ในภูมิที่มีขันธ์ ๕ จิตใดไม่เป็นปัจจัยให้จิตตชรูปเกิด
 
papon
papon
วันที่  27 ธ.ค. 2556
หมายเลข  24241
อ่าน  1,755

เรียน อาจารย์ทั้งสองท่าน

ในภูมิที่มีขันธ์๕ จิตใดไม่เป็นปัจจัยให้จิตตชรูปเกิด (จากคำถามในปรมัตถธรรมสังเขป)
ขอความอนุเคราะห์ด้วย ครับ

ขออนุโมทนาครับ


  ความคิดเห็น 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 27 ธ.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

จิตตชรูป คือ รูปที่เกิดจากจิต หมายถึง รูป ๑๕ รูป คือ อวินิพโภครูป ๘ วิการรูป ๓ วิญญัติรูป ๒ สัททรูป ๑ ปริจเฉทรูป ๑ ซึ่่งเกิดจากจิตเป็นปัจจัย จิตที่เป็นปัจจัยให้เกิดรูปได้มี ๗๕ ดวงเท่านั้น เว้นจิต ๑๖ ดวง คือ ทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ อรูปวิบากจิต ๔ ปฏิสนธิจิต ไม่เป็นปัจจัยให้เกิดจิตตชรูป เพราะจิตในขณะปฏิสนธิกาลมีกำลังอ่อน จุติจิตของพระอรหันต์ ก็ไม่เป็นปัจจัยให้เกิดจิตตชรูป เพราะเป็นความสิ้นสุดของ สังสารวัฏฏ์ หมดความสืบต่อของนามและรูปทั้งปวง

เขิญอ่านคำบรรยายท่านอาจารย์สุจินต์เพิ่มเติมที่นี่ ครับ

ขณะนี้ จิตเกิดขึ้นดวงหนึ่ง มีเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างน้อยที่สุด ๗ ดวง สำหรับทวิปัญญจวิญญาณ ไม่เป็นสมุฏฐานให้เกิดรูป เพราะเหตุว่าเป็นจิตที่มีกำลังอ่อน

เพราะฉะนั้นที่จิตจะเป็นปัจจัยให้รูปเกิดขึ้นได้ ต้องเป็นจิตที่มีเจตสิกเกิดร่วมด้วยมากกว่า ๗ ดวง เพราะเหตุว่าจิตซึ่งมีเจตสิกเกิดร่วมด้วยเพียง ๗ ดวง ได้แก่ ทวิปัญจวิญญาณเท่านั้น ซึ่งเป็นจิตที่มีกำลังอ่อน ไม่เป็นสมุฏฐานให้รูปเกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น อย่างโลภมูลจิตเกิดขึ้น มีเจตสิกเกิดร่วมด้วยมากกว่า ๗ ดวงในขณะนั้นมีเจตนาเจตสิกเกิดร่วมด้วย เพราะฉะนั้น ในขณะนั้นที่โลภมูลจิตเกิด มีจิตตชรูปเกิดพร้อมอุปาทขณะของโลภมูลจิต ซึ่งเจตสิกทุกดวงที่เกิดพร้อมโลภมูลจิตนั้น ก็เป็นปัจจัยให้จิตตชรูปเกิดร่วมด้วย

เพราะฉะนั้น จิตตชรูปเกิดเพราะจิตและเจตสิกเป็นสมุฏฐาน ไม่ใช่เพราะจิตเป็นสมุฏฐานอย่างเดียว นี่ค่ะ ชีวิตประจำวันจริงๆ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 27 ธ.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ถ้าไม่ได้อาศัยพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง จะไม่สามารถเข้าใจถูกเห็นถูกตรงตามความเป็นจริงของธรรม ได้เลย เพราะความเป็นจริงของธรรมเป็นจริงอย่างไรก็เป็นจริงอย่างนั้น แม้จะมีจริงๆ แต่ก็ไม่รู้ จนกว่าจะได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง แม้แต่ในเรื่องของจิต ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่มีจริงๆ เกิดขึ้นเป็นไป เกิดดับสืบต่อกันอย่างไม่ขาดสาย จิตขณะหนึ่งเกิดแล้วดับไป เป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อไปเกิดสืบต่อทันที ซึ่งเมื่อได้ศึกษาก็จะเข้าใจได้ว่า สำหรับในภูมิที่มีขันธ์ ๕ กล่าวคือ มีทั้งรูปธรรมและนามธรรม ถ้าเป็นจิตที่เป็นจิตเห็น จิตได้ยิน จิตได้กลิ่น จิตลิ้มรส จิตรู้สิ่งที่กระทบสัมผัสทางกาย อันเป็นผลของกุศลและอกุศล จิตเหล่านี้ไม่สามารถทำให้เกิดจิตตชรูปได้เลย รวมไปถึงในขณะที่ปฏิสนธิ ไม่สามารถทำให้เกิดจิตตชรูป และ ถ้าเป็นภูมิที่ไม่มีรูปเกิดเลย นามธรรม ก็ย่อมไม่เป็นปัจจัยให้เกิดจิตตชรูป และถ้าเป็นผู้ที่ดับกิเลสถึงความเป็น พระอริหันต์แล้วดับขันธปรินิพพาน ก็ไม่เป็นปัจจัยให้เกิดสภาพธรรมใดๆ อีกเลย ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 27 ธ.ค. 2556

อรูปวิบาก และจิตเห็น จิตได้ยิน เป็นต้น ไม่ทำให้เกิดรูป ค่ะ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 21 ม.ค. 2564

ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ