พระอริยะในเพศคฤหัสถ์ เป็นสมณะหรือไม่
 
apiwit
apiwit
วันที่  13 มี.ค. 2559
หมายเลข  27557
อ่าน  436

เมื่อกล่าวคำว่าสมณะ เรามักจะนึกถึงนักบวชหรือพระภิกษุที่นุ่งห่มผ้าเหลือง แต่พระภิกษุนั้นจะต้องเป็นผู้ที่ได้บรรลุคุณธรรม ดับกิเลสถึงความเป็นพระอริยบุคคลในขั้นต่างๆ จึงจะชื่อว่า เป็นสมณะ หากพระภิกษุรูปใดที่ยังเป็นปุถุชน อีกทั้งยังประพฤติผิดพระธรรมวินัย ก็ไม่ชื่อว่าสมณะ แต่แม้ผู้ที่เป็นเพศคฤหัสถ์หรือฆราวาสแต่ก็เป็นผู้ที่ศึกษาพระธรรมจนกระทั่งดับกิเลสเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่างๆ อย่างนี้เราจะเรียกท่านว่าเป็นสมณะได้หรือไม่ครับ ตัวอย่างเช่น ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี และ นางวิสาขา สมควรเรียกท่านเหล่านั้นว่าเป็นสมณะหรือไม่ครับ แม้จะไม่ได้ครองผ้าเหลือง



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 มี.ค. 2559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     แม้ท่านสันตติมหาอำมาตย์ ท่านเป็นคฤหัสถ์ เมื่อท่านได้ฟังธรรมได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่ท่านก็ไม่ได้บวชเหมือนท่านพระพาหิยะ ท่านก็ปรินิพพานในวันนั้นเหมือนกัน เมื่อท่านปรินิพพาน     ภิกษุทั้งหลายก็สนทนากันว่าจะเรียกท่านสันนติมหาอำมาตย์ว่าอย่างไร จะเรียกว่าสมณะ หรือ พราหมณ์ได้ไหม คือจะเป็นสมณะได้ไหม ในเมื่อท่านไม่ได้บวชแต่ก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ในเพศคฤหัสถ์   พระพุทธเจ้าตรัสว่า ให้เรียกบุตรของเราว่า สมณะก็ควร เรียกว่าพราหมณ์ก็ควรเพราะท่านดับกิเลสแล้วนั่นเองครับ ซึ่งแม้บุคคลจะประดับตกแต่งเป็นเพศคฤหัสถ์  แต่ดับกิเลสแล้วก็ควรเรียกว่า สมณะ และควรเรียกว่าภิกษุได้  ดังพระคาถามที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบภิกษุทั้งหลายในเรื่องท่านสันตติมหาอำมาตย์ว่าควรเรียกท่านว่าอย่างไร พระคาถามีว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๓ -หน้าที่ 119

  " แม้ถ้าบุคคลประดับแล้ว พึงประพฤติสม่ำเสมอเป็นผู้สงบ    ฝึกแล้ว    เที่ยงธรรม    มีปกติประพฤติประเสริฐ         วางเสียซึ่งอาชญาในสัตว์ทุกจำพวก,บุคคลนั้น  เป็นพราหมณ์  เป็นสมณะ  เป็นภิกษุ. "

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 13 มี.ค. 2559

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   สมณะคือผู้สงบจากกิเลสทั้งหลายทั้งปวง มีโลภะ โทสะ โมหะ เป็นต้น    เมื่อกล่าวถึงโดยภาวะ สมณะ สูงสุด คือ สามารถดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น   เป็นพระอริยบุคคลได้  ไม่ว่าจะอยู่ในเพศใดก็ตาม,  แต่ถ้ากล่าวโดยเพศแล้ว สมณะ  เป็นเพศที่ไม่ใช่เพศคฤหัสถ์  เป็นเพศที่สูงกว่าคฤหัสถ์  ต้องสละอาคารบ้านเรือน   ละกองแห่งโภคสมบัติทั้งหลายทั้งปวงเข้าสู่เพศที่สูงยิ่ง   เป็นเพศที่แตกต่างจากคฤหัสถ์อย่างสิ้นเชิง แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะขัดเกลากิเลสในเพศของบรรพชิตด้วยความจริงใจ   สูงสุดเพื่ออบรมเจริญปัญญาจนกระทั่งสามารถที่จะดับกิเลสทั้งหมดโดยเด็ดขาด บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์      แต่ละบุคคลมีชีวิตเป็นไปตามการสะสม   ไม่ว่าจะอยู่ในเพศใดก็ตาม สำคัญที่ความเข้าใจถูกเห็นถูก เห็นประโยชน์ของการอบรมเจริญปัญญา เพราะการอบรมเจริญปัญญาไม่ได้จำกัดเฉพาะเพศหนึ่งเพศใด      ขึ้นอยู่กับว่าผู้นั้นจะเห็นความสำคัญมากน้อยแค่ไหน  ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
thanee nakornvac
thanee nakornvac
วันที่ 14 มี.ค. 2559

   สาธุ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
nong
วันที่ 14 มี.ค. 2559

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
peem
วันที่ 14 มี.ค. 2559

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
apiwit
apiwit
วันที่ 15 มี.ค. 2559

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 16 มี.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 22 มี.ค. 2559

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 23 มี.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 25 มี.ค. 2559

ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ถ้าได้บรรลุเป็นพระโสดาบันก็เรียกว่าสมณะได้โดยคุณธรรมของท่านที่ดับกิเลสตามลำขั้น สูงสุดคือพระอรหันต์ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ