Print 
เรียนถามเรื่องการถวายทาน
 
dets25226
วันที่  23 ธ.ค. 2555
หมายเลข  22224
อ่าน  1,534

สวัสดีครับ
วันนี้ มีข้อสงสัยเรื่องการถวายทานมาเรียนถามครับ ในงานเลี้ยงเพลพระ ถ้าแม่ครัวเป็นคนถวายสำรับอาหารเอง โดยที่เจ้าภาพไม่ได้ถวายด้วยตนเอง ในกรณีอย่างนี้ เจ้าภาพจะได้บุญหรือไม่ หากได้ ใครจะได้บุญมากกว่าครับ สาเหตุที่ถาม เพราะว่า มีคนบอกว่า ถ้าไม่ได้ถวายด้วยตนเอง จะไม่ได้บุญ... ฯ
ด้วยความเคารพอย่างสูง


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 23 ธ.ค. 2555 22:16 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     บุญ อยู่ที่จิต เพราะฉะนั้น กุศลขั้นทาน ก็คือ เจตนาที่จะให้ในขณะนั้น ขณะนั้นเป็นบุญ เพราะฉะนั้น หากเจ้าภาพ ไม่ได้ถวายเอง ให้คนอื่นถวาย แต่เจ้าภาพก็มีเจตนาสละ มีจิตคิดจะให้แล้ว ก็เป็นบุญแล้วในขณะนั้น โดยให้คนอื่นให้ทาน พระท่านก็ได้รับ คือ ผู้รับก็ได้ในทานที่ตนเองเป็นคนออกเงินเป็นเจ้าภาพมีเจตนาสละให้ กรรมคือ กุศลขั้นทานก็เป็นอันสำเร็จแล้วด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น จะเป็นกุศล หรือ ไม่เป็นกุศล ก็สำคัญที่จิต หากมีจิตคิดสละก็เป็นบุญ ครับ 

     ส่วนกรณีที่ถามว่าใครจะได้บุญมากกว่ากัน บุญจะมาก หรือ น้อย สำคัญที่สภาพจิตเป็นสำคัญด้วย และ ผู้ที่รับทานนั้น ในกรณีนี้ ผู้ที่รับทาน ต่างก็เป็นบุคคลเดียวกันจึงสำคัญที่สภาพจิต ครับ ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าจะเป็นบุญ กุศลมาก หรือ น้อย หากสภาพจิตผ่องใส และ ประกอบด้วยปัญญา มีการเชื่อกรรมและผลของกรรมในขณะให้บุญ กุศลก็มีมาก เพราะ จิตบริสุทธิ์ ไม่ได้มีการต้องการผลบุญ ที่เป็นโลภะ สลับกับกุศล  แต่ถ้าเกิดจิตอกุศลสลับ เช่น  อยากได้บุญ หรือ หวังผลของบุญที่ทำ หรือเป็นกุศลที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา  สภาพจิตก็หยาบ ไม่ละเอียดเท่ากุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา ครับ บุญก็ย่อมน้อยกว่า ตามสภาพจิต  เพราะฉะนั้น ก็แล้วแต่จิตของผู้ให้ทานเอง หรือ ผู้ที่เป็นเจ้าภสาพว่าสภาพจิตเป็นอย่างไร ครับ

     ส่วน การให้ทานด้วยมือของตน ย่อมจะเป็นการเคารพในทาน แสดงถึงความมีกำลัง ที่สามารถที่จะให้ได้ด้วยตนเอง ครับ

    ซึ่งจะขอยกตัวอย่าง เช่น พระเจ้าปายาสิ เป็นพระราชา ฝากคนใช้ ใส่บาตรกับพระภิกษุ พระเจ้าปายาสิเกิดกุศลจิตคิดจะให้ แต่ไม่เคารพในทาน สักว่าให้ และฝากคนอื่น ก็ได้ผลของกุศล แต่เกิดในสวรรค์ชั้นที่ 1 คือ จาตุมหาราชิกา ส่วนคนใช้ ที่ถวายด้วยมือของตน ที่พระเจ้าปายาสิ ฝากให้ถวายพระ ได้เกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่สูงกว่า เพราะ ความเคารพในทาน จิตละเอียดกว่า และ ให้ด้วยมือของตน แต่ทั้งสอง ก็เกิดกุศลจิตทั้งคู่ ครับ เพียงแต่สภาพจิตแตกต่างกัน ผลของบุญจึงแตกต่างกัน ไปตามสภาพจิต ครับ ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ ครับ
การให้ทานของพระยาปายาสิ [มหาวรรค]

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 24 ธ.ค. 2555 02:57 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 24 ธ.ค. 2555 07:34 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาอาจารย์ผเดิม และทุก ๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 ธ.ค. 2555 20:58 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     จุดประสงค์ของการศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรม เพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริง เป็นไปเพื่อละความไม่รู้ แม้ในเรื่องของการเจริญกุศล ก็ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น แต่เพื่อขัดเกลากิเลส กุศลเป็นสภาพธรรมฝ่ายดี ควรที่จะอบรมเจริญในชีวิตประจำวัน ขณะใดที่กุศลจิตเกิด ขณะนั้นจะเบาสบายผ่องใส ซึ่งจะตรงกันข้ามกับขณะที่จิตเป็นอกุศลอย่างสิ้นเชิง  แม้ในขณะที่ให้ทาน ประโยชน์จริงๆคือเพื่อขัดเกลากิเลสของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียด การให้ทานจะเกิดขึ้นได้ เมื่อมีวัตถุที่จะพึงให้ ถ้าสะดวกก็สามารถให้ด้วยตนเอง ถ้าไม่สะดวกในบางโอกาสก็สามารถบอกกล่าวเพื่อให้ผู้อื่นดำเนินการแทนก็ได้ ขณะนั้นก็มีจิตใจที่ดีที่จะสละวัตถุทานเพื่อประโยชน์แก่ผู้รับแล้ว

     ถ้าเป็นผู้ได้ศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรมก็จะทำให้เห็นอกุศลที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงแล้วเริ่มขัดเกลากิเลสของตนเองและเป็นผู้ที่เข้าใจในเหตุในผลมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดย่อมเป็นเพราะได้ศึกษาพระธรรมฟังพระธรรมปัญญาเจริญขึ้นไปตามลำดับ การเจริญกุศลทั้งหลาย ที่ถูกต้องแล้ว ควรจะเป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลสของตนเอง  ครับ

... ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 24 ธ.ค. 2555 21:06 น.

ได้บุญทั้งเจ้าภาพ และ คนที่ไปถวายเอง เช่น ในพระไตรปิฎกแสดงว่า เศรษฐีคนหนึ่งให้คนใช้ไปใส่บาตร ได้บุญทั้งสองท่าน แม้เศรษฐีจะเสียดายของที่ให้เพราะไปให้ของที่ประณีตกับพระปัจเจกพุทธเจ้า แต่ก็ทำให้ท่านเกิดเป็นคนรวยเพราะผลของบุญ  แต่ไม่ยอมบริโภคของดี ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Nop.p
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 07:07 น.

การให้ทานขึ้นอยู่ที่บุคคล  เราต้องการให้ก็คือให้ ในขณะจิตนั้นเราปลงแล้วในการทำบุญกุศล เราใช้ให้บุคคลอื่นทำกาละแทน ก็ถือว่าทานแล้วก็ถือว่าได้บุญ.
-บุคคลใดที่ทำบุญอย่าหวังบุญนั่นและบุญ ? สาธุ.

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
panasda
วันที่ 15 ส.ค. 2556 16:38 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ