Print 
เก็บเล็กผสมน้อย สนทนาธรรม วันเสาร์ที่ 14 มิ.ย. สังฆาฏิสูตร
 
paderm
paderm
วันที่  14 มิ.ย. 2557
หมายเลข  24978
อ่าน  1,505

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เก็บเล็กผสมน้อย สนทนาธรรม วันเสาร์ที่ 14 มิ.ย. สังฆาฏิสูตร

@ ห่างไกลพระพุทธเจ้าด้วยอะไร คะ รู้ หรือ ไม่รู้ แต่ การจะใกล้พระพุทธเจ้า จะต้องรู้แค่

ไหน ก็คือ มีความรู้ มีความเข้าใจสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา ค่ะ

@ แม้รู้จักกัน เป็นเพื่อนกัน แต่ ต่างความเห็น ก็ไม่ใกล้กันจริง แต่ ผู้ที่มีความเห็น

เหมือนกันเป็นสหายที่เข้าใจกัน ร่วมกับในความเห็นถูก แม้ ไม่ได้รู้จักกันนาน แต่ ก็

เป็นผู้ที่ใกล้กันใกล้กันด้วยความเห็นถูก ด้วยกุศลจิต ด้วยอุปนิสัยที่คล้ายกัน

@ ตั้งแต่เช้ามาเป็นทาสใคร ตั้งแต่ลืมตา เพราะฉะนั้นให้ทราบนะคะ เจ้านายใหญ่

ยิ่งจริงๆ  ทั้งวัน ซึงให้เข้าใจความเป็นจริง ว่าเมื่อเกิดแล้วต้องแสวงหาด้วยความ

ติดข้อง แต่เหตุมาจากเพราะความไม่รู้ อวิชชาเป็นสำคัญ เพราะไม่รู้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา

@ หนทางที่ถูก คือ เข้าใจความเป็นปกติในชีวิตประจำวัน แม้โลภะ อวิชชา และ สภาพ

ธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา

@ความไม่รู้กับความรู้ไกลกันไหม คะ ความไม่รู้ที่เกิดมากมายมหาศาล แต่ ความรู้ที่

เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็ไกล กับความไม่รู้แล้ว

@ ถ้ารู้จริงๆ เดี๋ยวนี้มีไหม ถ้ามีก็มี ไม่มีก็ไม่มี ถามง่ายๆเดี๋ยวนี้มีไหม มีสิ่งที่ปรากฎ แล้ว

รู้ไหม เนี่ยค่ะ ความไกลกัน ระหว่างความรู้และความไม่รู้ มีสภาพธรรมแต่ก็ไม่รู้

@ ถ้าศึกษาธรรม ที่จะเข้าใกล้ คือ ศึกษาเพื่อเข้าใจความจริงในขณะนี้

@ ทุกคนไม่ต้องบอกใช่ไหมคะ ว่า ไกล หรือ ใกล้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแค่ไหน ใน

ขณะนี้สภาพธรรมที่กำลังปรากฎ รู้ความจริงหรือไม่

@ ใกล้แม้ตามรอยพระบาท จับชายสังฆาฎิ แต่ไม่รู้ความจริงของสภาพธรรมที่กำลัง

ปรากฎก็ชื่อว่าอยู่ไกลจากพระองค์ แต่ แม้ไม่ได้เดินตามรอยบาทพระศาสดา ไม่ได้

จับชายสังฆาฏิ แต่ รู้ความจริงของสภาพธรรมที่กำลังปรากฎ ก็ชื่อว่าอยู่ใกล้

@ ฟ้ากับดินไกลกัน  ฝั่งสมุทรก็ไกลกัน พระอาทิตย์ส่องแสงยามอุทัย กับยามอัสดง

ไกลกัน  บัณฑิตกล่าวว่า ธรรมของสัตบุรุษ กับธรรมของอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่านั้น

การสมาคมกับสัตบุรุษมั่นคงยืนยาว ย่อมเป็นอย่างนั้น ตราบเท่ากาลที่พึงดำรงอยู่

ส่วนการสมาคมกับอสัตบุรุษย่อมจืดจางเร็วเพราะฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษจึงไกลกว่า

ธรรมของอสัตบุรุษ. 

@ คิดจะทำ ที่จะทำให้เกิด กุศล หรือ ละอกุศล ชื่อว่าไม่รอบรู้ เพราะ ลืมความเป็น

อนัตตา

@ ปริยัติ คือ ศึกษาเพื่อเข้าใจสิ่งที่ปรากฎ

@ ปริยัติไม่ใช่เรื่องราวที่เราจะต้องไปจำ แต่เป็นความรอบรู้พระธรรมเพื่อเข้าใจความจริง

ในสิ่งที่ปรากฎในขณะนี้

@ คิดถึงเรื่องของจิต แต่ขณะนี้มีจิต มีจิตเห็น เพราะฉะนั้น ธรรมเป็นเรื่องที่เข้าใจ ไม่ใช่

เป็นเราที่จะทำอย่างนั้น อย่างนี้ เพราะเป็นธรรแต่ละหนึ่งที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย และ ก็

ดับไปไม่เหลือเลย ค่ะ

@ ฟังให้เข้าใจจริงๆค่ะ ว่าทุกขณะเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา 

@ ฟังมากๆเป็พหูสูตหรือเปล่า และ เข้าใจระดับไหนที่จะเป็นพหูสูต ต้องเข้าใจจน

ทั่วมาก และ ไม่ลืมมั่นคงว่าเป็นธรรม ชื่อว่าเป็นพหูสูต เพราะ มีความมั่นคงว่าไม่มีเรา

ที่จะทำ 

@ เดี๋ยวนี้มีธรรมกายไหม คะ เพราะ พระธรรมกายคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมกาย

จึงเป็นของคนอื่นไม่ได้ ไม่ใช่ของใครเลยทั้งสิ้น เพราะ ธรรมกาย เป็นชื่อของพระสัมมา

สัมพุทธเจ้าเท่านั้น ค่ะ

ขออนุโมทนา ครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
phawinee
วันที่ 14 มิ.ย. 2557 14:26 น.

กราบขอบพระคุณ อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 14 มิ.ย. 2557 16:24 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนา อ. ผเดิม ครับ

ขออนุญาตเพิ่มเติม ประโยคประทับใจ ที่ท่านอาจารย์กล่าวในช่วงท้าย

ในประเด็น ธรรมกาย

สรุปได้ดังนี้ ครับ

     ธรรม คือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาคุณ ที่รวมของคุณธรรมที่เลิศที่สุดหาผู้ใดเปรียบไม่ได้อยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงเป็นธรรมกาย แม้แต่คำที่เราได้ยินได้ฟังสืบทอดมาจนถึงยุคนี้สมัยนี้ ก็เพราะมีการทรงตรัสรู้ความจริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง แม้แต่ท่านพระสารีบุตร  ที่จะได้เป็นพระโสดาบัน จากการที่ได้ฟังพระธรรมที่มาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมีท่านพระอัสสชิเป็นผู้กล่าว      แสดงให้เห็นว่า แม้ท่านพระอัสสชิ ก็ต้องมาจากพระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น ที่ใด

เป็นแหล่งของปัญญา ที่นั่น เป็นธรรมกาย พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ทรงเป็นพระธรรมกาย.

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง 

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 14 มิ.ย. 2557 17:37 น.

@ ฟังให้เข้าใจจริงๆค่ะ ว่าทุกขณะเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา 

ขออนุโมทนา ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ปวีร์
วันที่ 14 มิ.ย. 2557 18:57 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
papon
papon
วันที่ 14 มิ.ย. 2557 20:56 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 14 มิ.ย. 2557 21:16 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ประสาน
วันที่ 15 มิ.ย. 2557 04:59 น.

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
kullawat
วันที่ 15 มิ.ย. 2557 19:19 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 16 มิ.ย. 2557 09:26 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
kullawat
วันที่ 26 มิ.ย. 2557 08:30 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ