Print 
ในภูมิที่มีขันธ์๕ จิตใดไม่เป็นปัจจัยให้จิตตชรูปเกิด
 
papon
papon
วันที่  27 ธ.ค. 2556
หมายเลข  24241
อ่าน  1,038

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

ในภูมิที่มีขันธ์๕ จิตใดไม่เป็นปัจจัยให้จิตตชรูปเกิด (จากคำถามในปรมัตถธรรมสังเขป)
ขอความอนุเคราะห์ด้วยตรับ ขออนุโมทนาครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 27 ธ.ค. 2556 09:07 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

จิตตชรูป คือ  รูปที่เกิดจากจิต  หมายถึง  รูป  ๑๕  รูป  คือ  อวินิพโภครูป ๘  วิการรูป ๓ วิญญัติรูป ๒  สัททรูป ๑  ปริจเฉทรูป ๑ ซึ่่งเกิดจากจิตเป็นปัจจัย  จิตที่เป็นปัจจัยให้เกิดรูปได้มี ๗๕  ดวงเท่านั้น  เว้นจิต 16 ดวงคือ  ทวิปัญจวิญญาณ  ๑๐  อรูปวิบากจิต  ๔  ปฏิสนธิจิต  ไม่เป็นปัจจัยให้เกิดจิตตชรูป  เพราะจิตในขณะปฏิสนธิกาลมีกำลังอ่อน  จุติจิตของพระอรหันต์  ก็ไม่เป็นปัจจัยให้เกิดจิตตชรูป  เพราะเป็นความสิ้นสุดของ  สังสารวัฏฏ์  หมดความสืบต่อของนามและรูปทั้งปวง 

     เขิญอ่านคำบรรยายท่านอาจารย์สุจินต์เพิ่มเติมที่นี่ ครับ
     ขณะนี้  จิตเกิดขึ้นดวงหนึ่ง  มีเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างน้อยที่สุด ๗ ดวง  สำหรับทวิปัญญจวิญญาณ ไม่เป็นสมุฏฐานให้เกิดรูป  เพราะเหตุว่าเป็นจิตที่มีกำลังอ่อน

     เพราะฉะนั้นที่จิตจะเป็นปัจจัยให้รูปเกิดขึ้นได้  ต้องเป็นจิตที่มีเจตสิกเกิดร่วมด้วยมากกว่า ๗ ดวง    เพราะเหตุว่าจิตซึ่งมีเจตสิกเกิดร่วมด้วยเพียง ๗ ดวง  ได้แก่ ทวิปัญจวิญญาณเท่านั้น  ซึ่งเป็นจิตที่มีกำลังอ่อน ไม่เป็นสมุฏฐานให้รูปเกิดขึ้น

     เพราะฉะนั้น  อย่างโลภมูลจิตเกิดขึ้น  มีเจตสิกเกิดร่วมด้วยมากกว่า ๗  ดวงในขณะนั้นมีเจตนาเจตสิกเกิดร่วมด้วย  เพราะฉะนั้นในขณะนั้นที่โลภมูลจิตเกิด  มีจิตตชรูปเกิดพร้อมอุปาทขณะของโลภมูลจิต  ซึ่งเจตสิกทุกดวงที่เกิดพร้อมโลภมูลจิตนั้น ก็เป็นปัจจัยให้จิตตชรูปเกิดร่วมด้วย
     เพราะฉะนั้นจิตตชรูปเกิดเพราะจิตและเจตสิกเป็นสมุฏฐาน ไม่ใช่เพราะจิตเป็นสมุฏฐานอย่างเดียว นี่ค่ะ  ชีวิตประจำวันจริง ๆ  

ขออนุโมทน

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 27 ธ.ค. 2556 12:40 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ถ้าไม่ได้อาศัยพระธรรมที่ีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง จะไม่สามารถเข้าใจถูกเห็นถูกตรงตามความเป็นจริงของธรรม ได้เลย  เพราะความเป็นจริงของธรรมเป็นจริงอย่างไรก็เป็นจริงอย่างนั้น  แม้จะมีจริง ๆ  แต่ก็ไม่รู้  จนกว่าจะได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง   แม้แต่ในเรื่องของจิต ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่มีจริง ๆ เกิดขึ้นเป็นไป เกิดดับสืบต่อกันอย่างไม่ขาดสาย  จิตขณะหนึ่งเกิดแล้วดับไป เป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อไปเำิกิดสืบต่อทันที   ซึ่งเมื่อได้ศึกษาก็จะเข้าใจได้ว่า  สำหรับในภูมิที่มีขันธ์  ๕  กล่าวคือ มีทั้งรูปธรรมและนามธรรม  ถ้าเป็นจิตที่เป็นจิตเห็น จิตได้ิยิน จิตไ้ด้กลิ่น  จิตลิ้มรส  จิตรู้สิ่งที่กระทบสัมผัสทางกาย  อันเป็นผลของกุศลและอกุศล จิตเหล่านี้ไม่สามารถทำให้เกิดจิตตชรูปได้เลย  รวมไปถึงในขณะที่ปฏิสนธิ ไม่สามารถทำให้เกิดจิตตชรูป  และ ถ้าเป็นภูมิที่ไม่มีรูปเกิดเลย  นามธรรม ก็ย่อมไม่เป็นปัจจัยให้เกิดจิตตชรูป  และถ้าเป็นผู้ที่ดับกิเลสถึงความเป็น  พระอริหันต์แล้วดับขันธปรินิพพาน  ก็ไม่เป็นปัจจัยให้เกิดสภาพธรรมใด ๆ  อีกเลย ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 27 ธ.ค. 2556 13:09 น.

อรูปวิบาก และจิตเห็น จิตได้ยิน เป็นต้น ไม่ทำให้เกิดรูป ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ