ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ มูลนิธิฯ วันบูชาพระรัตนบุษยภาชน์ฯ ๑๘ พ.ย. ๒๕๕๕

 
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  19 พ.ย. 2555
หมายเลข  22073
อ่าน  3,131

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้จัดให้มีการสนทนาธรรม และ การบูชาพระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต ที่ทางมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดย ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้รับโอกาสจากสมาคมมหาโพธิ์ ที่สารนาถ เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย ในการจัดสร้างที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นการสร้างที่ครอบที่ประดิษฐานองค์เก่า ที่พระเจ้าอโศกมหาราชสร้างขึ้น และ ท่านอนาคาริกธรรมปาละ ได้สร้างที่ครอบไว้แต่เดิม แต่ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เพื่อให้ที่ครอบที่ประดิษฐานองค์ใหม่ มีความสวยงามเหมาะสม ดังที่ท่านอาจารย์สุจินต์ได้แสดงเจตนารมณ์ กราบขอโอกาสในการจัดสร้าง จากท่านพระเรวัตตะเถระ เลขาธิการสมาคมมหาโพธิ์ เมื่อคราวไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อปีที่แล้ว ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๔

(ที่ประดิษฐานองค์เก่า ที่พระเจ้าอโศกมหาราชสร้างขึ้น ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา)

(ที่ครอบที่ประดิษฐานของท่านธรรมปาละ)

บัดนี้ การจัดสร้างที่ครอบที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหม่ดังกล่าว ที่ทางมูลนิธิฯ โดย ท่านผู้มีกุศลศรัทธาทั้งหลาย ได้ร่วมกันบริจาค ทองคำ เพชร พลอย อัญมณีชนิดต่างๆ และ เงิน เป็นจำนวนมาก นั้น สำเร็จลุล่วงด้วยดี และได้รับการตั้งชื่อที่ประดิษฐานองค์ใหม่นี้ จากอาจารย์เสาวนิต ยมาภัยว่า

"พระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต"

ซึ่งมีความหมายว่า

"ภาชนะเป็นเครื่องบรรจุหรือประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ อันมีรูปคล้ายดอกบัว สำเร็จด้วยแก้วอันประเสริฐ ซึ่งเปลี่ยนมาโดยลำดับ ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช"

ซึ่งในช่วงแรกของภาคเช้า ก่อนการสนทนาธรรม พลตรี ดร.วีระ พลวัฒน์ เลขานุการ มศพ. และ อาจารย์พีรพล คล้ายณรงค์ ช่างทองหลวง ผู้ออกแบบ และสร้าง ได้ร่วมกันอธิบายรายละเอียด และขั้นตอนของการสร้างให้ที่ประชุมในวันนั้นได้ทราบอย่างละเอียด

และ ได้เปิดให้ทุกๆ ท่าน ได้มีโอกาสเข้าชื่นชมและสักการะอย่างใกล้ชิดก่อนการสนทนาธรรม ที่มีขึ้น ในเวลา ๑๑.๐๐ น.

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 455

ข้อความบางตอนจาก มหาปรินิพพานสูตร

"... จริงอยู่ สรีระของพระพุทธเจ้าผู้มีพระชนมายุยืนทั้งหลาย ย่อมติดกันเป็นพืด เช่นกับแท่งทองคำ ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอธิษฐานพระธาตุให้กระจายว่า

เราอยู่ได้ไม่นานก็จะปรินิพพาน ศาสนาของเรายังไม่แพร่หลายไปในที่ทั้งปวงก่อน เพราะฉะนั้น เมื่อเราแม้ปรินิพพานแล้ว มหาชนถือเอาพระธาตุ แม้ขนาดเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด ทำเจดีย์ในที่อยู่ของตนๆ ปรนนิบัติ จงมีสวรรค์ เป็นที่ไปในเบื้องหน้า ..."

ท้าวมฆวานเทพกุญชร ผู้เป็นอธิบดีในสวรรค์ ชั้นไตรทศ ได้ตรัสคำนี้กะมาตลีเทพสารภีว่า

ดูก่อนมาตลี ท่านจงดูผลแห่งกรรมอันวิจิตรน่าอัศจรรย์นี้ ไทยธรรม (ของที่ให้) ที่เทพธิดานี้กระทำแล้ว ถึงจะน้อย บุญก็มีผลมากเมื่อจิตเลื่อมใสในพระตถาคตสัมพุทธเจ้าหรือในสาวกของพระองค์ก็ตาม ทักษิณาไม่ชื่อว่าน้อยเลย มาเถิด มาตลี แม้ชาวเราทั้งหลาย ก็ควรจะพากันบูชาพระบรมธาตุของพระตถาคต ให้ยิ่งยวดขึ้นไป เพราะการสั่งสมบุญนำสุขมาให้

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 383 ปีตวิมาน

หลังจากการเปิดให้เข้าชื่นชมและสักการะ พระรัตนบุษยภาชน์ฯ แล้ว ได้มีการสนทนาธรรมซึ่งอาจารย์กุลวิไล ได้กราบขอให้ท่านอาจารย์ ได้ให้ความเข้าใจ เกี่ยวกับธรรมะที่มีจริง ที่กำลังปรากฏ ในขณะนี้ เป็นความไพเราะ ที่ข้าพเจ้าขออนุญาตนำมาฝากทุกๆ ท่าน เพื่อพิจารณาร่วมกันครับ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

ท่านอาจารย์ :

วันนี้ ก็เป็นวันหนึ่งใน กาลครั้งหนึ่ง ซึ่งยากแสนยาก ที่จะมีวันนี้ได้ เพราะว่า โอกาสที่เราจะได้ฟังพระธรรม แล้วก็บูชาคุณพระรัตนตรัย ด้วยกุศลจิตทุกประการ เท่าที่ได้เห็นในวันนี้ ก็มีการอนุโมทนาในกุศลจิตของผู้ที่ได้ร่วมกันทำที่ครอบ ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งก็คงจะดำรงอยู่ต่อไปอีกนาน คงจะตราบเท่าที่พระศาสนา จะดำรงต่อไป

เพราะเหตุว่า พระบรมสารีริกธาตุที่สารนาถ ก็เป็นสิ่งคู่บ้านคู่เมืองของชาวอินเดีย ของชาวพุทธ และของโลก ด้วย เพราะฉะนั้น โอกาสที่ได้บูชาแล้วก็ได้ฟังพระธรรมด้วย เพราะเหตุว่าถ้าบูชาเพียงด้วยวัตถุ ไม่ใช่พระพุทธประสงค์ของการบำเพ็ญบารมี แต่การที่ทรงบำเพ็ญพระบารมี แม้ว่า จะทรงดับขันธปรินิพพานไปแล้ว สิ่งที่ยังไม่อันตรธาน คือพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งควรแก่การบูชาอย่างยิ่ง

แต่ว่า ผู้ใดก็ตาม ที่ไม่ได้เข้าใจธรรมะ ก็จะไม่เห็นค่า ไม่เห็นความเป็นรัตนะ ไม่เห็นความเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดของพระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ ต้องสำหรับผู้ที่สะสมมา มีโอกาสได้ยินได้ฟัง แล้วก็เคารพบูชา ไม่ใช่เพียงด้วยวัตถุ แต่ว่า ด้วยความนอบน้อมประพฤติ ปฏิบัติตาม ด้วยการศึกษา ด้วยความละเอียดรอบคอบ

เพราะเหตุว่า พระธรรม เป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง ปรากฏทุกวัน มีทุกวัน ก็ไม่รู้ทุกวัน จนกว่าจะได้ฟังพระธรรมเมื่อไหร่ ก็เริ่มเข้าใจ เริ่มเห็นคุณ ของผู้ที่สามารถที่จะทำให้เข้าใจถูก เห็นถูก ในสิ่งที่กำลังมีจริงๆ ในขณะนี้ แล้วก็เห็นค่าว่า สิ่งที่มีในขณะนี้ ไม่ง่ายต่อการที่จะรู้ความจริง ลึกซึ้งอย่างยิ่ง ที่แต่ละคน ต้องบำเพ็ญบารมี คือ ความดีทุกอย่าง เพื่อที่จะขัดเกลาจิตที่เต็มไปด้วยอกุศล อวิชชา ความไม่รู้ แล้วก็ยังเพิ่ม ความเห็นผิด แล้วก็ยังเพิ่มความสำคัญตน แล้วก็ยังเพิ่มความหลงมัวเมา ในทุกสิ่งทุกอย่าง ในแต่ละวันแม้แต่ความติดข้อง วันนี้มีหรือเปล่า?

แม้มี ก็ไม่รู้ แต่ว่า พระธรรม ที่ทรงแสดง เหมือนกระจกเงา ทำให้ใครก็ตาม ที่เข้าใจแล้ว ขณะนั้น สามารถที่จะเห็นสภาพที่มีจริงในขณะนั้น ตามความเป็นจริง ค่อยๆ สะสม ความเห็นถูก

เมื่อวานนี้ ก็ได้กล่าวถึงเรื่อง "เห็น" กำลังเห็น แล้วก็เห็นมาแล้วมากในสังสารวัฏฏ์ แล้วก็จะเห็นต่อไป แต่ก็ยังไม่เข้าใจ "เห็น" ตามที่พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้ และ ทรงแสดงว่า ขณะนี้มี "เห็น" แล้วก็กำลังได้ยินคำว่า "เห็น" แต่ ... คิดเรื่องอื่น จริงมั้ยคะ?

เพราะฉะนั้น ก็แสดงให้เห็นว่า พระธรรมที่ทรงแสดง พูดถึง "สิ่งที่กำลังมี" เดี๋ยวนี้ เพื่อให้เข้าใจความจริงของแต่ละหนึ่ง ที่มีจริงๆ ที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้น ผู้ที่ได้ฟังพระธรรม ก็จะเป็นผู้ที่ตรง แล้วก็รู้ด้วยตนเองว่า ตั้งแต่ได้ฟังพระธรรมมา ในชาตินี้ ซึ่งก็ไม่สามารถจะรวมถึงชาติก่อนๆ แต่สิ่งที่ได้สะสมมาแต่ละชาติ ก็สามารถที่จะปรากฏให้รู้ความจริงว่า เมื่อฟังแล้ว มีความเข้าใจ ในสิ่งที่ฟัง มากน้อยแค่ไหน? แต่ต้องเป็นคนตรง เช่นคำถามว่า ขณะนี้กำลังเห็น "เข้าใจเห็น" ขณะนี้ แค่ไหน?

ฟังมานานแล้ว แล้วก็เป็นผู้ตรงด้วย ยังไม่เข้าใจ หรือว่า เริ่มจะเข้าใจ ถ้าเริ่มจะเข้าใจ ต่างกับตอนแรกที่ได้ฟัง แค่ไหน? หรือว่า เหมือนๆ กัน แต่คิดเอาเอง ว่าคงจะเข้าใจเพิ่มขึ้น? นี่เป็นสิ่งที่ละเอียดมาก ที่จะต้องรู้ว่า ฟังเข้าใจ เป็นความเข้าใจระดับหนึ่ง แต่ว่า ฟังเข้าใจอะไร? ฟังเข้าใจในสิ่งที่มีจริง เช่น "เห็น"

เพราะฉะนั้น เมื่อฟังเข้าใจเรื่องเห็น แต่ "ตัวเห็น" ขณะนี้มีจริงๆ เกิดขึ้นเห็น แล้วก็ดับไป สืบต่อ ไม่ใช่ใครทั้งสิ้น เป็นเพียง "ชั่วขณะ" ที่มีปัจจัยเกิดขึ้น แล้วก็ดับไป เท่านั้นเอง ใครเข้าใจอย่างนี้?

แต่ว่า ผู้ที่มีโอกาสได้ฟัง แล้วก็เห็นประโยชน์ เห็นความเป็นรัตนะ สิ่งที่มีค่าสูงสุด ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด คือ การตรัสรู้ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประกอบด้วย พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาคุณ ทรงแสดงความจริงของสิ่งที่มีจริงในขณะนี้ ให้เข้าใจถูกต้อง

นี่คือ สิ่งที่เป็นมรดกสำหรับชาวพุทธทุกคน คือ ปัญญา หลังจากที่ไม่เคยรู้อะไรเลยทั้งสิ้น ก็ค่อยๆ เข้าใจถูก ค่อยๆ เห็นถูก ในสิ่งที่กำลังมี ในขณะนี้

จนกว่าจะประจักษ์แจ้ง เช่นพระสาวกทั้งหลาย ที่บำเพ็ญสาวกบารมี สาวกโพธิสัตว์บารมี เพราะเหตุว่า ผู้ที่กำลังสะสมความเข้าใจ เพื่อรู้ความจริง ก็เป็นโพธิสัตว์ สัตว์ที่ข้องอยู่ ในการที่จะเข้าใจ สิ่งที่มีจริงๆ ที่ได้ยินได้ฟัง แล้วแต่ แต่ละชาติ จะได้ฟัง มากหรือน้อย แค่ไหน ก็รู้ว่า ที่ชื่อว่า ปัญญา หรือ ความเห็นถูก ไม่ใช่เห็นถูกอย่างอื่นเลยแต่ "เห็นถูก" ในสิ่งที่กำลังมี ขณะนี้ และ เป็นผู้ตรง ว่าเข้าใจแค่ไหน?

ถ้ายังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจเพียงเล็กน้อย ยังไม่พอที่จะรู้ความจริงว่า คำว่า "อนัตตา" ไม่ใช่เพียงคำพูด ที่เพียงจำ แต่ว่า เป็นคำที่แสดงลักษณะของสิ่งที่มีจริงว่า แต่ละหนึ่ง ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่ใช่ "อัตตา" แต่เป็น "อนัตตา"

เพราะเหตุว่า เป็นลักษณะของสิ่งที่มีจริง ที่เพียงเกิดขึ้น ปรากฏจริงๆ ว่ามี "ชั่วคราว" แล้วก็ดับไป นี่คือ ประมวลคำสอน ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งหมด ไม่พ้นคำว่า ธรรมะทั้งหลาย เป็นอนัตตา

เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ยังไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมะ เพียงหนึ่ง แต่ละหนึ่ง แล้วก็ ค่อยๆ เข้าใจขึ้น จะไม่มีการที่สามารถไถ่ถอน ความยึดมั่น ว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้เลย

และ แต่ละหนึ่งขณะ ก็เกิดปรากฏ แล้วก็ดับไป นี่คือ ความยากอย่างยิ่ง มีจริง ปรากฏจริง แต่ว่าสั้นมาก เล็กน้อยมาก แล้วก็ดับไป แต่ก็สามารถที่จะรู้ความจริง ว่าสิ่งที่มีในขณะนี้ เป็นอย่างนี้ ทุกกาลสมัย และ ผู้ใดก็ตาม ที่มีโอกาสได้ฟัง ก็จะรู้ว่า ขณะนั้น กำลังฟังพระธรรม ที่ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมี ทรงตรัสรู้และ ทรงอนุเคราะห์สัตว์โลก ให้ได้เข้าใจ

เพราะฉะนั้น ความเข้าใจ แม้เล็กน้อย ไม่ควรประมาทเลย ทุกสิ่งทุกอย่าง จะมีมากๆ ทันทีไม่ได้ แต่ต้องทีละเล็ก ทีละน้อย และ ต้องเป็นความเห็นถูก แล้วจะรู้ได้ (อย่างไร) ว่า เป็นความเห็นถูกหรือไม่ใช่ความเห็นถูก ถ้าเป็นความเห็นถูกจริงๆ จะละคลายความไม่รู้ และ ความติดข้อง แต่ขณะใด ที่ติดข้อง ต้องการ อยากรู้ แต่ไม่ได้รู้อะไรเลย จะละคลายการยึดถือสภาพธรรมะ ว่าเป็นสิ่งหนึ่ง สิ่งใด ไม่ได้เลย

ก็เป็นชีวิตประจำวัน เดี๋ยวนี้เอง ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองสาวัตถี พระนครพาราณสี เมืองโกสัมพี พระผู้มีพระภาคฯ ก็จะตรัส ให้รู้ความจริง ของสภาพธรรมะที่มีจริงเดี๋ยวนี้ ที่กำลังปรากฏ!!

"..ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือ รัตนะใดอันประณีตในสวรรค์ ทรัพย์และรัตนะนั้น เสมอด้วยพระตถาคตไม่มีเลย พุทธรัตนะแม้นี้ เป็นรัตนะอันประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้..."

ข้อความบางตอนจาก ... รัตนสูตร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๖ - หน้าที่ 2

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลศรัทธาของทุกๆ ท่านที่มีส่วนร่วมในการสร้างพระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต ในกาลนี้ด้วยครับ

และ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
วันที่ 19 พ.ย. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่ง

ในโลกนี้หรือในโลกอื่น

หรือ รัตนะใดอันประณีตในสวรรค์

ทรัพย์และรัตนะนั้น เสมอด้วยพระตถาคตไม่มีเลย พุทธรัตนะแม้นี้ เป็นรัตนะอันประณีต

ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

ขออนุโมทนา ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
วันที่ 19 พ.ย. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาัสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

... วันนี้ ก็เป็นวันหนึ่งใน กาลครั้งหนึ่ง ซึ่งยากแสนยาก ที่จะมีวันนี้ได้ เพราะว่า โอกาสที่เราจะได้ฟังพระธรรม แล้วก็บูชาคุณพระรัตนตรัย ด้วยกุศลจิตทุกประการ เท่าที่ได้เห็นในวันนี้ ก็มีการอนุโมทนาในกุศลจิตของผู้ที่ได้ร่วมกัน ทำที่ครอบ ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งก็คงจะดำรงอยู่ต่อไปอีกนาน คงจะตราบเท่าที่พระศาสนา จะดำรงต่อไป ...

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลศรัทธาของทุกๆ ท่าน

ที่มีส่วนร่วมในการสร้างพระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต ในกาลนี้ด้วยครับ

ขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่วันชัย ภู่งาม

ที่ได้ถ่ายทอดเหตุการณ์อันสำคัญยิ่ง ในครั้งนี้ ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
daris
วันที่ 20 พ.ย. 2555

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
เข้าใจ
วันที่ 20 พ.ย. 2555

ขอขอบนอบแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนา ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
j.jim
วันที่ 20 พ.ย. 2555

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ธนัตถ์กานต์
วันที่ 20 พ.ย. 2555

กราบเท้าบูชาท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารนวเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

กราบขอบพระคุณ คุณวันชัย

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
jaturong
วันที่ 20 พ.ย. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
thassanee
วันที่ 20 พ.ย. 2555

ขอขอบคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 20 พ.ย. 2555

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลศรัทธาของทุกๆ ท่าน

ที่มีส่วนร่วมในการสร้างพระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต ในกาลนี้ด้วยครับ

ขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณวันชัย มา ณ กาลครั้งนี้ ด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
kinder
วันที่ 20 พ.ย. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 20 พ.ย. 2555
กราบขอบคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตทุกท่านครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ผิน
วันที่ 21 พ.ย. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
Noparat
วันที่ 21 พ.ย. 2555

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลศรัทธาของทุกๆ ท่าน

ที่มีส่วนร่วมในการสร้างพระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต ในครั้งนี้ด้วยค่ะ

ขอบคุณ และ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณวันชัยด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
JANYAPINPARD
วันที่ 21 พ.ย. 2555

คงเป็น ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ประทับใจ ที่ได้เห็นความสวยงามของ พระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต ทั้งที่. ไม่ได้ตั้งใจไปดู ... แต่เห็นแล้วเสียดายหากไม่ได้ดู. งามวิจิตรด้วยอัญมณี ... การสร้างที่คำนึงถึงโครงร่าง. การใช้ประโยชน์. รองรับความยั่งยืนการใช้งานในอนาคต ... สิ่งที่อัศจรรย์ คือความสำเร็จที่มาจากความเหมาะสม. ความพร้อมของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างว่า มารวมกันได้อย่างไร เช่น ... อ.พีระพล (ออกแบบ) ... ดร.วีระ (โครงสร้างและโลหะ) ... พี่แก้วตาคุณสุกัญญา (คัดอัญญมนี) ... อ.เสาวนิตย์ (ผู้ตั้งชื่อ) ... ผู้มีจิตศรัทธามากมาย (มอบอัญญมณีและเงินชนิดมีไม่จำกัด) ... และหากไม่ใช่ดำริของท่านอาจารย์ก็คงไม่มีพระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต

ขอกราบอนุโมทนาทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
พรรณี
วันที่ 22 พ.ย. 2555

กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

และขออนุโมทนาในกุศลจิตกับทุกท่านค่ะ นับว่าเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ของชาวพุทธทุกคนที่ได้ร่วมกระทำกุศลในครั้งนี้

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
raynu.p
วันที่ 22 พ.ย. 2555

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
umpai
วันที่ 22 พ.ย. 2555

กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

และขออนุโมทนาในส่วนกุศลค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
Thanapolb
วันที่ 22 พ.ย. 2555

กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

และอนุโมทนาในกุศลจิตทุกท่าน ทั้งผู้สร้าง ผู้ร่วมแรง ผู้ร่วมปัจจัยในการสร้าง ผู้ให้กำลังใจ และผู้มีกุศลจิตทุกท่าน

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
Boonyavee
วันที่ 23 พ.ย. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
montha
วันที่ 24 พ.ย. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

ได้เห็นสิ่งที่มีจริง และดับไปแล้ว

เพราะเหตุว่า เป็นลักษณะของสิ่งที่มีจริง ที่เพียงเกิดขึ้น ปรากฏจริงๆ ว่ามี

"ชั่วคราว" แล้วก็ดับไป

นี่คือ ประมวลคำสอน ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งหมด

ไม่พ้นคำว่า ธรรมะทั้งหลาย เป็นอนัตตา

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
pat_jesty
วันที่ 24 พ.ย. 2555

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
nopwong
วันที่ 1 ธ.ค. 2555

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
รู้จบลงที่รู้
วันที่ 13 พ.ค. 2556

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 24  
 
รู้จบลงที่รู้
วันที่ 5 ก.ย. 2556

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพรักอย่างยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลศรัทธาของทุกๆ ท่าน

ที่มีส่วนร่วมในการสร้างพระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต ในกาลนี้ด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 25  
 
Nataya
วันที่ 9 พ.ค. 2563

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ