จุติจิต เกิดขึ้นหลังกิจหน้าที่ของจิตใน 14 กิจใดได้บ้าง

 
khundong
วันที่  31 ธ.ค. 2556
หมายเลข  24267
อ่าน  8,010

จิตเกิดดับรวดเร็วมาก ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าจุติจิตจะเกิดเมื่อไร แต่จากการศึกษาไม่มีผู้ใดมีความสามารถทำอารมณ์กุศลก่อนจุติจิตได้ จึงต้องสะสมปัญญาเพื่อให้จิตสะสมสันดานกุศลบ่อยๆ เนืองๆ จุติจิตกระทำกิจเคลื่อนจากการเป็นบุคคลนี้สิ้นชีวิต มีกรรมนิมิตเกิดได้ ๖ ทวาร คตินิมิตเกิดทางมโนทวาร (เห็นเหมือนความฝัน) เป็นอารมณ์สุดท้ายต่อไปเป็นปฏิสนธิจิตในชาติต่อไป ชวนะสุดท้ายเป็นมรณาสันณวิถี มีข้อสงสัย จุติจิตสามารถเกิดในกิจใดได้บ้างในกิจ ๑๔ เช่น จุติจิต เกิดในขณะวิถีจิตได้ หรือนอกวิถีจิตได้หรือไม่ครับ

เกิดในขณะภวังค์

เกิดในขณะอาวัชนะจิต

เกิดในขณะปัจจะทวาราวัชนะจิต

เกิดในขณะสัมปฏิฉันนะจิต สันตีรณะ โวฏฐัพพะ ชวนะ ตทาลัมพน

ขอบพระคุณครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
วันที่ 31 ธ.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า จุติจิต หมายถึงอะไร จุติจิต หมายถึง จิตดวงสุดท้ายของชาตินี้ ที่ทำกิจเคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ สิ้นสุดความเป็นบุคคลนี้ในชาตินี้ เมื่อดับแล้วก็เป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อไป คือ ปฏิสนธิจิตในชาติต่อไปเกิดสืบต่อทันที (สำหรับผู้ที่ไม่ใช่พระอรหันต์) จุติจิต เรียกตามกิจของจิต เพราะจิตที่กระทำจุติกิจได้

เมื่อกล่าวโดยประมวลแล้ว มี ๑๙ ดวง ตามสมควรแก่แต่ละบุคคล คือ มหาวิบาก ๘ (ดวงใดดวงหนึ่ง) อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก ๑ อุเบกขาสันตีรณ

อกุศลวิบาก ๑ รูปาวจรวิบาก ๕ และอรูปาวจรวิบาก ๔ อย่างเช่น ผู้ที่เกิดมาเป็นมนุษย์ที่ไม่พิการตั้งแต่กำเนิดนั้น ต้องเป็นมหาวิบาก ๘ ดวงหนึ่งดวงใด ที่กระทำจุติกิจในชาตินั้น และจุติจิตเป็นจิตที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยทวารหนึ่งทวารใดเลย กล่าวคือ จุติจิตไม่ใช่วิถีจิต ดังนั้น จุติจิตจะเกิดในขณะที่เป็นวิถีจิตไม่ได้

แต่ก่อนตายต้องมีวิถีจิตเกิดขึ้น มีชวนจิตเกิด ๕ ขณะอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นจิตที่มีกำลังอ่อนมากแล้ว ก่อนที่จุติจะเกิดขึ้น และประการที่สำคัญ จุติจิตเป็นวิบากจิต เป็นผลของกรรม ไม่สามารถบังคับบัญชาหรือยับยั้งได้เลย เมื่อสิ้นสุดวิถีจิตทางตา หรือทางหูเป็นต้นแล้ว จุติจิตสามารถเกิดได้ หรือ สิ้นสุดวิถีจิตทางหนึ่งทางใดแล้ว ภวังคจิตเกิดจุติจิตก็สามารถเกิดต่อจากภวังคจิตได้

จุติกิจ

หน้าที่ของจิตคือเคลื่อนจากภพ หมายถึง กิจหน้าที่อย่างหนึ่งของจิตที่ทำให้พ้น
จากความเป็นสัตว์ บุคคลนั้น ในบรรดากิจทั้งหมด ๑๔ กิจ จิตทุกดวงจะต้องมีกิจการ
งานหน้าที่ จะเกิดขึ้นลอยๆ โดยไม่ทำกิจการงานไม่ได้ จุติกิจเป็นหน้าที่ของวิบาก
จิต ๑๙ ดวง คือ ...

อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ๑ ดวง ทำจุติกิจ เคลื่อนจากความเป็นสัตว์ใน
อบายภูมิ ๔

อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิต ๑ ดวง ทำจุติกิจ เคลื่อนจากความเป็นมนุษย์ที่พิการแต่กำเนิดหรือเกิดเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา

มหาวิบาก ๘ ดวง ทำจุติกิจ เคลื่อนจากความเป็นมนุษย์หรือเทวดา ในกามสุคติภูมิ ๗

มหัคคตวิบากจิต ๙ ดวง ทำจุติกิจ เคลื่อนจากความเป็นรูปพรหมบุคคลใน ๑๕ ภูมิ และอรูปพรหมบุคคลใน ๔ ภูมิ

ขอยกคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ มาไว้ ณ ที่นี้ ดังนี้ ครับ

"จุติจิตจะเกิดหลังการสิ้นสุดวิถีหนึ่งวิถีใดย่อมได้ คือ หลังจักขุทวารวิถีจิตดับไปหมดแล้ว จุติจิตเกิดก็ได้ หรือ หลังจากที่จักขุทวารวิถีจิตเกิดขึ้นเห็นสิ่งที่กำลังปรากฏดับไปหมดแล้ว แล้วภวังคจิตยังไม่เกิด จุติจิตเกิดก็ได้ หรือ จะเป็นในขณะที่กำลังได้ยินเสียงในขณะนี้ โสตทวารวิถีจิตเกิดขึ้นได้ยินเสียงทางโสตทวาร ดับไปหมดแล้ว ภวังคจิตเกิด แล้วจุติจิตเกิดก็ได้ หรือว่าเมื่อได้ยินเสียงแล้ว โสตทวารวิถีจิตเกิดดับไปหมดแล้ว ภวังคจิตยังไม่เกิด จุติจิตเกิดก็ได้ หรือว่า บางท่านในขณะนี้กำลังคิดนึกเรื่องหนึ่งเรื่องใด แล้วมโนทวารวิถีจิตดับหมดแล้ว จุติจิตเกิดก็ได้

นี่แสดงให้เห็นว่า จุติจิตซึ่งกระทำกิจเคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ จะเกิดในขณะไหนได้ทั้งสิ้น หลังจากวิถีจิตทางตา หรือทางหู หรือทางจมูก หรือทางลิ้น หรือทางกาย หรือทางใจก็ได้ หรือหลังจากภวังคจิตก็ได้" ดังนั้น จากประเด็นคำถามที่ว่า จุติจิตสามารถเกิดได้ทุกขณะ เช่น จิตเห็น เห็นแล้ว สิ้นชีวิต หรืออาจจะสิ้นชีวิตลงในวิถีใดวิถีหนึ่ง ใช่หรือไม่อย่างไร หรือ เกิดในชวนวิถีจิตหรือไม่

ก็ควรจะได้เข้าใจตั้งแต่เบื้องต้นว่า ขณะที่เห็นเป็นวิถีจิต ยังไม่ตาย จุติจิตยังไม่เกิด แต่เมื่อสิ้นสุดวิถีจิตทางตาแล้ว จุติจิตสามารถเกิดได้ จุติจิตจะไม่เกิดในขณะที่เป็นวิถีจิต ครับ

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

จุติจิตและปฏิสนธิจิตหมายถึงอะไร

จุติจิต

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
วันที่ 31 ธ.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

คำว่า จุติจิต เป็นการเรียกจิตตามกิจหน้าที่ เพราะจิตที่กระทำกิจจุติ คือ เคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ในชาตินี้ มีหลายประเภท ตามควรแก่บุคคลนั้นๆ เช่น ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ที่ไม่พิการ บ้าใบ้บอดหนวกตั้งแต่กำเนิด ก็ต้องเป็นมหาวิบาก ดวงหนึ่งดวงใดใน ๘ ดวงที่ทำกิจจุติ ถ้าเกิดเป็นสัตว์ในอบายภูมิก็ต้องเป็นอุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ที่ทำกิจจุติ และตามความเป็นจริงแล้ว จิตเป็นสภาพธรรมที่มีจริงๆ เกิดดับสืบต่อกัน จะไม่เกิดพร้อมกัน ๒ - ๓ ขณะ แต่จะเกิดทีละขณะ ดังนั้น จุติจิต ก็เป็นจิตประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ใครๆ ก็ยับยั้งไม่ได้ กล่าวคือ จุติจิตเกิดต่อจากตทาลัมพณจิตก็ได้ เกิดต่อจากชวนจิตก็ได้ เกิดต่อจากภวังคจิตก็ได้ แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่จุติจิตจะเกิดพร้อมกันกับจิตขณะอื่นๆ ครับ

บุคคลผู้ที่เข้าใจพระธรรมย่อมจะไม่ประมาทในชีวิต ไม่ประมาทกำลังของกิเลส ไม่ประมาทในการเจริญกุศลประการต่างๆ รวมถึงการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญาในชีวิตประจำวันด้วย เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย ไม่มีใครรอดพ้นจากความตายไปได้เลย ทั้งคนดี คนไม่ดี คนร่ำรวย คนยากจน เข็ญใจ เป็นต้น ล้วนมีความตายเป็นที่สุดทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้วไม่วันใดก็วันหนึ่ง การเป็นคนดีและฟังพระธรรมให้เข้าใจขึ้น เป็นคนดีขึ้นทุกๆ ขณะย่อมจะดีกว่า และจะเป็นประโยชน์แก่ชีวิตอย่างแท้จริง ครับ

... ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
วันที่ 31 ธ.ค. 2556

จุติจิต คือ จิตที่เคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ ไม่เกิดในขณะที่เป็นชวนวิถีจิต ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
chatchai.k
วันที่ 6 ธ.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
yu_da2554hotmail
วันที่ 16 ก.ค. 2566

ยินดีในกุศลจิตค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ