น(ไม่สนใจกับกิริยาอาการของคนอื่น)

ผมปฏิบัติถูกหรือไม่ครับ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ธ.ค. 2559

   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องของปัญญา การที่สำคัญว่าเราดีขึ้น เราโกหกน้อยลง ปัญญาไม่ได้รู้ความจริงอะไรเลย เพราะ ยึดถือสำคัญว่ามีเรา มีสัตว์ บุคคล เพราะ ธาตุ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า ธาตุ คือ สภาพธรรม ที่ว่างเปล่าจากความเป็นเรา เป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เพราะฉะนั้น การเข้าใจถูกในขั้นการฟังจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ หากไม่เข้าใจขั้นการฟัง ไปปฏิบัติ ก็ผิด เพราะความจริง ธรรมมีอยู่แล้วในขณะนี้ และ ไม่รู้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา เพราะฉะนั้น หนทางการดับกิเลส คือ การฟังพระธรรมจนปัญญาเกิด รู้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา 

   พระพุทธศาสนา เป็นคำสอนที่เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกโดยตลอด ไม่มีคำสอนที่ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้ไปทำอะไรด้วยความไม่รู้  เพราะถ้าไปทำอะไรด้วยความไม่รู้ ด้วยความเป็นตัวตน  นั่นไม่ใช่เห็นทางแห่งปัญญา  ไม่ใช่หนทางที่จะเป็นไปเพื่อละ เลย มีแต่จะเพิ่มอกุศล มีความไม่รู้ ความติดข้อง ความเห็นผิด เป็นต้น  ให้หนาแน่นมากยิ่งขึ้นจนยากที่จะแก้ไขได้

   ก่อนอื่นที่สุด ก็ควรตั้งต้นด้วยความเข้าใจจากการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมไปตามลำดับ ไม่ควรตั้งต้นด้วยการไปทำอะไรด้วยความไม่รู้หรือด้วยความเป็นตัวตน มีความจดจ้องต้องการ เพราะทั้งหมดนั้น เป็นไปกับด้วยความไม่รู้ เมื่อตั้งต้นด้วยความไม่รู้แล้ว ผลก็คือ สะสมความไม่รู้ให้มีมากขึ้น พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้วเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องป้องกันความเข้าใจผิดความเห็นผิด เมื่อได้ศึกษาให้เข้าใจอย่างถูกต้อง ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ละเอียด ไม่ประมาทในพระธรรมแต่ละคำ

   ถ้ามีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ที่จะปฏิบัติผิด  ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะได้เข้าใจอย่างถูกต้องแล้วนั่นเอง  ดังนั้น จึงสำคัญอยู่ที่การค่อย ๆ  เข้าใจไปทีละเล็กทีละน้อย  จากการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม เป็นปกติในชีวิตประจำวัน   ปัญญาเป็นพืชที่โตช้าซึ่งจะต้องอาศัยความอดทน  ความเพียรที่จะฟัง ที่จะศึกษาต่อไป  เพราะผู้ที่เป็นสาวกต้องได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ไม่ฟังพระธรรมแล้ว ไม่มีทางที่ปัญญาจะเจริญขึ้นได้เลย ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 25 ธ.ค. 2559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่การไปทำอะไรด้วยความไม่รู้ ถ้าไม่เข้าใจ ก็ปฏิบัติผิด ไม่ใช่หนทางที่จะทำให้ความเข้าใจถูกเห็นถูกเจริญขึ้นได้เลย ปฏิบัติธรรมนั้น สำคัญคือความเข้าใจ และเป็นชีวิตปกติ ไม่ใช่การไปทำอะไรที่ผิดปกติ ไม่ใช่ตัวตนที่จะไปกำหนดสิ่งสิ่งสิ่งใด

จะเห็นได้จริง ๆ ถึงแม้ว่าจะมีคำว่า “ปฏิบัติธรรม” ปรากฏในคำสอนที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง แต่ถ้าไม่มีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ก็ไม่ใช่การปฏิบัติธรรม แต่เป็นการปฏิบัติผิด ไม่เป็นไปเพื่อความเข้าใจขึ้นของปัญญา ในขณะที่ปฏิบัติผิดนั้น ก็เพิ่มพูนโลภะความติดข้องต้องการ และความเห็นผิดให้เพิ่มขึ้น แท้ที่จริงแล้ว การปฏิบัติธรรมเป็นการอบรมเจริญปัญญา เพื่อรู้สภาพธรรมที่ปรากฏ คือ รู้นามธรรมและรูปธรรมตามความเป็นจริง ซึ่งเริ่มต้นด้วยการศึกษาให้เข้าใจในสภาพธรรมที่เป็นปรมัตถธรรมโดยประเภทต่าง ๆ ว่าเป็นธรรมแต่ละอย่าง ๆ ที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน เมื่อมีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ก็ย่อมเป็นเหตุปัจจัยให้สติและปัญญาเกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ สติและปัญญาเกิดขึ้น ระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ เป็นการถึงเฉพาะลักษณะของสภาพธรรมที่มีจริง ตามความเป็นจริง โดยที่ไม่เลือกสถานที่ กาลเวลา และไม่มีการเจาะจงที่จะรู้สภาพธรรมหนึ่งสภาพธรรมใด ทั้งหมดล้วนเป็นธรรมที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น ครับ.

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Lertchai
Lertchai
วันที่ 25 ธ.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
pieng_pern
pieng_pern
วันที่ 26 ธ.ค. 2559

 ขอบพระคุณ อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 26 ธ.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 26 ธ.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
นายสุรพล กิจพิทักษ์
วันที่ 28 ธ.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
krumintdaroontham
krumintdaroontham
วันที่ 1 ม.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
peem
วันที่ 4 ม.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
แสวงรวยสูงเนิน
แสวงรวยสูงเนิน
วันที่ 10 ม.ค. 2560

ธาตุ 4 เป็นอีกความหลงหนึ่งในวงวิชาการ ที่ไปนำส่วนผสมของธาตุ มาเรียกเป็นธาตุ เช่นเรียกน้ำว่า ธาตุน้ำ เรียกดินว่าธาตุดิน เรียกเปลวไฟว่าธาตุไฟ เรียกลมว่าธาตุลม ดังนี้

 

ที่ทำให้ความเข้าใจในความเป็นธาตุ สับสนปนเปกันไปหมดครับ

 

หลังจากผมฟังคำบรรยายของอาจารย์สุจินต์ ผมจึงเพิ่งเข้าใจ หลังจากการหลงเข้าใจผิดมาหลายสิบปี

 

และทำให้การพิจารณาธาตุ 4 เป็นไปแบบ ผิดๆ มานานด้วยเช่นกัน

 

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง และขออนุโมทนาในคุณงามความดีนี้ด้วยครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ