Print 
อินทรีย์สังวรศีล
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่  28 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20252
อ่าน  10,349

กราบเท้าอาจารย์ทุกท่านที่เคารพอย่างสูง รบกวนกราบเรียนสอบถามดังนี้ครับ  

๑ อรรถว่า "อินทรีย์สังวรศีล"  หมายถึง อะไร
๒ มีความเกี่ยวพันกับ การเจริญกุศลอย่างไร
(เนื่องจากค้นหาความหมายคำเฉพาะในเน็ทแล้ว  ดูเหมือนเป็นการอธิบายตามความเข้าใจของผู้โพสท์ ไม่น่าใช่อ้างถึงเนื้ออรรถตามพระไตรปิฎกนะครับ) ขอแสดงความเคารพอย่างสูง ปีใหม่๒๕๕๕ นี้  ขอคุณพระศรีรัตนตรัย เป็นเหตุดีให้อาจารย์ และผู้สนใจในพระธรรม ที่ถูก ที่ตรง ตามคำสอนฯ  จงมีความเจริญในธรรมยิ่งขึ้นจนถึงที่สุดครับ

 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 11:49 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

๑ อรรถว่า "อินทรีย์สังวรศีล"  หมายถึง อะไร
»    ก่อนอื่นก็เข้าใจธรรม ในคำนั้นอย่างละเอียดก่อนครับ คำว่า อินทรีย์ สังวร และ ศีล อินทรีย์ในส่วนของ อินทรียสังวรศีล อินทรีย์ในที่นี้ คือ สภาพธรรมที่เป็นใหญ่ในธรรม  คือ อินทรีย์นั้นคือ ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ เป็นอินทรีย์ 6 ประการ  ที่เป็นใหญ่ 6ประการ คือ เป็นใหญ่ ในการรู้กระทบสิ่งที่ปรากฎทางตา  กระทบเสียง  กระทบกลิ่นกระทบรส กระทบสิ่งที่กระทบสัมผัส และเป็นใหญ่ในการคิดนึก และรู้สิ่งต่าง ๆ ครับ นี่คือ อินทรีย์ 6 ประการ ตามนัย ของ อินทรียสังวรศีล 

     ส่วนการสังวร การสำรวมนั้น เเป็นการสังวร ด้วยกุศลธรรม คือ ด้วยสติ ขันติ ปัญญาวิริยะเป็นต้น ดังนั้น การสำรวม การสังวร จึงไม่ใช่ด้วย การเดินดูภายนอกที่สำรวม จึงจะเป็นสังวร แต่การงดเว้น จากอกุศล คือ อกุศลไม่เกิด เมื่อได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส และกระทบสัมผัส คิดนึก ก็ไม่เป็นอกุศล เพราะกุศลธรรมเกิดขึ้นคือ สติและปัญญาเกิดขึ้นในขณะนั้น ชื่อว่า สังวร สำรวมในขณะนั้นครับ

     อินทรียสังวรจึงเป็นการสำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ด้วย สติและปัญญาเกิดรู้ความจริงของสภาพธรรมที่มีในขณะนี้ ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ขณะที่เห็น อกุศลไม่เกิดกุศลเกิด เพราะรู้ความจริงว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ในสิ่งที่เห็น ขณะนั้น เป็นการสำรวมตาเป็นการสังวรทางตาขณะที่ได้ยินเสียง ก็รู้ความจริงว่า เสียงเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เราอกุศลไม่เกิด แต่กุศลที่ประกอบด้วยปัญญา เกิดเป็น การสังวร สำรวมทางหู ทางทวารอื่น ๆ คือ จมูก ลิ้น กายและใจ ก็โดยนัยเดียวกันครับ

     อินทรียสังวร จึงเป็นเรื่องของสติและปัญญาที่รู้ความจริงของสภาพธรรม ที่ปรากฎทางทวาร ทั้ง 6  ที่เป็นทาง ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ  ในชีวิตประจำวัน โดยไม่เป็นอกุศล แต่เป็นกุศลเกิดแทนเพราะรู้ความจริงในสิ่งที่ปรากฎทั้งทางทวารทั้ง 6  ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เราครับ

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 319

อินทรีย์สังวร
     (๑๒๒) มหาบพิตร อย่างไร ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย.มหาบพิตรภิกษุในธรรมวินัยนี้  เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ไม่ถือนิมิต ไม่ถืออนุพยัญชนะ  เธอย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้วจะเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คืออภิชฌาและโทมนัสครอบงำนั้นชื่อว่า รักษาจักขุนทรีย์ ชื่อว่าถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ภิกษุฟังเสียงด้วยโสต..........ดมกลิ่นด้วยฆานะ......ลิ้มรสด้วยชิวหา........ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย.........รู้เเจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ไม่ถือนิมิต ไม่ถืออนุพยัญชนะ เธอย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมมนินทรีย์ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามกคืออภิชฌาและโทมนัสครอบงำนั้นชื่อว่า รักษามนินทรีย์ ชื่อว่า ถึงความสำรวมในมนินทรีย์ภิกษุประกอบด้วยอินทรีย์สังวรอันเป็นอริยะเช่นนี้ ย่อมได้เสวยสุขอันไม่ระคนด้วยกิเลสในภายใน มหาบพิตร ภิกษุชื่อว่า เป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ด้วยประการดังกล่าวมานี้แล.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 12:10 น.

๒ มีความเกี่ยวพันกับ การเจริญกุศลอย่างไร
» อินทรียสังวรศีล ตามที่กล่าวมา คือ การที่อกุศลไม่เกิด แต่กุศลเกิดแทนที่รู้ความจริงของสภาพธรรม ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ซึ่งขณะที่สำรวมทางตา คือ ไม่เป็นอกุศล แต่กุศลก็เกิดขึ้น รู้ความจริงในขณะนั้น ชื่อว่า สำรวมทางตากุศลเกิดแล้วในขณะนั้น  ก็เป็น การเจริญกุศล คือ  กุศลเจริญขึ้นแล้วในขณะนั้นครับ  ปกติในชีวิตประจำวัน เมื่อเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้กระทบสัมผัส และคิดนึก ก็มักเป็นในอกุศล ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมในเรื่องสภาพธรรม เรื่องสติปัฏฐาน เมื่อสติและปัญญาเกิด ในชีวิตประจำวัน ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ แทนที่จะเป็นอกุศลในชีวิตประจำวัน ตลอดเวลา ก็เกิดกุศลสลับ เพราะงดเว้นจากอกุศล กุศลที่ประกอบด้วยปัญญาเกิดขึ้น ในขณะที่เห็นได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้กระทบสัมผัส คิดนึก ในขณะนั้น  กุศลก็เจริญขึ้น  มากขึ้นในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญที่สุด อินทรียสังวร เป็นเรื่องของปัญญาด้วย เพราะอินทรียสังวรก็คือ การเจริญสติปัฏฐานนั่นเองครับ

     ดังนั้น การเจริญสติปัฏฐาน ที่เป็นอินทรียสังวร เป็นหนทางดับกิเลส เพราะประกอบด้วยปัญญาที่รู้ความจริง เมื่อปัญญารู้ความจริง เข้าใจว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา มากขึ้นและละอกุศลมากขึ้น เพราะมีปัญญาที่เจริญขึ้น ตามความเป็นจริง กุศลประการต่างๆ ก็น้อมไปตามกำลังปัญญาที่เพิ่มขึ้น จากการเจริญอินทรียสังวร หรือ สติปัฏฐานที่รู้ความจริงในชีวิตประจำวัน ดังนั้นอินทรียสังวร จะเกื้อหนุน ทำให้กุศลเจริญขึ้นในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งกุศล ขั้นทาน ศีล ความสงบที่เป็นกุศลในชีวิตประจำวัน และเจริญวิปัสสนาที่เป็น สติปัฏฐาน ก็เจริญขึ้นมากขึ้น ตามการเจริญอินทรียสังวร ที่เป็น สติปัฏฐาน คือการรู้ความจริงของสภาพธรรมที่ไม่ใช่เรา เพิ่มขึ้นด้วยครับ เพราะปัญญาที่เจริญขึ้น รู้ความจริงว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะโกรธผู้อื่น สำคัญว่ามีผู้อื่นทำอย่างนั้น อย่างนี้ แต่อินทรียสังวร เกิดขึ้น รู้ว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา ก็เกิดกุศลจิตแทน  กุศลต่าง ๆ ก็เจริญขึ้นทุก ๆ ประการ  เพราะปัญญาที่เจริญขึ้น ด้วยการเจริญอินทรียสังวร หรือ สติปัฏฐานครับ นี่คือ ความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กันของ อินทรียสังวรและการเจริญกุศล ครับ ขออนุโมทนาในกุศลจิตในคำอวยพร และ สวัสดีปีใหม่เช่นกันขอให้ได้มีโอกาสเจริญกุศลเพิ่มขึ้น รวมทั้งมั่นคงในการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมเช่นนี้ต่อไป ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 13:12 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น  
     อินทรีย์ในที่นี้ หมายถึง ตา  หู  จมูก  ลิ้น  กาย  และใจ ปกติในชีวิตประจำวัน เมื่อมีตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจจึงมีการรู้อารมณ์ต่าง ๆ ทางทวารต่าง ๆ มีจิตเกิดขึ้นเป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้างตามการสะสม หลังเห็น หลังได้ยิน เป็นต้น  และโดยภาวะของความเป็นปุถุชนแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในเพศใดก็ตาม  อกุศลจิตย่อมเกิดขึ้นมากกว่ากุศล เมื่อเป็นเช่นนี้ ขณะที่ไม่สำรวม  หรือขณะที่ไม่สังวร จึงมีมาก  เพราะอกุศลเกิดมากทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และ ทางใจ แต่ที่จะเป็นอินทรีย์สังวร การสำรวมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจได้นั้น  ต้องเป็นกุศลที่ประกอบด้วยปัญญา  ที่มีการระลึกรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง ไม่ว่าจะประสบกับอารมณ์ใด ๆ  ทางทวารต่าง ๆ ใน ๖ทวาร  ขณะนั้นสติและปัญญาเกิดขึ้นระลึกรู้ตามความเป็นจริง เป็นการปิดกั้นไม่ให้อกุศลเกิดขึ้น   

     ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า  อินทรีย์สังวร  หมายถึง สำรวมทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ซึ่งก็คือสำรวม ด้วยสติที่ระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ตามปกติตามความเป็นจริง  ไม่ใช่การจงใจที่จะไปยืนสำรวม ไปเดินสำรวม แต่ไม่ระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฎตามปกติตามความเป็นจริง อินทรีย์สังวร เป็นกุศลธรรม  เป็นธรรมฝ่ายดีที่เกิดขึ้นเป็นไป ขณะนั้นมีความเป็นปกติที่เป็นกุศลระลึกรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง  กุศลจิตเกิดขึ้นประกอบด้วยโสภณธรรมต่าง ๆ มีศรัทธา สติ  หิริ  โอตตัปปะ  เป็นต้น รวมถึง ปัญญาด้วย เป็นกุศลแล้วในขณะนั้น เมื่อเกิดขึ้นอีกบ่อย ๆ  กุศลก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น    อินทรีย์สังวร  จึงไม่ได้แยกไปจากกุศลต่างหาก  แต่ในขณะนั้นเป็นกุศลแล้ว และยังเป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลให้กุศลธรรมประการต่าง ๆ เจริญยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน  เพราะมีปัญญาที่เข้าใจธรรมตามความเป็นจริง อันมีพื้นฐานความเข้าใจในเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริง จากการได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ  ครับ                       
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
พุทธรักษา
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 14:18 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
j-atosa
j-atosa
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 18:00 น.

ขออนุโมทนา ขอให้อนุภาพของกุศลจิตเจริญยิ่งๆขึ่นไปค่ะ..........สวัสดีปีใหม่ค่ะ........

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เซจาน้อย
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 18:09 น.

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
intra
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 20:16 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ทุกท่านตลอดไป

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
daris
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 23:25 น.

กำลังสงสัยเรื่องนี้พอดีเลยครับ ขอกราบขอบพระคุณและอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
pirmsombat
วันที่ 29 ธ.ค. 2554 10:09 น.

อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 29 ธ.ค. 2554 11:00 น.

อินทรีย์สังวร หมายถึง  การสำรวมระวังไม่ให้อกุศลเกิดทางตา  ทางหู  ทางจมูก  ทางลิ้น   ทางกาย  ทางใจ  ขณะนั้นก็เป็นความเพียรชอบ   เพียรละอกุศล   เพียรเจริญกุศล   และเพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อมไป  ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 29 ธ.ค. 2554 19:27 น.

***-------------------------***
กราบขอบพระคุณอาจารย์ และ ทุกท่านอย่างสูงครับ  อนุโมทนากุศลจิตทุกท่านด้วยครับ
สุขสันต์วันปีใหม่ อาจารย์ และ ทุกท่านนะครับ ขอความเจริญในพระธรรมจงมีแก่ทุกท่านครับ
***------------------------------------***

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
วิริยะ
วันที่ 30 ธ.ค. 2554 09:41 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
dawhan
วันที่ 27 ต.ค. 2556 20:09 น.

ขอขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 21 ธ.ค. 2556 23:37 น.

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
mon-pat
mon-pat
วันที่ 31 ธ.ค. 2556 09:04 น.

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
papon
papon
วันที่ 22 ก.พ. 2557 10:55 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 28 ธ.ค. 2557 05:49 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 26 ธ.ค. 2559 09:05 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
สิริพรรณ
วันที่ 15 ต.ค. 2560 17:04 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 
กราบบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ด้วความเคารพยิ่ง
กราบอนุโมทนาขอบพระคุณท่านวิทยากรและสหายธรรมทุกท่านค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ