การต้องพบกับคนมักโกรธ เป็นวิบากแบบไหนครับ
 
papon
papon
วันที่  6 ธ.ค. 2557
หมายเลข  25873
อ่าน  1,851

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

     การต้องพบกับคนมักโกรธบ่อยๆ เป็นวิบากแบบไหนอย่างไรครับ และมีพระสูตรไหนที่อธิบายกรณีลักษณะนี้บ้างครับ ขอความอนุเคราะห์อาจารย์ด้วยครับ ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 6 ธ.ค. 2557

       ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

       

     วิบาก  เป็นจิตที่เกิดขึ้นเพราะกรรมเป็นปัจจัย    ถ้าเป็นผลของกุศลกรรม ก็เป็นกุศลวิบาก  ถ้าเป็นผลของอกุศลกรรม ก็เป็นอกุศลวิบาก   

     กรรมมี ๒ อย่างใหญ่ ๆ คือ กุศลกรรม กับ อกุศลกรรม    กุศลกรรมดับไปแล้วจริง สามารถเป็นปัจจัยให้กุศลวิบากซึ่งเป็นผลของกุศลกรรมเกิดได้   และอกุศลกรรมดับไปนานแล้วก็จริง แต่ก็เป็นปัจจัยให้อกุศลวิบาก ซึ่งเป็นผลของอกุศลกรรมเกิดได้

     เพราะฉะนั้น กุศลวิบากหรืออกุศลวิบากในชีวิตประจำวัน ก็คือทางตาที่เห็น ทางหูที่ได้ยิน ทางจมูกที่ได้กลิ่น ทางลิ้นที่ลิ้มรส ทางกายที่กระทบสัมผัส  ถ้าเป็นผลของกุศลกรรม ก็ทำให้ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สิ่งที่กระทบสัมผัส ในสิ่งที่ดี ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ  แต่ถ้าเป็นผลของอกุศลกรรมแล้ว จะตรงกันข้ามเลย คือทำให้ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส  รู้สิ่งที่กระทบสัมผัสในสิ่งที่ไม่ดี  ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ โดยที่ไม่มีใครทำให้   เป็นเพราะอดีตกรรมที่ตนเองได้กระทำไว้แล้วเท่านั้นถึงคราวให้ผล  ผลเช่นนั้นจึงเกิดขึ้น ทั้งหมดล้วนเป็นธรรมที่มีจริงที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยทั้งสิ้น   ทั้งกุศลกรรม อกุศลกรรม  ผลของกุศลกรรม และผลของอกุศลกรรม เป็นธรรมที่มีจริงทั้งหมด 

     ซึ่งในเมื่อวิบากเป็นสภาพธรรม ไม่ใช่เรื่องราว   คนที่มักโกรธก็เป็นสมมติ เรื่องราว  ไม่ใช่วิบาก แต่ขณะที่เห็น ได้ยิน เป็นต้น เป็นวิบาก เพราะฉะนั้นขณะที่ได้ยินเสียงไม่ดี ไม่ว่าจากใคร  ขณะนั้นเป็นวิบากที่เป็นอกุศลวิบาก  ก็มาจากการทำอกุศลกรรมประเภทใดประเภทหนึ่ง ทำให้ได้ยินเสียงไม่ดี ที่สมมติว่าเป็นคนมักโกรธ   หรือเห็นสิ่งที่ไม่ดี ก็เป็นอกุศลวิบากที่มีเหตุมาจากอกุศลกรรม ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
peem
วันที่ 6 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 6 ธ.ค. 2557

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     สภาพรู้  ธาตุรู้  คือ จิต และเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย   ที่เกิดขึ้นเป็นไปในทางทวารทั้ง ๕   ขณะเห็น  ได้ยิน  ได้กลิ่น  ลิ้มรส  รู้สิ่งที่กระทบสัมผัสทางกาย    เป็นวิบากในชีวิตประจำวัน จิตที่รับรู้อารมณ์ที่ไม่ดีทางตา หู  จมูก  ลิ้น  กาย  เป็นอกุศลวิบาก ส่วนจิตที่รับรู้อารมณ์ที่ดีทางตา หู จมูก ลิ้น กาย  เป็นกุศลวิบาก ฉะนั้น การที่จิตรับรู้อารมณ์ที่ไม่ดี  ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะอกุศลกรรมที่กระทำไว้แล้ว   นี้คือความจริง

     ประโยชน์ที่มีจากการได้ฟังพระธรรม คือ เข้าใจความจริง วิบากที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลของกรรม  เป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย  และไม่ใช่เราด้วย  และที่สำคัญ ใครบ้างที่ไม่โกรธ   เมื่อได้พบเห็นคนโกรธแล้ว เข้าใจธรรมได้ไหมว่า แม้เราก็ยังมีความโกรธซึ่งเกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุปัจจัย ที่ควรจะได้ขัดเกลา    และสามารถเกื้อกูลผู้อื่นได้ไหมในขณะนั้น  แทนที่จะเป็นการสะสมความไม่พอใจต่อไป ทั้งหมดก็เป็นเรื่องของความเข้าใจที่ค่อย ๆ เจริญขึ้น  จากการได้มีโอกาสได้ฟังพระธรรม  ศึกษาพระธรรมอย่างแท้จริง ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 6 ธ.ค. 2557

ในพระไตรปิฏกมีแสดงไว้     พระพุทธเจ้าให้พี่น้องของอักโกสกภารทวาชพราหมณ์บวช   ท่านก็เลยโกรธมาด่าว่าพระพุทธเจ้า  ภายหลังได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าท่านก็ขอบวชได้บรรลุเป็นพระอรหันต์   ทำที่ได้ทำกับพระพุทธเจ้าก็เป็นอโหสิกรรม  ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
papon
papon
วันที่ 6 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

ฟังแนวทางเจริญวิปัสสนาตอนที่887-888แผ่น15ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 6 ธ.ค. 2557

ขอบคุณ และขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
bsomsuda
วันที่ 6 ธ.ค. 2557

วิบาก  เป็นจิตที่เกิดขึ้น

เพราะกรรมเป็นปัจจัย    

เป็นผลของกรรม

ไม่ใช่เรา ...

 

ใครบ้างที่ไม่โกรธ  

...แม้เราก็ยังมีความโกรธ

ซึ่งเกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุปัจจัย  ที่ควรจะได้ขัดเกลา  

และ  สามารถเกื้อกูลผู้อื่นได้ไหมในขณะนั้น 

แทนที่จะเป็นการสะสมความไม่พอใจต่อไป  

 

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของ อ.ผเดิม อ.คำปั่น และทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 7 ธ.ค. 2557

ถ้าตราบใดยังมีเรา มีเรื่องราว มีความจำ นึกคิดตราบนั้นยังไม่เข้าใจพระธรรมต้องฟังต่อไป จนเข้าใจแล้วทุกอย่างจะทำกิจของตนๆ 

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 8 ธ.ค. 2557

ท่านเปรียบความโกรธ  มียอดหวาน   มีรากเป็นพิษ  ขณะที่โกรธ ได้ด่าว่าเขาสะใจ  แต่มีโทษมากถ้าไปด่าผู้มีศีล   ทำให้ตกนรก   ภายหลังกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ยินเสียงที่ไม่ดี  ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
เรือนแก้ว
วันที่ 9 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
thilda
วันที่ 10 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ch.
ch.
วันที่ 13 ธ.ค. 2557

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
แต้ม
แต้ม
วันที่ 3 ก.พ. 2558

พระพุทธเจ้าสอนแต่เรื่องทุกข์และดับทุกข์  แต่ตราบใดที่ยังไม่สิ้นอาสวะ  จิตใจก็ยังต้องมีกิเลสบ้างไปตามเหตุตามปัจจัยที่มากระทบ  สำคัญที่ว่าเราจะจัดการมันได้อย่างไร  นี่ก็เช่นกัน  สาเหตุที่ต้องพบกับคนมักโกรธบ่อย ๆ ส่วนหนึ่ง ถ้าพูดถึงกฎแห่งกรรมในพระไตรปิฎก กรรมเก่าเราอาจเคยกระทำกรรมไว้กับบุคคลเหล่านั้นก็เป็นไปได้  แต่ก็อาจมีกรรมใหม่ที่เราได้กระทำขึ้นด้วย  ลองพิจารณาดูว่าเราได้กระทำกรรมอะไรให้เขาโกรธหรือเปล่า  ถ้าไม่ใช่  ก็พิจารณาว่า  ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ใช่ตัวเรา  ตัวเขา  ไม่มีตัวตน ไม่มีใครทำให้เราโกรธ  เราต่างหากที่โกรธเอง  ให้อภัยกันตอนมีชีวิตอยู่  ดีกว่าอโหสิกรรมกันตอนตาย  จะได้ไม่มีเวรไม่มีภัยกับใคร ลองดูนะครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 22 เม.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ