คนนอกศาสนาเมื่อ ครั้ง พุทธกาล
 
chaweewanksyt
chaweewanksyt
วันที่  1 เม.ย. 2555
หมายเลข  20897
อ่าน  1,760

พอได้ฟังธรรมะ ของ พระพุทธเจ้าแล้ว ได้เปล่งอุทาน^^ว่า..ไพเราะ งดงามจริงนะ งดงามไพเราะจริงนะ อยากทราบข้อความส่วน นี้จังค่ะ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chaweewanksyt
chaweewanksyt
วันที่ 1 เม.ย. 2555

ขออภัย(ผิดพลาดทางเทคนิค) คือดิฉันอยากฟังตอนนี้ค่ะ ตอนที่คนนอกศาสนาเมื่อได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้ว  ..เหมือนหงายของที่คว่ำ  ..เปิดของที่หงาย.ค่ะขอขอบพระคุณค่ะ

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 2 เม.ย. 2555

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ข้อความในพระไตรปิฎก เป็นดังนี้ครับ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ - หน้าที่ 467

  [๗๘๐]   เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว    พราหมณ์นั้นได้กราบทูลพระผู้มี

พระภาคเจ้าว่า   ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ    ภาษิตของพระองค์ไพเราะยิ่งนัก.    ข้าแต่

พระโคดมผู้เจริญ     ภาษิตของพระองค์ไพเราะยิ่งนักเปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่

คว่ำ  เปิดของที่ปิด  บอกทางแก่บุคคลผู้หลงทางหรือตามประทีปในที่มืดด้วยหวังว่า

ผู้มีจักษุจักแลเห็นได้  ฉะนั้น  ขอท่านพระโคดมโปรดทรงจำข้าพระองค์ ว่าเป็นอุบาสก

ผู้ถึงสรณะจนตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.

     พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมที่เป็นพุทธภาษิต กับ บุคคลต่างๆ แม้ผู้ที่เป็นพวกนอก

ศาสนา เมื่อท่านเหล่านั้นได้ฟังพระธรรม เกิดความเข้าใจ คือ เกิดปัญญาเห็นแจ้งด้วย

ตนเอง จึงเปล่งอุทาน ดังข้อความในพระไตรปิฎทกี่ยกมา ครับ

ซึ่งขออธิบาย อรรถ ความหมายดังนี้ ครับ

ซึ่งข้อความที่ว่า

ภาษิตของพระองค์ไพเราะยิ่งนัก คือ ไพเราะ ด้วยเพราะ น้ำเสียงของพระพุทธองค์

ไพเราะ และ พระธรรมของพระพุทธเจ้า ไพเราะ เพราะเป็นคำจริง เป็นสัจจะ   ไพเราะ

ทั้ง   อรรถ ความหมาย และ พยัญชนะ   และ  เป็นถ้อยคำที่ทำให้ละอกุศลเกิดกุศลเกิด

ปัญญา ผู้ฟังเมื่อปัญญาเกิด จึงได้รับความไพเราะ   คือ ความเข้าใจพระธรรมทีเป็นรส

พระธรรม    จึงไพเราะจับใจด้วยกุศลธรรมทีเกิดขึ้น มีปัญญา เป็นต้น   แต่ไม่ใช่ความ

ไพเราะที่เกิดจากอกุศล มีความติดข้อง มีการได้ฟังเพลงที่ชอบ ครับ   ดังนั้น ไพเราะ

ทั้ง น้ำเสียงของพะรองค์    ไพเราะทั้งพระธรรมของพระพุทธเจ้าไพเราะ และ  ไพเราะ

เพราะทำให้ผู้ฟังเกิดกุศล และ ปัญญา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paderm
paderm
วันที่ 2 เม.ย. 2555

เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ   ในอรรถกถา อธิบายดังนี้ครับ ผู้ที่ตกอยู่ใน

อสัทธรรม คือ อวิชชา และกิเลส พระธรรมของพระองค์ทำให้ออกจากกิเลส พ้นจาก

กิเลส ดังเช่น บุคคลหงายของที่คว่ำ ถูก คว่ำ ปิดกั้นด้วยกิเลส เมื่อหงาย ย่อมพ้นจาก

การครอบงำจากกิเลส ครับ อีกนัยหนึ่ง  ของที่อยู่ในที่คว่ำอยู่ ย่อมไม่เปิดเผย ย่อมไม่

เห็นตามความเป็นจริง แต่เมื่อหงายของนั้นออก ย่อมเห็นของที่อยู่ภายใน ตามความ

เป็นจริง พระธรรมของพระองค์ ก็เหมือนการทำให้ผุ้ฟังเกิดปัญญา เห็นสภาพธรรมตาม

ความเป็นจริง คือ สภาพธรรมที่มีในขณะนี้ที่เป็นทุกข์ ไม่ใช่เรา เห็นตามความเป็นจริง

ว่าเป็นธรรม ที่ถูกอวิชชา คว่ำไว้ไม่เห็นตามความเป็นจริง แต่พระธรรมทำให้เกิดปัญญา

จึงหงายของนั้นออก เห็นสภาพธรรมตามความเป็นจริง ครับ

เปิดของที่ปิด คือ พระพุทธเจ้า ทรงเปิด ความเห็นถูก จากที่ถูกปิดไว้ ด้วยกิเลส คือ

มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด เมื่อพระองค์ยังไม่อุบัติ ก็ถูกปิดไว้ด้วยกิเลส แต่เมื่อพระองค์

อุบัติ ทรงแสดงธรรม ย่อมเปิดพระศาสนา      เปิดให้สัตว์โลกได้มีความเห็นถูก และ

อีกนัยหนึ่ง ทรงแสดงถึงเหตุแห่งทุกข์ คือ อวิชชา และ ตัณหา ซึ่งถูกปกปิด ไม่มีใครรู้

เมื่อพระองค์แสดงธรรม และสัตว์โลกเกิดปัญญาของตนเอง   จึงทำให้สัตว์โลกรู้เหตุ

แห่งทุกข์ ดุจ เปิดของที่ปิด เปิดให้รู้ความจริง ว่าเหตุแห่งทุกข์ คือ อะไร ครับ

บอกทางแก่บุคคลผู้หลงทาง คือ พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ทำให้ผู้ฟัง รู้

ทางสวรรค์และทางถึงพระนิพพาน คือ เพราะอำนาจกิเลส ทำให้ไม่รู้จักทางที่ถูกต้อง

หลงไปในทางที่ต่ำ แต่พระธรรมทำให้รู้ว่า   กุศลคืออะไร และถึงความสุขได้อย่างไร

ด้วยการเจริญกุศลทุกประการ นี่คือ ทางถึงความสุข มีการเกิดในสวรรค์ และบอกทาง

ที่จะทำให้พ้นจากกทุกข์ คือ การเกิดด้วย ทาง คือ อริยมรรค นั่นเอง ครับ

ตามประทีปในที่มืดด้วยหวังว่าผู้มีจักษุจักแลเห็นได้      หมายถึง   พระธรรม และ

ปัญญา เปรียบเหมือน ประทีป แสงสว่าง ที่ช่วยกำจัดความมืดของเหล่าสัตว์ คือ กำจัด

ความมืด คือ โมหะ ความไม่รู้ ให้หมดสิ้นไป ให้ได้เห็น รูป เห็นตามความเป็นจริง ด้วย

แสงสว่าง คือ ปัญญา ครับ

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
chaweewanksyt
chaweewanksyt
วันที่ 2 เม.ย. 2555

ขอขอบพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ..เพราะดิฉันฟังจากคุณลุงนิภัทรพูดในเทบที่

ดาวโหลดไปวันหนึ่ง อยู่ๆก็เกิดความปิติระลึกพระคุณของพระศาสดาขึ้นมา.

จึงจะเก็บมาถ่องสวดระลึกถึงพระคุณแทนการสวดมนต์เพราะจำยาวๆไม่ได้

(จิตเป็นอกุศลก่อนสวดจบ) ขอบคุณ และขออนุโมทนา สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
daris
วันที่ 2 เม.ย. 2555

ขอกราบขอบพระคุณและอนุโมทนาอาจารย์ผเดิมที่กรุณาอธิบายครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 3 เม.ย. 2555

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น  ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่ได้เข้าใจพระธรรมตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ก็จะไม่สามารถกล่าวชื่นชมพระภาษิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้  เพราะไม่มีความเข้าใจแต่เมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสได้ฟัง ได้เข้าใจ  เป็นผู้เห็นคุณค่าของพระธรรม  จึงเกิดความซาบซึ้ง ที่ได้เข้าใจ จึงกล่าวสรรเสริญพระภาษิตของพระองค์  ที่ทำให้ได้เข้าใจในสิ่งที่กำลังฟังตามความเป็นจริง     จากไม่รู้  ก็เป็นค่อย ๆ รู้ขึ้น  มีศรัทธาเชื่อมั่นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรมและ  ทรงแสดงพระธรรม เพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลกให้ได้เข้าใจความจริงถึง ๔๕ พรรษา   เมื่อเชื่อในพระปัญญาคุณจริง ๆ  ก็ย่อมจะฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ เพื่อจะได้อบรมเจริญปัญญาต่อไป    ยิ่งฟังพระธรรม  ก็ยิ่งเห็นพระปัญญาคุณของพระองค์  เพราะพระองค์ทรงแสดงธรรมที่เป็นสัจจธรรม เป็นธรรมที่มีจริง  เป็นประโยชน์ทุกาละสมัย  ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่ได้ฟัง  เห็นประโยชน์ของพระธรรม  ความเข้าใจถูกเห็นถูก ก็ย่อมจะเจริญขึ้นไปตามลำดับอย่างแน่นอน ครับ.                        ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chaweewanksyt
chaweewanksyt
วันที่ 3 เม.ย. 2555

ขอขอบคุณ ความเห็นที่ 6 นะคะที่เป็นห่วง...ค่ะดิฉันฟังค่ะ(สุ้มฟัง)ไม่กล้าบอกว่าตนฟัง.เพราะชอบฟัง.จริงนะคะ.ไม่กล้าบอกว่าฟังเพราะบางครั้งก็เผิน บางครั้งก็ไม่ได้ฟังเพราะไม่เข้าใจ เพียงได้ยิน .ตั้งแต่ปี2534(ประมานนั้น)ดิฉันได้พบโดยบังเอิญจากวิทยุเหมือนกับหลายคนที่พูดในเทปค่ะ..ฟังมาจากไม่รู้ก็รู้ขึ้น(บ้างนิดๆ)..คือเข้าใจขึ้น..ทุกครั้งที่เข้าใจก็สำนึกบุญคุณของผู้เผยแพร่..ทุกครั้งที่เข้าใจ..ซึ่งท่านอาจารย์สุจินต์ได้พูดถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า..แต่ดิฉันก็ยังไมซึ้งเลยค่ะ..แต่ก็อยากรู้เรื่องธรรมะ.คือ.ดิฉันดาวโหลดลงเครื่องฟังเล็กๆติดตัวตลอดเวลาทั้งเวลานอนด้วยค่ะ..ก็ติดหูอยู่อย่างนั้นค่ะ.ตื่น(รุ้สึกตัว)ก็ฟังต่อ..ก็จะได้ฟังเป็นช่วงๆไม่ต่อเนื่องกันหรอกค่ะ.มีบางตอนก็ฟังอยู่ซ้ำๆตอนเดิม.แต่ก็ฟังตอนเดิมนั่นเพราะรู้ว่าจะไม่รู้สึกเหมือนเดิม.บา้งครั้งก็รู้สึกไม่ชอบคนถามแต่ก็ต้องขอบคุณทำให้เห็นสภาพจิตของตัวเอง.แล้วมาเ็ร็ววันนี้.ดิฉันได้ยินท่านอาจารย์กล่าวพระคุณของพระสัมมาฯดิฉันยังยังไม่ระลึกพระคุณซึ่งเป็นเช่นนั้นก็สงสัยจิตของตน..จนได้ฟังตอนที่ท่านอาจารย์ถูกถามว่า..ท่านอาจารย์..ทำไมบรรยายธรรม..อาจารย์รู้ได้ไงว่าเป็นโสดา(ดิฉันอยากเห็นผู้นั้นจัง)..แล้วคุณลุงนิภัทร ก็ได้พูดในเทปม้วนนั้นแหละค่ะ..ดิฉันก็ระลึกพระคุณของพระศาสดาด้วยใจจริง..ดิฉันยกมือไหว้ด้วยสำนึกจากใจและรู้สึกได้ เป็นครั้งแรก.ด้วยความสัจ...ระลึกถึงพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า..ซึ่งเคยเพียงกราบไหว้ทางรูปกายมาตั้งหกสิบปี..เกือบเสียชาติเกิดจริง จริง

ขออนุโมทนาค่ะ

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 3 เม.ย. 2555

พระคุณของพระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนน้ำในมหาสมุทร    แต่ปุถุชนสรรเสริญเพียงน้ำที่

ลอดรูเข็ม     เช่น    พระโสดาบันรู้คุณพระพุทธเจ้าได้น้อยกว่า   พระสกทาคามี     ส่วน

พระสกทาคามีรู้คุณน้อยกว่าพระอนาคามี   พระอนาคามีรู้คุณได้น้อยกว่าพระอรหันต์  ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
chaweewanksyt
chaweewanksyt
วันที่ 3 เม.ย. 2555

ค่ะ..คงเป็นเพราะความหนาของกิเลสของดิฉันจริงๆเลย.เลยฟังเท่าไรก็ไม่รู้สภาพเห็นได้เลยค่ะ..ทั้งๆที่เห็น(มีตาค่ะ).ชอบฟังอดีตชาติ..ฟังแล้วก็สงสาร(จิตเศร้าหมอง)ก็ระลึกไม่ได้..แล้วพระคุณของพระพุทธเจ้า..อุตสาห์สอน..คนในสมัยนั้นยังไม่รู้คุณเลยอีก..จิตของผู้ปรารถนาดีทำให้ดิฉันเศร้า..เห็นความอดทนอดกลั้นของพระองค์ต่อวาจาอันไม่น่าฟังน่ะค่ะ...ขอขอบพระคุณนะคะ..น้ำลอดรูเข็มยังมีประสิทธิภาพมากถึงเพียงนี้..ดิฉันจะพยายามฟังจนกว่าจะเข้าใจขึ้นให้เท่ารูเข็มสักสองรู(ไม่เครียดนะคะ)

กราบอนุโมทนาค่ะ

ขอเชิญทุกท่านร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
jaturong
วันที่ 4 เม.ย. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
aurasa
aurasa
วันที่ 5 เม.ย. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

ในทุกกุศลจิตค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
pamali
วันที่ 7 เม.ย. 2555

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ