Print 
สัตว์นรก
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่  26 พ.ย. 2558
หมายเลข  27264
อ่าน  1,350

สัตว์นรก

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอเรียนถามค่ะ  ตามรูปภาพ เห็นมีแต่รูปสัตว์นรกที่รูปลักษณ์เป็นคน  ไม่มีเสื้อผ้า เป็นคนหัวโล้นห่มจีวร  ไม่ทราบว่ามีแสดงในพระไตรปิฎกอย่างไร   เป็นโอปปาติกะ ใช่ไหมคะ  

แล้วสัตว์เดรัจฉานตายไปไม่ตกนรกเป็นรูปสัตว์เดรัจฉานบ้างหรือค่ะ  เพราะอะไร

ถามอย่างนี้เป็นอจินไตยหรือไม่  อย่างไรจึงเป็นอจินไตย

ขอบพระคุณที่อนุเคราะห์ให้ความรู้ความเข้าใจค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 พ.ย. 2558 12:14 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ในพระไตรปิฎกไม่ได้แสดงลักษณะของสัตว์นรกโดยละเอียด แสดงลักษณะของสัตว์นรกบางตน เช่น พระเทวทัต เป็นต้น ครับ ขออนุโมทนา

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๒ หน้าที่ 198

      [๕๑๔]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เหล่านายนิรยบาลจะโยนสัตว์นั้นเข้าไปในมหานรก  ก็มหานรกนั้นแล  มีสี่มุม  สี่ประตู แบ่งไว้โดยส่วนเท่ากัน   มีกำแพงเหล็กล้อมรอบครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก  พื้นของนรกใหญ่นั้นล้วนแล้ด้วยเหล็ก  ลุกโพลง  แผ่ไปตลอดร้อยโยชน์รอบด้านประดิษฐานอยู่ทุกเมื่อ.          
     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  และมหานรกนั้น   มีเปลวไฟพลุ่งจากฝาด้านหน้าจดฝาด้านหลัง   พลุ่งจากฝาด้านหลังจดฝาด้านหน้า  พลุ่งจากฝาด้านเหนือจดฝาด้านได้  พลุ่งจากฝาด้านได้จดฝาด้านเหนือ พลุ่งขึ้นจากข้างล่างจดข้างบน  พลุ่งจากข้างบนจดข้างล่าง สัตว์นั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า   เจ็บแสบ  อยู่ในมหานรกนั้น  และยังไม่ตายครบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด.         
     [๕๑๕]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ย่อมมีสมัยที่ในบางครั้งบางคราว   โดยล่วงระยะกาลนาน ประตูด้านหน้าของมหานรกเปิด. สัตว์นั้น  จะรีบวิ่งไปยังประตูนั้น  โดยเร็ว  ย่อมถูกไฟไหม้ผิว    ไหม้หนัง     ไหม้เนื้อ  ไหม้เอ็น  แม้กระดูกทั้งหลายก็เป็นควันตลบ   แต่อวัยวะที่สัตว์นั้นยกขึ้นแล้ว  จะกลับคงรูป   เดิมทันที  และในขณะที่สัตว์นั้น  ใกล้จะถึงประตู  ประตูนั้นจะปิด  สัตว์นั้นย่อมเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า   เจ็บแสบ   อยู่ในมหานรกนั้น   และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมนั้นยังไม่สิ้นสุด.                
     [๕๑๖]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   ย่อมมีสมัยที่ในบางครั้งบางคราว   โดยล่วงระยะกาลนาน  ประตูด้านหลังของมหานรกนั้นเปิด ฯลฯ   ประตูด้านเหนือเปิด ฯลฯ  ประตูด้านใต้เปิด  สัตว์นั้นจะรีบวิ่งไปยังประตูนั้นโดยเร็ว  ย่อมถูกไฟไหม้ผิว  ไหม้หนัง  ไหม้เนื้อ  ไหม้เอ็น  แม้กระดูกทั้งหลายก็เป็นควันตลบแต่อวัยวะที่สัตว์นั้นยกขึ้นแล้วจะกลับคงรูปเดิมทันที  และในขณะที่สัตว์นั้นใกล้จะถึงประตู   ประตูนั้นจะปิด   สัตว์นั้นย่อมเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า   เจ็บแสบ  อยู่ในมหานรกนั้น  และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมนั้นยังไม่สิ้นสุด.          
     [๕๑๗]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ย่อมมีสมัยที่ในบางครั้งบางคราว  โดยล่วงระยะกาลนาน  ประตูด้านหน้าของมหานรกนั้นเปิด   สัตว์นั้นจะรีบวิ่งไปยังประตูนั้น  โดยเร็ว  ย่อมถูกไฟไหม้ผิว  ไหม้หนัง    ไหม้เนื้อ ไหม้เอ็น   แม้กระดูกทั้งหลายก็เป็นควันตลบ  แต่อวัยวะที่สัตว์นั้นยกขึ้นแล้ว  จะกลับคงรูปเดิมทันที  สัตว์นั้นจะออกทางประตูนั้นได้   แต่ว่ามหานรกนั้นแล  มีนรกเต็มด้วยคูถใหญ่ประกอบอยู่รอบด้าน  สัตว์นั้นจะตกลงในนรกคูถนั้น  และในนรกคูถนั้นแล   มีหมู่สัตว์ปากดังเข็มคอยเฉือดเฉือนผิว   แล้วเฉือดเฉือนหนัง   แล้วเฉือดเฉือนเนื้อ   แล้วเฉือดเฉือนเอ็น   แล้วเฉือดเฉือนกระดูก    แล้วกินเยื่อในกระดูก  สัตว์นั้น ย่อมเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบ  อยู่ในนรกคูถนั้นและยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมนั้นยังไม่สิ้นสุด.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 พ.ย. 2558 12:23 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ตามความเป็นจริงแล้วไม่มีกำลังใดที่จะเสมอด้วยกำลังของกรรม  ผลของการทำชั่วจากการที่ได้ล่วงกุศลกรรมบถ ๑๐  มีการฆ่าสัตว์  ลักทรัพย์   ประพฤติผิดในกาม  พูดเท็จ  เป็นต้น  ทำให้ตกนรก ได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส เมื่อกุศลกรรมให้ผล  ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้   จึงเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่า  แม้กุศลเพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรประมาท   เพราะจะสะสมเป็นอุปนิสัยที่มีกำลังที่จะกระทำกุศลกรรม  ล่วงเป็นทุจริตประการต่าง ๆ  ซึ่งเป็นเหตุนำมาซึ่งความทุกข์  ความเดือดร้อนในภายหลังได้
     ความทารุณโหดร้ายที่สัตว์นรกได้รับในอบายภูมิเพราะผลของกุศลกรรม  กับ การได้รับความเจ็บปวดทางกายในชีวิตประจำวัน นั้น  ย่อมเทียบกันไม่ได้เลย ภัยในนรกเป็นภัยที่น่ากลัว เป็นภัยหนึ่งของวัฏฏะ  ซึ่งเป็นภัยที่ยังมีโอกาสได้พบเจอ   ตราบใดที่ยังไม่ได้อบรมเจริญปัญญาถึงขั้นที่จะประจักษ์แจ้งความจริงบรรลุถึงความเป็นพระอริยบุคคล  เหล่าสัตว์ผู้มืดบอดด้วยอวิชชา(ความไม่รู้) ก็ยังคงต้องเวียนว่ายตายเกิด  ไปในภพภูมิแห่งทุกข์   ชาติแล้วชาติเล่าไม่สิ้นสุด  ดังนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว  จึงไม่มีอะไรที่จะเป็นที่พึ่งได้  นอกจากการอบรมเจริญปัญญาเท่านั้น ที่จะเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ปวีร์
วันที่ 26 พ.ย. 2558 14:21 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 27 พ.ย. 2558 09:10 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
peem
วันที่ 4 ธ.ค. 2558 10:49 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Patchanon
Patchanon
วันที่ 11 ธ.ค. 2558 07:14 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 23 ก.พ. 2559 10:50 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ