การแผ่เมตตาในสัตว์ทั้งปวง [เมตตสูตร]
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  23 ธ.ค. 2557
หมายเลข  25947
อ่าน  958

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 328

เมตตสูตร ว่าด้วยการแผ่เมตตาในสัตว์ทั้งปวง

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสสอนพวกภิกษุผู้อยู่ป่าว่า

     [๑๐]  กิจใดนั้น  อันพระอริยะบรรลุบทอันสงบทำแล้ว กิจนั้น อันกุลบุตรผู้ฉลาดพึงทำ กุลบุตรนั้นพึงเป็นผู้อาจหาญตรงและตรงด้วยดี   พึงเป็นผู้ว่าง่ายอ่อนโยน ไม่มีอติมานะ พึงเป็นผู้สันโดษเลี้ยงง่าย  เป็นผู้มีกิจน้อย  ประพฤติเบากายจิต  พึงเป็นผู้มีอินทรีย์สงบ มีปัญญารักษาตัว เป็นผู้ไม่คะนอง ไม่ติดในสกุลทั้งหลาย วิญญูชนติเตียนชนทั้งหลายอื่นได้ด้วยกรรมอันลามกใด  ก็ไม่พึงประพฤติกรรมอันลามกนั้น   พึงแผ่ไมตรีจิตไปในหมู่สัตว์ว่า   ขอสัตว์ทั้งปวง  จงเป็นผู้มีสุขมีความเกษมมีตนถึงความสุขเถิด   สัตว์มีชีวิตทั้งหลายเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีอยู่ ยังเป็นผู้สะดุ้ง [มีตัณหา] หรือเป็นผู้มั่นคง [ไม่มีตัณหา] ทั้งหมดไม่เหลือเลย.  เหล่าใดยาวหรือใหญ่ปานกลางหรือนั้นผอมหรืออ้วน. เหล่าใดที่เราเห็นแล้วหรือมิได้เห็น   เหล่าใดอยู่ในที่ไกลหรือไม่ไกล  ที่เกิดแล้วหรือที่แสวงหาภพเกิด  ขอสัตว์ทั้งปวงเหล่านั้นจงเป็นผู้มีตนถึงความสุขเกิด.   

     สัตว์อื่นไม่พึงข่มเหงสัตว์อื่น ไม่พึงดูหมิ่นอะไรๆเขา  ไม่ว่าในที่ไรๆเลย ไม่พึงปรารถ นาทุกข์แก่กันและกันเพราะความกริ้วโกรธและเพราะความคุมแค้น.

     มารดาถนอมบุตรคนเดียวผู้เกิดในตนด้วยชีวิตฉันใด  พึงเจริญเมตตามีในใจไม่มีประ มาณในสัตว์ทั้งปวงแม้ฉันนั้น. พึงเจริญเมตตามีในใจไม่มีประมาณในโลกทั้งปวง  ทั้งเบื้องบน  เบื้องล่าง  เบื้องขวาง  เป็นธรรมอันไม่คับแค้น ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู.

     ผู้เจริญเมตตานั้น  ยืนก็ดี  เดินก็ดี  นั่งก็ดี  นอนก็ดี  เป็นผู้ปราศจากความง่วงนอน [คือไม่ง่วงนอน] เพียงใด   ก็พึงตั้งสตินั้นไว้เพียงนั้น.   ปราชญ์ทั้งหลายเรียกการอยู่นี้ว่า  พรหมวิหารในพระศาสนานี้.  มีเมตตาไม่เข้าถึงทิฏฐิ [สักกายทิฏฐิ] เป็นผู้มีศีลถึงพร้อมด้วยทัสสนะ [สัมมาทิฏฐิในโสดาปัตติมรรค]  นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออกไปได้ก็ย่อมไม่เข้าถึงการนอนในครรภ์อีกโดยแท้แล.

จบเมตตสูตร



เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ