การระลึกถึงพุทธคุณ
 
tmangkon
วันที่  28 พ.ค. 2557
หมายเลข  24911
อ่าน  1,255

ขอกราบเรียนถามว่า คนที่ไม่ได้ศึกษาพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน (แค่เรียนพุทธประวัติ) เวลาที่ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า จะเป็นการระลึกที่ถูกต้องได้มั้ยคะ


  ความคิดเห็น 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 28 พ.ค. 2557

การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้ามีหลายระดับ ตามระดับปัญญาของผู้ที่เข้าใจธรรม แม้แต่การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า หากได้อ่านพระพุทธประวัติ และมีศรัทธาเบื้องต้น ระลึกถึงพระคุณ ขณะนั้นก็เป็นกุศลจิต เป็นพุทธานุสติในเบื้องต้น ครับ

การที่จะระลึกถึงสิ่งใดได้  จะต้องรู้จักสิ่งนั้นเสียก่อน  ดังนั้น ผู้ที่จะระลึกถึงพุทธคุณ อันได้แก่ พระปัญญาคุณ  พระบริสุทธิคุณ  และพระมหากรุณาธิคุณ  จะต้องเป็นผู้ที่ได้ศึกษาและเข้าใจพระธรรมโดยละเอียด  จึงจะรู้จักพระคุณเหล่านั้นอย่างถูกต้องครับ ซึ่งเป็นไปตามระดับของปัญญา ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 28 พ.ค. 2557

  ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ทรงเป็นบุคคลผู้เลิศที่สุด ประเสริฐที่สุด   กว่าที่พระองค์จะได้ตรัสรู้นั้น  ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาตลอดระยะเวลา สี่อสงไขยแสนกัปป์  ซึ่งเป็นเวลาที่นานมาก  เมื่อได้ทรงตรัสรู้แล้ว ก็ทรงมีพระมหากรุณาที่จะเกื้อกูลสัตว์โลกด้วยการทรงแสดงพระธรรมให้ได้เข้าใจความจริง  พระมหากรุณาคุณของพระองค์ที่มีต่อสัตว์โลก คือ ทรงแสดงพระธรรมให้สัตว์โลกได้เข้าใจตามความเป็นจริง  จากที่สัตว์โลกเคยเป็นผู้มากไปด้วยกิเลสประการต่างๆ    ก็สามารถที่ขัดเกลาละคลาย จนกระทั่งสามารถดับได้ตามลำดับขั้น   ด้วยปัญญาอันเกิดจากการได้ฟังพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง 

  การที่จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้  ก็ต้องด้วยปัญญาที่เข้าใจพระธรรม  เท่านั้น  แม้เมื่อครั้งที่พระองค์ยังไม่เสด็จดับขันธปรินิพพาน  ก็มีทางเดียวเช่นเดียวกัน คือ  ฟังพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง  จึงสามารถรู้ได้ว่าบุคคลนี้ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพราะทรงแสดงสิ่งที่มีจริงที่ผู้อื่นไม่สามารถจะแสดงได้ ไม่สามารถตรึก  นึก  คิด ไตร่ตรองประมวลเองได้แม้แต่คนเดียว  ไม่มีใครเลยที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากผู้ที่ได้อบรมเจริญบารมีมาอย่างสมบูรณ์  พร้อมที่จะตรัสรู้เป็น  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า   ใน ๒,๕๐๐ กว่าปีมานี้  ก็มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า พระสมณโคดม  และถอยย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ก็มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ  และในกาลข้างหน้าก็จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ด้วย 

พระคุณของพระพุทธเจ้า  เมื่อประมวลแล้วสรุปรวมลงใน  ๓ ประการ  คือ

พระบริสุทธิคุณ  (ทรงดับกิเลสทั้งหลายทั้งปวงได้อย่างเด็ดขาด  ทรงมีความบริสุทธิ์ทั้งทางกาย  ทางวาจา และทางใจ)

พระปัญญาคุณ (ทรงมีพระปัญญาที่รู้สภาพธรรมทุกอย่างไม่มีเหลือ)

พระมหากรุณาคุณ  (ทรงมีพระทัยประกอบด้วยเมตตาเกื้อกูลสัตว์โลก  ด้วยการแสดงพระธรรม,  ในแต่ละวัน พระองค์ทรงพักผ่อนน้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งปวง)

  บุคคลผู้ที่เห็นประโยชน์ของพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง จึงมีการฟัง  มีการศึกษา  สะสมความเข้าใจไปตามลำดับ  เมื่อศึกษาเข้าใจความจริงแล้ว  ย่อมจะมีความซาบซึ้งมากขึ้นในพระคุณของพระพุทธองค์  ทั้งพระบริสุทธิคุณ  พระปัญญาคุณ และ พระมหากรุณาคุณ  ตามปัญญาของตนเอง  ผู้ที่ขาดการฟัง  ขาดการศึกษา  ไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง  ย่อมไม่สามารถที่จะเข้าใจถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า  ได้เลย   การได้ศึกษาพระพุทธประวัติ  เข้าใจในเบื้องต้น  ก็จะป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง ให้มีความเข้าใจถูกเห็นถูกยิ่งขึ้น ต่อไป ได้  ขอเพียงมีศรัทธา เห็นประโยชน์ของการได้เข้าใจความจริง  ประโยชน์อยู่ที่ความเข้าใจถูกเห็นถูก  ครับ.

    ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 28 พ.ค. 2557

ขณะที่ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า ในพระคุณของท่าน จิตผ่องใส เป็นกุศล ค่ะ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
tmangkon
วันที่ 28 พ.ค. 2557

กราบขอบพระคุณค่ะ

 
  ความคิดเห็น 5  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 29 พ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 6  
 
jran
jran
วันที่ 29 พ.ค. 2557

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 7  
 
papon
papon
วันที่ 29 พ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 8  
 
pamali
วันที่ 4 มิ.ย. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 9  
 
peem
วันที่ 19 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ