ควรเลื่อมใสหรือ ?
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  7 พ.ค. 2558
หมายเลข  26518
อ่าน  809

     ข่าวเกี่ยวกับเรื่องแผ่นดินไหวที่เนปาล  สร้างความเสียหายอย่างมาก อีกทั้งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก หลายๆ ประเทศส่งความช่วยเหลือทั้งเงิน  สิ่งของ  เครื่องใช้ที่จำเป็น อาหารเครื่องดื่ม   พระเจ้าอยู่หัวของเราสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ๑๐ ล้านบาท ข้าพเจ้ารู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาของพระองค์ จิตที่เกิดขึ้นเลื่อมใสปีติอย่างยิ่ง กับอีกข่าวหนึ่งที่มีพระภิกษุชาวเนปาลที่ออกมาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ช่วยขนของต่างๆ   ข้าพเจ้าเห็นผู้คนแสดงความเลื่อมใส อนุโมทนาในกุศลแก่พระภิกษุชาวเนปาล

     สำหรับข้าพเจ้าก็ไม่ได้ร่วมอนุโมทนากับพระภิกษุเหล่านั้น  เพราะการกระทำนั้นควรเป็นกิจของฆราวาส ไม่ใช่กิจของสงฆ์เลย สำหรับบรรพชิตควรรู้ว่าบวชเพื่ออะไร?  บวชเพื่อทำกิจของบรรพชิต ไม่ใช่ทำกิจของฆราวาสอีกต่อไป  

    ขอเรียนถามอาจารย์วิทยากร ขอความกรุณาให้ความเข้าใจเพิ่มเติมด้วยค่ะ

    ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 8 พ.ค. 2558
กราบอนุโมทนาในจิตที่เป็นกุศลในการสละทรัพย์เพื่อประโยชน์สุขแก่ท่านอื่น จริงๆแล้วก็คือธรรมะ ถ้ามั่นคงในเรื่องของธรรมะ ก็จะไม่หวั่นไหวว่ามีคน สัตว์ สิ่งของ ทุกอย่างเป็นธรรมะ ลักษณะของธรรมะคือเกิดขึ้นหากมีเหตุปัจจัย ตั้งอยู่นิดเดียว แล้วดับทันที ต้องมั่นคงอย่างนี้ แต่ถ้าปัญญาค่อยๆเกิด ก็จะมีการคิดตามต่างๆนาๆ เห็นแล้วคิด ได้ยินแล้วคิด ไม่พ้นไปจากตาหูจมูกลิ้นกาย และใจ ดังนั้นท่านอาจารย์จึงให้เจริญกุศลทุกด้าน ทาน ศีล ความสงบของจิต และวิปัศนา หากปัญญาหรือความเห็นถูกยังไม่เกิดในขั้นของการประจักษ์ เพื่ออะไรเพื่อให้เป็นสังขารขันธ์ปรุงแต่งให้เกิดความเห็นที่ถูกต้องตามความเป็นจริง สาธุค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
mild
วันที่ 8 พ.ค. 2558
กิจของบรรพชิต มี คันถธุระ คือศึกษาพระธรรมโดยเป็นผู้ตรงต่อพระธรรม และ วิปัสสนาธุระ คืออบรมเจริญปัญญา เป็นกุศลทุกประการ ทุกอย่างเป็นธรรมมะสำคัญที่จิตว่าจิตขณะนั้นเป็นอย่างไร การที่จะดับกิเลสนั้นจะดับไม่ได้เลย ถ้าไม่มีปัญญา ปัญญาก็เกิดไม่ได้ถ้ามีแต่อกุศล การทำดีช่วยเหลือในสิ่งที่พอจะช่วยได้เกื้อกูลได้จะช่วยไหม? เห็นผู้ที่เป็นมิตรช่วยเหลือผู้อื่นยินดีในกุศลของเขาไหม?สูงสุดคือช่วยให้ผู้นั้นเห็นถูก ทุกอย่างสำคัญที่จิต และปัญญา ปัญญานำไปในกิจที่ควร แม้ผู้ที่ได้ประสบภัยภัยที่ได้รับก็ตามสมควรแก่เหตุที่ได้เคยกระทำมา ทุกอย่างเป็นธรรมะ
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
thilda
วันที่ 9 พ.ค. 2558

โดยส่วนตัวเมื่อได้ศึกษาธรรมแล้วก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ในสถานการณ์ภัยพิบัตินี้  ที่ทุกคนต้องช่วยกันเท่าที่เป็นไปได้ค่ะ  เป็นกุศลจิตที่เกิดขึ้นที่ช่วยเหลือ   ซึ่งถ้าเป็นสถานการณ์ปกติก็คงไม่เหมาะสม  แต่แท้จริงแล้วก็เป็นสภาพธรรมที่เกิดขึ้น  ไม่มีสัตว์บุคคลเป็นไปตามเหตุปัจจัย ตามความเห็นข้างต้นค่ะ ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 13 พ.ค. 2558

เป็นไปตามการสะสมจริงๆ

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
athisamai
วันที่ 30 พ.ค. 2558

จากข้อความด้านบน

"ทุกคนต้องช่วยกันเท่าที่เป็นไปได้ค่ะ  เป็นกุศลจิตที่เกิดขึ้นที่ช่วยเหลือ     ซึ่งถ้าเป็นสถาน

การณ์ปกติก็คงไม่เหมาะสม  แต่แท้จริงแล้วก็เป็นสภาพธรรมที่เกิดขึ้น    ไม่มีสัตว์บุคคล

เป็นไปตามเหตุปัจจัย

พระพุทธเจ้าประกาศศาสนานี้ประกอบด้วยธรรมกับวินัย เพื่อให้ปฏิบัติโดยธรรมและถือวินัยตามสถานะของตน โดยเฉพาะพระภิกษุที่ยอมบวชเข้ามาในศาสนานี้ พระองค์เรียกในบางโอกาสว่าสมณศากยบุตร นั่นหมายถึงเป็นลูกของพระองค์ จะต้องถือวินัยอย่างเคร่งครัด เพราะเหตุว่าเอาบารมีพระองค์มาใช้ ตื่นเช้าเดินถือบาตรออกไปก็ได้ข้าวมาฉัน มีคนกราบไหว้แม้เป็นพระปุถุชน นั่นเพราะเป็นการบูชาและระลึกไปถึงพระบรมศาสดา

การช่วยเหลือผู้คนให้หายหิว ให้คลายทุกข์ทางกายตามเนื้อความในกระทู้นั้น สำหรับฆราวาสด้วยกัน เป็นธรรมที่พระองค์สอนเป็นเมตตา เป็นกรุณา เป็นทานบารมี แต่สำหรับพระภิกษุพระองค์ไม่อนุญาตให้ทำ การอ้างว่าไม่เป็นสัตว์บุคคลเพื่อละเลยไม่ถือวินัยนั้น ไม่ได้ แม้ในยามปกติหรือในยามภัยภิบัติก็ผิด พระวินัยพระองค์ให้ถือโดยเคร่งครัดจะใช้ดุลยพินิจในบริบทของฆราวาสไม่ได้  

เพราะหากมีการใช้ดุลพินิจเช่นนี้ ต่อไปก็จะมีกรณีอื่น ๆ ที่ใช้ดุลยพินิจอีก อ้างว่าเป็นสภาวะธรรมไม่เป็นสัตว์บุคคล เพื่อการต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันในประเทศนี้ก็มีให้เห็นเกลื่อนไปหมด จากผิดในครั้งแรก ๆ เมื่อไม่เตือนกัน ต่อมาก็จะมีมากขึ้น จนกลายเป็นถูก และเข้าใจว่าถูกจริง ๆ ทำได้จริงในปัจจุบัน จนของเดิมที่ถูกกลายเป็นผิด  

รับเงิน มีเงิน แจกเงิน แจกของ ขายข้าวแกง ขายขนมปัง ขายกาแฟ ขายผัก ขายยา เป็นหมอยา เป็นหมอดู ทำนายโชคชะตา ฯลฯ เหล่านี้  ผู้มีปัญญาลองพิจารณาดูเถิด ว่าพระองค์ห้ามหรือไม่ ใครจะบอกว่าถูกหากพระบรมศาสดาท่านห้าม ท่านว่ามีโทษ 

"พุทธศาสนาไม่ได้เป็นศาสนาสังคมสงเคราะห์ แต่เป็นศาสนาสอนธรรม ธรรมเพื่อออกจากทุกข์"

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
peem
วันที่ 13 มิ.ย. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ