ปริยัติกับปฏิบัติ
 
ผู้มีกิเลส
วันที่  18 ก.ค. 2556
หมายเลข  23203
อ่าน  1,675

ปริยัติกับปฏิบัติ มีความหมายอย่างไร


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 18 ก.ค. 2556 09:06 น.

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  สาวกคือ ผู้สำเร็จได้จากการฟัง ฟังอะไร  คือ  ฟังพระธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรง

แสดงไว้ เพื่ออะไร เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า การศึกษาต้อง

เป็นไปตามลำดับ   คือ เริ่มจากความเข้าใจที่ถูกต้องคือ ปริยัติ  เมื่อมีความเข้าใจที่ถูก

ต้อง ก็ย่อมนำไปสุ่การปฏิบัติที่ถูกต้อง   เมื่อปฏิบัติที่ถูกต้องก็ย่อมนำไปสู่ปฏิเวธ  การ

บรรลุธรรม ดังนั้นจึงเป็นปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ   ซึ่ง ปริยัติและปฏิบัติไมได้แยกจากกัน

คือ เกี่ยวเนื่องกันไปครับ ถ้าไม่เข้าใจขั้นการฟัง จะปฏิบัติถูกไมได้เลยครับ  แต่เพราะ

อาศัยคำสอนของพระพุทธเจ้า ขณะที่เข้าใจในขณะที่ศึกษา ในขณะที่ฟัง  ขณะนั้นก็

ปัญญาค่อยๆเจริญแล้ว จนถึงปัญญาที่รู้ความจริงในขณะนี้   ขณะนั้นก็เป็นปฏิบัติ ใคร

ปฏิบัติ ธรรมปฏิบัติ คือ ปัญญาเกิดรู้ความจริงนั่นเอง อันอาศัยปริยัติคือการฟังพระธรรม

ศึกษาพระธรรม ดังนั้นเพราะอาศัยการฟังพระธรรม   ศึกษาพระธรรมก็ย่อมทำให้เข้าใจ

ว่าปฏิบัติคืออะไร เพราะถ้าไม่ศึกษาจากพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง  จะเข้าใจ

ได้อย่างไรว่าปฏิบัติคืออะไร   คำพูดใดของบุคคลใด ถูกหรือผิด  แม้แต่คำว่าปฏิบัติ ก็

เข้าใจเป็นการทำอะไรซักอย่างที่ยุคสมัยนี้เข้าใจว่าคือการทำ การนั่งสมาธิคือการปฏิบัติ

แต่ในความจริงแล้ว คำว่า ปฏิบัติ แปลความหมายแล้ว หมายถึง การถึงเฉพาะ ถึงเฉพาะ

ซึ่งสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ครับ

   ปฏิบัติธรรม จึงหมายถึง  ถึงเฉพาะธรรม  แต่ถ้าไม่ฟังให้เข้าใจก่อนขั้นการฟังให้ถูก

ต้องว่า ธรรมคืออะไร แล้วจะไปหาธรรมอะไร ไปปฏิบัติธรรมอะไร ในเมื่อยังไม่เข้าใจ

ในสิ่งที่หาคือ ธรรม ครับ  เพราะฉะนั้น  ธรรมคือสิ่งที่มีจริง ที่มีลักษณะ  ที่ไม่ใช่สัตว์

บุคคล ที่เป็นนามธรรมและรูปธรรม อันเป็น จิต เจตสิก รูป เช่น การเห็น เป็นจิต เป็น

ธรรม การได้ยิน เป็นจิต เป็นธรรม คิด เป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นจิต เป็นธรรม ความ

โกรธ เป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นเจตสิก เป็นธรรม เสียง เป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็น

รูป เป็นธรรม จากที่กล่าวมา  จะเห็นว่า ธรรมคือ สิ่งที่มีจริงในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการ

ปฏิบัติธรรม หรือ ที่เรียกว่าปฏิบัติเพื่อรู้ตัวธรรม  ก็ต้องรู้สิ่งที่เป็นธรรมในชีวิตประจำวัน

มีตอนอยู่ในห้องปฏิบัติใช่หรือไม่   ตัวธรรม มีตอนที่นั่งสมาธิหรือไม่ครับ  สำหรับธรรม

หรือมีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้น การปฏิบัติธรรมก็คือการรู้ความจริงในสิ่งที่มี

ในชีวิตประจำวัน ด้วยการฟังพระธรรมในเรื่องสภาพธรรม เรื่องสติปัฏฐาน   จะเห็นครับ

ว่า เพราะอาศัยการศึกษา  ฟังพระธรรมที่ถูกต้องก็ย่อมเข้าใจว่าธรรมคืออะไร ปฏิบัติคือ

อะไร ก็จะทำให้เป็นผู้เดินทางในหนทางที่ถูกด้วยการศึกษาพระธรรม   นี่คือประโยชน์

ของการศึกษาพระธรรม   ฟังพระธรรมทำให้เห็นถูกและเข้าใจในสิ่งที่ถูกตามความเป็น

จริง แม้แต่คำว่า ธรรมและคำว่าปฏิบัติธรรมครับ

ประโยชน์ของการฟัง ศึกษาพระธรรมที่ถูกต้อง จึงเป็นเบื้องต้นของการบรรลุธรรม ครับ

สมดังพระพุทธพจน์ที่ว่า ต้องอาศัยการฟังธรรม พิจารณาธรรมโดยแยบคาย และ

การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม คือ ปัญญาเกิดในขณะที่ฟังธรรมนั่นเอง ย่อมถึง

ความเป็นพระโสดาบันครับ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 279
  
                                
๕.  ทุติยสาริปุตตสูตร                          ว่าด้วยองค์ธรรมเครื่องบรรลุโสดา

           [๑๔๒๗]   ครั้งนั้น         ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ    ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว    นั่ง  ณ  ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามท่านพระสารีบุตรว่า         ดูก่อนสารีบุตรที่เรียกว่า  โสตาปัตติยังคะ*  ๆ   ดังนี้   โสตาปัตติยังคะเป็นไฉน.           [๑๔๒๘]   ท่านพระสารีบุตรกราบทูลว่า              ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญโสตาปัตติยังคะ  คือ  สัปปุริสสังเสวะ       การคบสัตบุรุษ  ๑       สัทธรรมสวนะฟังคำสั่งสอนของท่าน  ๑  โยนิโสมนสิการ    กระทำไว้ในใจโดยอุบายที่ชอบ ๑ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ  ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑.           [๑๔๒๙]  พ.   ถูกละ ๆ  สารีบุตร โสตาปัตติยังคะ  คือ  สัปปุริสสังเสวะ ๑  สัทธรรมสวนะ ๑  โยนิโสมนสิการ ๑  ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ   ๑. ฯลฯ

****************************

เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ ครับ

ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ที่ถูกต้องคืออย่างไร

การอบรมเจริญปัญญาขาดปริยัติไม่ได้ ไม่ใช่จะไปปฏิบัติเลย

ปัญญาต้องมาจากปริยัติธรรม - บ้านธัมมะ

การศึกษาปริยัติเกื้อกูลการปฏิบัติอย่างไร - บ้านธัมมะ

เชิญคลิกชมวีดีโอได้ที่นี่ ครับ

ปริยัติจะเกื้อกูลต่อการปฏิบัติธรรมอย่างไร - บ้านธัมมะ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 18 ก.ค. 2556 13:57 น.

 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  ถ้าหากว่าไม่มีการศึกษาพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ไม่มีความ

เข้าใจถูกเห็นถูกตั้งแต่ต้นแล้วไม่มีทางที่จะมีปัญญาเจริญขึ้นในขั้นต่อไปที่เป็นขั้นระลึก

รู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จนถึงขั้นประจักษ์แจ้ง

ความจริงดับกิเลสตามลำดับขั้น ได้เลย ถ้าหากว่าไม่ต้องเรียนปริยัติ ให้ไปทำอย่างหนึ่ง

อย่างใดขึ้นมาเพื่อที่จะได้รู้ความจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็คงไม่ต้องมีก็ได้ แต่ความ

จริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย เพราะพระองค์ทรงตรัสรู้ความจริงของสภาพธรรมแล้ว

ทรงแสดงให้ผู้อื่นได้รู้ตามความเป็นจริง ทรงแสดงพระธรรมตลอดระยะเวลา ๔๕

พรรษา ก็เพื่อประโยชน์คือความเข้าใจถูกเห็นถูกของผู้ที่ได้ฟังได้ศึกษาอย่างแท้จริง

เพราะธรรมไม่ง่ายและไม่สามารถคิดธรรมเอาเองได้

   พระอริยสงฆ์สาวกในอดีตเริ่มตั้งแต่พระอัญญาโกญฑัญญะ เป็นต้น ล้วนเป็นผู้ได้

ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วทั้งนั้น

     ถ้ามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแล้ว ก็จะไม่ว่างเว้นจากการศึกษาพระธรรมอรมเจริญ

ปัญญาเลย ค่อยๆสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย ดำเนินตามหนทาง

ที่พระอริยสงฆ์สาวกดำเนินแล้วซึ่งเป็นหนทางเดียวและเป็นหสทางเดิมคือหนทางแห่ง

การอรมเจริญปัญญา เพระมีปริยัติที่ถถูกต้อง ปฏิปตติคือการถึงเฉพาะลักษณะ

ของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏด้วยสติและปัญญา จึงมีได้ และเพราะมีปฏิปัตติที่ถูกต้อง

ปฏิเวธ จึงมีได้ ซึ่งจะต้องมีรากฐานสำคัญตั้งแต่ในขั้นปริยัติ คือ การรอบรู้ในพระธรรม

คำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 18 ก.ค. 2556 14:24 น.

ต้องอาศัยการฟังที่ถูกต้อง แล้วเข้าใจ จึงจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูก ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Boonyavee
วันที่ 18 ก.ค. 2556 22:46 น.

ขอกราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ผู้มีกิเลส
วันที่ 19 ก.ค. 2556 16:33 น.

ขอขอบคุณทุกความเห็นที่ให้ปัญญาแก่ข้าพเจ้า สาธุครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เจียมจิต
เจียมจิต
วันที่ 10 ก.ย. 2560 00:56 น.

กราบนอบน้อม..อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
lokiya
วันที่ 1 ม.ค. 2562 21:14 น.

สาธุครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ