อยากสอบถามเคยบวชเป็นพระ
 
ต้น1234
วันที่  2 พ.ค. 2557
หมายเลข  24793
อ่าน  910

คืองี้ครับ 1 ตอนเป็นพระอยู่ ผมสรงน้ำที่ห้องน้ำห้องพระเพื่อนด้วยกัน เเล้วที่นี้มันมีสบู่ของพระเพื่อนผม เขารู้สีกจะหวงสบู่ก็นนี้มาก ผมหยิบมาใช้วูบนึงผมคิดว่าแอบใช้ไม่ให้พระเพื่อนรู้้ คือผมไม่ได้คิดว่าจะขโมยนะ เเค่แอบใช้ไม่ให้เพื่อนรู้้ อย่างนี้ผมจะอาบัติปาราชิกไหม   2 สมัยบวชไหม่ๆผมเคยขอพระเครื่องจากพระด้วยกัน ตอนขอเเละได้มา ผมไม่รู้ว่าเขาได้มายังไง เเต่พอมารู้้ทีหลังว่า เขาเช่ามาจากวัดนั่นเเหละ เเต่ราคาที่เขาเช่ามาเเละอาการที่เขาเอาพระเครื่องนั้นมารู้้สึกว่าจะไม่ชอบธรรม คือพระเครื่องชุดนั้นเจ้าอาวาสไม่ให้นำออกมา เเต่เขาแอบเช่าเเละเช่าเเบบไม่ตรงกับราคาพระเครื่องชุดนั้น คืออาจะองค์ละ1000 เเต่เขาเช่าองค์ละ2-300บาท เเละเขาก็หยิบมาทีละองค์สององค์อะไรแบบนี้ ผมมารู้้ทันที่ผมรับของมาเเเล้ว คือผมขอเพราะเห็นว่าเขามีเยอะ ปัญหาอยู่ที่ ผมจะอาบัติปาราชิกไหม มันมีวูบนึงที่ผมคิดว่าเราคงไม่อาบัติ เพราะเราพึ่งมารู้้ในตอนที่รับของมาเเเล้ว 2-3 วัน คือผมคิดว่าคงไม่เป็นไรหรอกมั้งอะไรเเบบนี้ เพราะเราไม่มีเจตนาขโมยในที่รับขอเเละรับ อย่างนี้ผมจะอาบัติมั้ยครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 2 พ.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ปาราชิก คือประเภทของโทษที่เกิดจากการล่วงละเมิดสิกขาบทประเภท ครุอาบัติ อาบัติหนักที่สุด ที่เรียกว่า อาบัติปาราชิก พระภิกษุต้องอาบัติปาราชิกสี่ข้อใดข้อหนึ่ง แม้จะไม่กล่าวลาสิกขาบท ก็ถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที เมื่อความผิดสำเร็จ

ปาราชิก มี 4 ข้อ อยู่ใน ศีล 227 ได้แก่

1.เสพเมถุน แม้กับสัตว์เดรัจฉานตัวเมีย (ร่วมสังวาสกับคนหรือสัตว์)

2.ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ มาเป็นของตน จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี (ขโมย)

3.พรากกายมนุษย์จากชีวิต (ฆ่าคน) หรือแสวงหาศาสตราอันจะนำไปสู่ความตายแก่ร่างกายมนุษย์

4.กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม อันเป็นความเห็นอย่างประเสริฐ อย่างสามารถ น้อมเข้าในตัวว่า ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้ (ไม่รู้จริง แต่โอ้อวดความสามารถของตัวเอง)

จากคำถามข้อที่ 1 

    จะเป็นอาบัติปาราชิกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรายละเอียด หลายข้อเช่น ทรัพย์ที่เจ้าของหวงแหน    มูลค่าสิ่งของ เจตนาที่จะลัก เป็นต้นและจำนวนมูลค่าที่จะเป็นปาราชิกในข้อลักทรัพย์  ก็คือ  ๕ มาสก  (เทียบได้กับนัำหนักทองคำ ๒๐ เมล็ดข้าวเปลือก  ซึ่งอยู่ในราวเจ็ดร้อยกว่าบาท)   ถ้าราคาไม่ถึง ก็ไม่เป็นอาบัติปาราชิก    แม้ว่าจะไม่ถึงอาบัติปาราชิก  การลักขโมย ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ 

    ถ้าหยิบสบู่ แอบใช้ ด้วยถือวิสาสะ ไม่มีเจตนาขโมยไม่ต้องอาบัติปาราชิก แต่ หากมีเจตนาขโมยมาใช้ แต่ ของนั้น ไม่ถึงพันกว่าบาท ซึ่ง สบู่ไม่ถึงแน่นอน ก็ไม่ต้องอาบัติปาราชิก แต่ต้องอาบัติอื่นๆได้ มีอาบัติทุกกฏ เป็นต้น ครับ ทางที่ดี ไม่ควรหยิบของคนอื่น ในอนาคต ครับ

จากคำถามข้อ 2 

    ผู้ที่รับของไม่ได้เป็นผู้ลักของเอง ไม่ต้องอาบัติปาราชิก แต่ ที่ควรพิจารณา คือ เพศบรรพชิตไม่ใช่ฆราวาส เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องของการสะสม แต่เป็นเรื่องของการละทุกประการ จึงไม่ควรสะสมพระเครื่อง ครับ

    ถ้าไม่เห็นประโยชน์ของการบวชว่า บวชเพื่ออะไร     ก็จะทำให้ละเลยถึงกิจที่ตนเองควรทำให้สมกับเพศที่สูงยิ่งกว่าคฤหัสถ์ คือ    ละเลยในการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ให้เข้าใจ  เมื่อไม่เข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว   ก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด   การประพฤติปฏิบัติก็ย่อมจะผิดไปด้วย    ทำให้มีความย่อหย่อนในพระธรรมวินัย  ต้องอาบัติด้วยความไม่ละอาย   โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าเป็นโทษเป็นภัยอย่างไร       เป็นไปตามการสะสมของแต่ละคนแต่ละท่านจริง ๆ  ตามความเป็นจริงแล้ว     ความเป็นบรรพชิตเป็นเพศที่สูงยิ่ง  ถ้ารักษาไม่ดี  ก็ย่อมมีแต่จะทำให้เกิดโทษแก่ตนเองโดยส่วนเดียว  คร่าไปสู่อบายภูมิได้เลยทีเดียว    ถ้าเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์สูงสุดของการบวช  ก็จะเป็นผู้ศึกษาพระธรรมและน้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมด้วยความจริงใจ    เพื่อขัดเกลากิเลสของตนเอง เป็นสำคัญ

    พระธรรมวินัย  เป็นธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ทุกคำทุกพยัญชนะเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก เป็นไปเพื่อละคลายความไม่รู้  เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรมในชีวิตประจำวัน   เพื่อละคลายกิเลส       เพื่อกำจัด(วินัยแปลว่า กำจัด)กิเลส  จนกว่าจะถึงกาละที่กิเลสจะดับหมดสิ้นไป     ทั้งหมดนั้น  ควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง   ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดก็ตาม ทั้งพระสูตร    พระวินัย และพระอภิธรรม  ศึกษาเมื่อใด เข้าใจเมื่อใดก็เป็นประโยชน์เมื่อนั้น    เพราะความเข้าใจพระธรรมวินัย    ไม่มีความเสียหายใด ๆ  เลยมีแต่ประโยชน์โดยส่วนเดียว  เป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลให้ความดีประการต่าง ๆ เจริญขึ้น ทำให้ถอยห่างจากอกุศลไปตามลำดับ  จนกว่าจะสามารถละได้จนหมดสิ้น      บุคคลผู้ที่เห็นประโยชน์ของพระธรรมเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ต้น1234
วันที่ 2 พ.ค. 2557

ขอบคุณมากนะครับที่ตอบทุกคำถาม ผมสบายใจขึ้นเยอะเลยนะคับ ขอบคุณจริงๆคับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 2 พ.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  จริงๆ แล้ว จุดประสงค์ของการบวช ก็เพื่อที่จะขัดเกลากิเลสของตนเอง  สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมวินัยให้มีความเข้าใจอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง เพราะจะทำให้รู้ว่าความประพฤติอย่างไร จึงจะเหมาะควรแก่เพศบรรพชิต อย่างใดไม่ควรแก่เพศบรรพชิต ซึ่งมีอย่างครบถ้วนบริบูรณ์ในส่วนของพระวินัยบัญญัติ    ซึ่งจะเกื้อกูลให้งดเว้นจากที่ไม่ควรแก่เพศบรรพชิต แล้วน้อมประพฤติเฉพาะในสิ่งที่ควรแก่เพศบรรพชิตเท่านั้น     แม้วัตถุสิ่งของ จะไม่ถึงเกณฑ์ของอาบัติปาราชิก ก็จะประมาทไม่ได้ เพราะแม้อาบัติเพียงเล็กน้อย ก็เป็นโทษ  ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 2 พ.ค. 2557

หยิบสบู่ ไม่มีเจตนาลัก ไม่ต้องอาบัติปาราชิก ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ