Print 
ร่างทรง
 
นิรมิต
วันที่  21 ธ.ค. 2555
หมายเลข  22213
อ่าน  2,462

กราบสวัสดีท่านวิทยากรและมิตรธรรมทุกท่าน
อยากขอเรียนถามว่า โดยความเข้าใจของคนทั่วไป "ร่างทรง" คืออะไร แล้วในความเป็นจริงแล้ว เป็นอย่างไร มีได้ไหม ได้เพราะเหตุใด ไม่ได้เพราะเหตุใด
ขอบพระคุณครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 23 ธ.ค. 2555 17:29 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     เมื่อไม่ได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ  ก็ไปทำอะไรด้วยความไม่รู้  ด้วยความไม่เข้าใจ  ด้วยความเห็นผิด ประการต่าง ๆ มากมาย  ไม่เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของปัญญาและกุศลธรรมทั้งหลายทั้งปวงเลย  ไม่เป็นไปตามคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงด้วย ตนเองมากไปด้วยความไม่รู้แล้ว  ยังส่งเสริมให้ผู้อื่นเกิดความไม่รู้ เกิดความงมงายเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย  แสดงให้เห็นตามความเป็นจริงว่า  ความไม่รู้ และความเห็นผิด นั้น  ตลอดจนถึงกิเลส อกุศลธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นไม่นำมาซึ่งคุณประโยชน์ใด ๆ เลย

     แม้แต่ในเรื่องร่างทรง ก็เช่นเดียวกัน  เป็นการกระทำของคนผู้ไม่รู้ นั่นเอง  การเข้าทรงหรือ ร่างทรง  ไม่มีในคำสอนทางพระพุทธศาสนาเลย  จะเห็นได้ว่า  ไม่มีคำสอนในทางพระพุทธศาสนาแม้แต่บทเดียว  ที่จะส่งเสริมให้คนงมงายเลยหรือให้เกิดอกุศลพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษา  เป็นไปเพื่อปัญญา ความรู้ความเข้าใจถูกเห็นถูก โดยตลอด

     ที่จะพ้นไปจากความไม่รู้ และ ความเห็นผิด ได้ ก็ต้องด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ ไม่ประมาทในพระธรรมแต่ละคำ ๆ ที่ได้ยินได้ฟัง ครับ
ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
ร่างทรง องค์เจ้า
การทรงเจ้า...... ร่างทรง
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 23 ธ.ค. 2555 17:57 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     จากคำถามที่ว่า  โดยความเข้าใจของคนทั่วไป "ร่างทรง" คืออะไร ร่างทรงในความหมายของคนทั่วไป  ก็คือ บุคคลที่สามารถจะรับจิต วิญญาณของผู้อื่นที่จากไปแล้ว หรือ จากจิตวิญญาณของผู้อื่นที่เป็นเทพ เทวดา  มาสิงสถิตอยู่ในร่างกายของตนเองได้ ครับ จากคำถามที่ว่า แล้วในความเป็นจริงแล้ว ร่างทรงเป็นอย่างไร มีได้ไหม ได้เพราะเหตุใด ไม่ได้เพราะเหตุใด

     ซึ่งในความเป็นจริงที่เป็นสัจจะตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงนั้น  จิตของแต่ละคนก็ของแต่ละคน ไม่มีใคร หรือ ไม่มีจิตของคนใดมาสิงสถิตอยู่ที่ร่างกายของคนอื่นได้เพราะ ความจริง คือ จิตเกิดขึ้นและดับไป ไม่เที่ยงเลย จิตเกิดที่ไหน ดับที่นั่น จึงไม่มีจิตที่เที่ยง ยั่งยืน จะมาอยู่สิงในร่างกายของคนอื่นได้ ครับ

    อีกอย่างหนึ่ง  จิตเมื่อเกิดขึ้น จะต้องมีที่เกิด ซึ่ง เรียกว่า วัตถุ ซึ่งที่เกิดของจิต มี 6 คือจักขุ (ตา) หู จมูก ลิ้น กาย และ หทยรูป  เพราะฉะนั้น  การที่จิตอื่นจะมาอยู่ มาสิงในร่างกายคนอื่นจึงไม่ใช่ฐานะ  เพราะ จิตของบุคคลอื่น จะมาเกิดในรูปของคนอื่นไม่ได้ต้องเกิดที่รูปของบุคคลนั้นเองเป็นสำคัญ ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 24 ธ.ค. 2555 02:50 น.

ขออนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ