ขอปรึกษาวิธีแก้ปัญหา สังฆาทิเสส 13
 
bybybyby02
วันที่  31 พ.ค. 2557
หมายเลข  24920
อ่าน  3,196

ข้าพเจ้าได้บวชเป็นภิกษุได้ประมาณ 1 เดือนกว่าแล้ว และอีกไม่นานนี้ก็จะลาสิกขา  ข้าพเจ้าสงสัยว่า ได้ต้องอาบัติ ข้อ 3 ห้ามพูดหยาบคาย เกะกะ เกี้ยวหญิง (ไม่ค่อยเข้าใจความหมาย) โดยการแชทไลน์กับแฟนแบบปกติในมือถือ ดังตอนเป็นฆราวาส เป็นเวลาประมาณ 15-20 วัน ก่อนที่จะไปบอกกับพระรูปอื่น  ข้าพเจ้าขอถามความสงสัยว่า

1>หากข้าพเจ้าต้องการบวชเพื่อได้ 1 พรรษาในปีหน้าหลังจากที่ลาสิกขาไปแล้ว ข้าพเจ้าค่อยกลับมาเข้าปริวาสก่อนเข้าพรรษาได้หรือไม่ หรือควรเข้าปริวาสก่อนลาสิกขาจะเป็นดีที่สุด

2>ข้าพเจ้าต้องบวชเป็นเณร หรือเป็นพระก่อนเพื่อเข้าปริวาสหากได้ลาสิกขาไปแล้ว

3>หากจะเข้าปริวาสแต่จำจำนวนวันที่ต้องอาบัติได้ไม่แน่นอน แต่พอประมาณได้แต่ไม่แน่นอน ต้องอยู่กรรมในวัดทั้งหมดกี่คืน และมีคอร์สแบบเหมา หรือระยะสั้นหรือไม่

4>เคยเข้าพิธีบวชพระใหม่หลังต้องอาบัตินีิ้ จะเป็นไรหรือไม่

ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ช่วยตอบความสงสัยของข้าพเจ้าไว้ล่วงหน้า



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 31 พ.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   สำหรับการที่จะต้องอาบัติสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๓  ที่ว่าด้วยการพูดเกี้ยวหญิงนั้น  มุ่งหมายถึงการพูดพาดพิงถึงวัจจมรรค (ทวารหนัก) ปัสสาวมรรค (ทวารเบา) พาดพิงเมถุนธรรม (การกระทำของบุคคลคู่ระหว่างชายกับหญิง)  ถ้ามีการกล่าวคำพูดอย่างนี้  ต้องอาบัติสังฆาทิเสส  เป็นการกระทำไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชนทั้งหลาย  ส่วนการพูดอย่างคำถามที่ได้ยกขึ้นมาถามนั้น   ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส เพราะไม่ได้พูดพาดพิงวัจจมรรค ปัสสาวมรรคและเมถุนธรรม  แต่ก็เป็นวาจาที่ไม่เหมาะสม สำหรับเพศบรรพชิต  ซึ่งจะต้องมีการสำรวมระวังอย่างยิ่งทีเดียว  เพราะไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดสิกขาบทข้อใด  ก็มีโทษสำหรับผู้ล่วงละเมิดทั้งนั้น  การได้ศึกษาพระวินัย ในแต่ละสิกขาบทให้เข้าใจ ย่อมเกื้อกูลได้มากทีเดียว  ที่จะทำให้ได้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผิด  อะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง  เพื่อที่จะได้ละเว้นไม่กระทำในสิ่งที่ผิด  และ  เพื่อที่จะได้น้อมประพฤติเฉพาะในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ครับ

   เพราะฉะนั้น การที่ผู้หญิง ส่งข้อความคุยไลน์ แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ ก็ไม่ต้องถึงอาบัติสังฆาทิเสส ครับ

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความโดยตรงจากพระวินัยปิฎก  ครับ    

พูดเกี้ยวหญิง อาบัติสังฆาทิเสส [มหาวิภังค์]

แต่หากถึงอาบัติสังฆาทิเสส ก็ควรปลงอาบัติ ตามกำหนดเวลาที่จำได้ แสดงโทษ และอยู่ปริวาสกรรม ที่ถูกพระวินัย ก่อนที่จะสึกออกไปจะเหมาะสมกว่า สึกไปแล้ว กลับมาบวชใหม่แล้วจึงแก้อาบัติ ครับ  แต่ หากลาสิกขาไปแล้ว ไม่ได้ปลงอาบัติ ก็บวชเป็นพระได้ แต่ต้องแก้อาบัติทันที  ซึ่งสามารถบวชพระใหม่ได้ ตราบใดที่ไม่ได้ต้องถึงอาบัติปาราชิกครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 31 พ.ค. 2557

      ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
  
   การล่วงละเมิดสิกขาบทแต่ละข้อ ๆ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไ้ว้ ย่อมเป็นอาบัติสำหรับพระภิกษุรูปที่ล่วงละเิมิด ตามความหนักเบาของสิกขาบทนั้น ๆ   อย่างหนัก ก็ทำให้ขาดจากความเป็นพระภิกษุ คือปาราชิก เช่น เสพเมถุน  ฆ่ามนุษย์  ขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที   อาบัติรองจากปาราชิก คือ สังฆาทิเสส  เมื่อต้องเข้าแล้ว ต้องอยู่ปริวาสกรรม  อาศัยคณะสงฆ์เท่านั้นถึงจะออกจากอาบัตินี้ได้  ในกรณีที่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส  ไม่ได้อยู่ปริวาสกรรม  ลาสิกขาออกไปเป็นคฤหัสถ์  ย่อมไม่มีอาบัติติดตัวแต่อย่างใด แต่เมื่อกลับเข้ามาบวชใหม่  อาบัติทั้งหมดที่ต้องแล้ว ไม่ได้ทำการแก้ไขเมื่อบวชครั้งก่อน  ก็จะมีเหมือนอย่างเดิม ต้องทำการแก้ไขด้วยการออกจากอาบัตินั้น ๆ ตามสมควรแก่อาบัติชนิดนั้น ๆ ที่ตนได้ล่วง  กล่าวคือ ถ้าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส ปกปิดไว้นานเท่าใด ก็ต้องอยู่ปริวาสกรรม เท่ากับจำนวนวันที่ตนเองต้อง ถึงจะออกจากอาบัตินั้นได้  ถ้าเป็นอาบัติปาจิตตีย์   ทุกกฏ เป็นต้น  ก็แก้ไขด้วยการแสดงอาบัติต่อหน้าพระภิกษุด้วยกัน  มีความจริงใจที่จะสำรวมระวังไม่ล่วงละเมิดสิกขาบทนั้น ๆ อีก  อาบัติที่ได้ต้องเข้าแล้ว เมื่อได้ทำการแก้ไขให้ถูกต้องตามพระธรรมวิันัยแล้ว ก็จะไม่เป็นเครื่องกั้นสวรรค์  ไม่เป็นเครื่องกั้นในการรู้แจ้งอริยสัจจธรรม ด้วย

   ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อลาสิกขาออกมาแล้ว ไม่มีอาบัติติดตัว ขอให้สบายใจตรงนี้ได้ และไม่จำเป็นที่จะต้องกลับเข้าไปบวชใหม่ เพื่อจะปลงอาบัติหรือแก้ไขตามพระวินัย  เพราะไม่มีอาบัติติดตัวแล้ว  แต่ควรอย่างยิ่งที่จะได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ และสะสมความดีประการต่าง ๆในเพศคฤหัสถ์   สรุปแล้ว คือ  เป็นคนดีและฟังพระธรรมให้เข้าใจ    

   แต่ถ้าจะบวชจริง ๆ ก็สามารถบวชได้ โดยไม่ต้องบวชเป็นสามเณรก่อน (เมื่อมีอายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป) แต่ลองถามตัวเองก่อนว่าบวชเพื่ออะไร  เพราะถ้าไม่มีความจริงใจในการน้อมประพฤติตามพระธรรมวินัยแล้ว  ย่อมไม่เกิดประโยชน์  มีแต่จะเป็นโทษกับตนเองโดยส่วนเดียว  เพราะความเป็นพระภิกษุ  ถ้ารักษาไม่ดี  มีแต่จะคร่าไปสู่อบายภูมิ เท่านั้น  ครับ 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 31 พ.ค. 2557

สังฆาทิเสส ปลงอาบัติได้ เวลาเจอภิกษุด้วยกันต้องบอกความผิดของตัวเองกับพระภิกษุที่เจอ ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ