Print 
การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นลักษณะของลักขณรูปของกลุ่มนั้นๆใช่หรือไม่อย่างไร
 
papon
papon
วันที่  27 ธ.ค. 2556
หมายเลข  24245
อ่าน  1,314

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน
     การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นลักษณะของลักขณรูปของกลุ่มนั้นๆใช่หรือไม่อย่างไร
ขอความอนุเคราะห์ด้วยครับ ขออนุโมทนาครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 27 ธ.ค. 2556 22:00 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     เมื่อกล่าวถึงสภาพธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัยแล้ว  ก็ต้องเกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุปัจจัย และเมื่อเกิดแล้วก็มีความดับไปเป็นธรรมดา ไม่มีธรรมแม้แต่อย่างเดียวที่เกิดแล้วจะไม่ดับ   ล้วนแล้วต้องดับไปทั้งนั้น  เห็น เกิดแล้วดับ  ได้ยินเกิดแล้วดับ   สี เกิดแล้วดับ  เสียงเกิดแล้วดับ เป็นต้น  แต่เมื่อกล่าวถึงนามธรรม(จิตและเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย)  กับ  รูปธรรมแล้ว  นามธรรมมีอายุที่สั้นแสนสั้น คือเพียง ๓ อนุขณะ คือ  ๓ ขณะย่อย  อันได้แก่  ขณะที่เกิดขึ้น (อุปปาทะ)  ขณะที่ดำรงอยู่ยังไม่ดับ (ฐิติ) และ ขณะที่ดับ (ภังคะ)  แต่ถ้าเป็นรูปธรรมที่มีสภาวลักษณะเป็นของตนเองมีอายุเท่ากับจิตเกิดดับ ๑๗ ขณะ  (หรือ ๕๑ อนุขณะของจิต) รูปธรรมที่มีสภาวลักษณะเป็นของตนเอง (สภาวรูป) นั้นเมื่อเกิดแล้วยังไม่ดับทันที  จะมีลักขณรูป  ๔ ได้แก่

เมื่อรูปเกิดขึ้นขณะแรกนั้น เป็น อุปจยรูป ๑
ขณะที่รูปเจริญขึ้น เป็น สันตติรูป ๑
ขณะที่รูปเสื่อมลง เป็น ชรตารูป ๑
ขณะที่รูปดับ เป็น อนิจจตารูป ๑

     สภาวรูปแต่ละกลุ่มมีอายุเท่ากับ ๕๑ อนุขณะของจิต  เทียบอนุขณะที่ ๑  เป็นอุปจยรูป  อนุขณะที่ ๕๑  เป็นอนิจจตารูป  ส่วนอนุขณะที่ ๒  -  ๕๐  เป็นสันตติรูป และชรตารูป   ดังนั้น รูปแต่ละกลุ่ม ต้องมีลักขณรูปทั้ง ๔  คือ เมื่อมีอุปจยะ คือ การเกิดของรูป  แล้วก็ต้องมีสันตติ คือ ความสืบต่อจากการเกิดนั้นเพราะรูปนั้นยังไม่ดับ  และเมื่อพิจารณาถึงลักษณะของสภาพธรรมรูปเป็นสังขตธรรมต้องมีการเกิดดับ  ดังนั้นในระหว่างขณะที่เกิดกับขณะที่ดับก็ต้องมีความสืบต่อที่จะต้องเป็นไปและเสื่อมลงจนกว่าจะถึงขณะที่รูปนั้นดับไป โดยอุปจยะและสันตติเป็นฝ่ายเกิด   ชรตา และอนิจจตาเป็นฝ่ายดับ  ซึ่งเป็นสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้งอย่างยิ่ง   ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 27 ธ.ค. 2556 23:01 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
papon
papon
วันที่ 28 ธ.ค. 2556 00:22 น.

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

ทำไมรูปบางกลุ่มไม่มีลักขณรูปร่วมด้วยครับขอ ความ อนุเคราะห์ ด้วย ครับ

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
mon-pat
mon-pat
วันที่ 28 ธ.ค. 2556 07:42 น.

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 28 ธ.ค. 2556 18:45 น.

เรียนความคิดเห็นที่ ๓  ครับ

รูปมีหลากหลายมาก  รูปที่มีลักษณะ ก็มี  รูปที่ไม่มีลักษณะ ก็มี  ที่กล่าวถึงนั้น เป็นรูปที่ไม่มีลักษณะ  หมายถึง  อสภาวรูป  ๑๐  รูป  คือ
ปริจเฉทรูป  ๑
วิญญัติรูป  ๒    
วิการรูป  ๓   
ลักขณรูป  ๔
     เพราะไม่มีสภาวะเป็นของตนเอง  จึงไม่มีลักษณะที่เป็นอนิจจัง  ทุกขัง และอนัตตาเป็นของตน  แต่อสภาวรูป หรือ สลักขณรูป  ก็เป็นสังขารธรรม  เพราะอาศัยสลักขณรูป (รูปที่มีลักษณะ)ซึ่งมีลักษณะที่เป็นอนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา  เมื่อสลักขณรูปไม่เที่ยง  มีการเกิดขึ้นและดับไป  อสลักขณรูปซึ่งอิงอาศัยสลักขณรูปจึงไม่เที่ยง  เป็นทุกข์  และเป็นอนัตตาไปด้วย   ความเป็นจริง เป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น  ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 13:45 น.

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ