เพลง เพราะไม่รู้ และ ความหมายของเพลง
 
paderm
paderm
วันที่  8 ธ.ค. 2557
หมายเลข  25879
อ่าน  3,154

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เพราะไม่รู้จึงอยู่มาในหล้าโลก
เพราะไม่รู้จึงเศร้าโศกในสงสาร
เพราะไม่รู้จึงเป็นเราเขลามานาน
เพราะไม่รู้จึงคบพาลเผาผลาญตน
เพราะรู้คุณของพระธรรมจึงร่ำเรียน
เพราะรู้ธรรมจึงพร่ำเพียรเพิ่มกุศล
เพราะรู้ชัดจึงไม่ใช่สัตว์บุคคล
เพราะรู้ละตัวตนจึงพ้นภัย

ประพันธ์โดย
ผศ. อรรณพ หอมจันทร์
สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. เลขที่ ๑๑

ดนตรีโดย
คุณพีรพัชร เกตุมณี
สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. เลขที่ ๑๐๖๓

ขับร้องโดย
คุณโอ ปวีร์ คชภักดี
สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. เลขที่ ๘๙๗

ซึ่งไพเราะน่าฟัง ทั้งพยัญชนะ และ ความหมาย
 
เชิญคลิกฟังที่นี่ ครับ
 
 
*************************

เพราะไม่รู้ จึงอยู่มาในหล้าโลก
เพราะไม่รู้ คือ อวิชชาที่ไม่รู้ความจริงของสภาพธรรม ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ย่อมไม่สามารถดับกิเลสได้ อันเป็นต้นเหตุของการเกิด จึงอยู่มาในโลก คือ คือ ภพภูมิต่างๆ เกิด ตายไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะไม่รู้ จึงเศร้าโศกในสงสาร
เพราะไม่รู้ คือ อวิชชา  ที่เป็นหัวหน้าของอกุศลธรรมทั้งหลาย คือ เป็นเหตุให้เกิดโลภะ โทสะ เศร้าโศก เสียใจ ทุกข์ทางกายมากมาย เพราะ อวิชชา ความไม่รู้เป็นเหตุ ในสงสาร คือ ในการเกิดตายในสังสารวัฏฏ์

เพราะไม่รู้ จึงเป็นเราเขลามานาน
เพราะไม่รู้ อวิชชา จึงยึดถือว่าเป็นเรา ด้วยความยึดถือว่าเป็นเรา เป็นสัตว์ บุคคลขณะนั้นเขลา เพราะ ไม่เข้าใจ ความจริง เข้าใจผิด และ เขลามานาน เพราะ ตราบใดที่ไม่มีปัญญา ก็เขลาตลอดมาแล้วในสังสารวัฏฏ์ที่ยาวนาน

เพราะไม่รู้ จึงคบพาลเผาผลาญตน
เพราะไม่รู้ มีอวิชชา จึงคบคนผิด เพราะ ไม่มีปัญญา ที่รู้ว่า คนพาล บัณฑิต คืออย่างไร ใจก็ย่อมไหลไปตามกระแสกิเลส ความไม่รู้ เป็นต้น ก็คบ เสพคุ้นกับ พาล เพราะ คบพาลทั้งภายใน คือ กิเลสที่เกิดขึ้นในจิตใจ และ คบพาล คือ บุคคลที่สมมติว่าเป็นพาล เพราะ มากไปด้วยความไม่รู้ ความเห็นผิด ในจิตใจ เผาผลาญบุคคลที่คบกับบุคคลที่เห็นผิด ให้เห็นผิดตามไปด้วย เผาผลาญความดีของตนเองในขณะนั้น

เพราะรู้คุณ ของพระธรรมจึงร่ำเรียน
เมื่อได้ฟังพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง เกิดปัญญา ค่อยๆ เข้าใจถูก ก็เห็นคุณของพระธรรม ที่เป็นสิ่งที่มีค่า อันเป็นไปเพื่อละกิเลส  จึง ศึกษาพระธรรมต่อไปร่ำเรียนต่อไป

เพราะรู้ธรรม จึงพร่ำเพียรเพิ่มกุศล
เพราะ รู้ธรรม คือ เข้าใจพระธรรม เกิดปัญญา ปัญญาหรือ วิชชา เป็นหัวหน้าของกุศลธรรม คือ เป็นปัจจัยให้เกิด กุศลธรรมประการต่างๆ เพิ่มขึ้น เพราะ มีความเข้าใจถูก ก็ทำให้คิดถูก วาจา กาย และ อื่นๆ ก็ถูกตาม ไปด้วย กุศลประการต่างๆ ก็เจริญตามปัญญาที่เพิ่มขึ้น

เพราะรู้ชัด จึงไม่ใช่สัตว์บุคคล
เพราะรู้ชัด คือ ปัญญาที่เกิดรู้ลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริง ขณะนั้น  มีเพียงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฎ  ขณะนั้นไม่มีเรา ไม่มีใคร เพราะ มีเพียงธรรม จึงไม่ใช่สัตว์ บุคคล

เพราะรู้ละ ตัวตนจึงพ้นภัย
เพราะ รู้ คือ ปัญญาที่เกิดรู้ความจริงของสภาพธรรม อันเป็นหนทางเดียวที่จะดับกิเลส  ที่เป็นสติปัฏฐาน 4  ขณะที่เจริญสติปัฏฐาน รู้ความจริงของสภาพธรรม ว่าไม่ใชเรา ก็ค่อยๆ ละความไม่รู้ และ จนในที่สุด ก็พ้นภัย ภัย คือ กิเลส และ พ้นภัยคือ การเกิดในสังสารวัฏฏ์ได้ในที่สุด 

ขออนุโมทนา



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
papon
papon
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

และขอเก็บนะครับอาจารย์

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
phawinee
phawinee
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

สาธุ  อนุโมทนา ไพเราะจริงๆค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

            ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
chamaikorn
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

                   ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาคะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
thilda
วันที่ 9 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 9 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
pulit
pulit
วันที่ 9 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
siraya
วันที่ 9 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
แก่นไม้หอม
วันที่ 9 ธ.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น.
ลึกซึ้งและไพเราะมาก
อนุโมทนาค่ะ  

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 9 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
จิตและเจตสิก
จิตและเจตสิก
วันที่ 9 ธ.ค. 2557

_ขออนุโมทนา ฯ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 10 ธ.ค. 2557

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
jariya.tr
jariya.tr
วันที่ 10 ธ.ค. 2557

เนื้อหาพระธรรม ทำให้เกิดปัญญา (มหากุศลจิต ญาณสัมปยุตต์) 
เสียงที่ทุ้มและไพเราะของอาจารย์ ทำให้เกิดความชอบ (โลภมูลจิต)
เกิด ดับ สลับกันอย่างรวดเร็ว
กราบเท้าอ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์
กราบขอบพระคุณอาจารย์วิทยากรทุกท่าน
ขออนุโมทนาในกุศลที่ได้กระทำแล้วของทุกท่าน   

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
แกม
วันที่ 11 ธ.ค. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ  สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
kullawat
วันที่ 11 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
ladawal
วันที่ 11 ธ.ค. 2557

ได้เนื้อความที่มีความหมายครบถ้วนจริงๆค่ะขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
isme404
isme404
วันที่ 12 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 12 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 24  
 
chaweewanksyt
chaweewanksyt
วันที่ 13 ธ.ค. 2557

ไพเราะค่ะ
ขออนุโมทนาค่ะ
สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 25  
 
umpaikanit
วันที่ 15 ธ.ค. 2557

ขอขอบพระคุณสำหรับกลอนดีๆ ที่มีความหมายลึกซึ้ง และขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 26  
 
sumanapor
วันที่ 18 ธ.ค. 2557

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 27  
 
ชาญชัย.
ชาญชัย.
วันที่ 23 ก.พ. 2559

สาธุๆๆ อนุโมทามิ

 
  ความคิดเห็นที่ 28  
 
สิริพรรณ
วันที่ 12 พ.ค. 2559

เพราะไม่รู้ ว่าสภาพธรรม เกิดดับทุกขณะ จึงเห็นผิด ว่าเป็นเรา

ถ้าไม่ศึกษาพระธรรม ก็ไม่รู้ต่อไป อีกแสนนาน

เหตุนี้ จึงเห็นคุณค่าของการศึกษาพระธรรม

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณยิ่งค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ