Print 
สัจจะ...สัจจกิริยา (ตอนที่ ๕)
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  26 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20238
อ่าน  2,730

     เมื่อก่อนข้าพเจ้าก็เป็นผู้หนึ่ง เมื่อมีภัยอันตรายจะมาถึงตัว ก็จะทำสัจจกิริยาเพื่อให้ตนจะได้พ้นจากภัย เพราะเคยได้อ่านพระสูตร ได้แสดงถึงพระโพธิสัตว์ได้ทำสัจจ-กิริยาแล้วผลก็เป็นไปตามที่ปรารถนา สำหรับข้าพเจ้าเองนั้นยังไม่ได้เข้าใจความจริงความลึกซึ้งของธรรมเลย หวังแต่ผล โดยเหตุยังไม่มี... 

     สัจจกิริยานั้นจะให้ผลตามที่ต้องการจริงหรือ ? เมื่อเหตุมี ผลย่อมมีสมควรแก่เหตุนั้นๆ สัจจกิริยานั้นเป็นกุศล ผลของกุศลจึงต้องมี ท่านอาจารย์ได้บรรยายไว้ในหนังสือบารมีในชีวิตประจำวันไว้ ดังนี้.. ก่อนที่จะกระทำสัจจกิริยา ผู้นั้นต้องระลึกถึงคุณของสัจจะ ต้องเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์   เห็นคุณของสัจจะ  และเป็นผู้ที่บำเพ็ญสัจจะบารมี ไม่ใช่ว่าใครก็ตามลำบากตกทุกข์ได้ยาก ก็จะใช้สัจจกิริยาโดยที่ไม่รู้ว่าสัจจะคืออะไร และก็ไม่เข้าใจด้วยว่าสัจจะมีคุณอย่างไร เพียงแต่ได้ฟังว่า  ถ้ากล่าวสัจจกิริยาแล้วผลจะเป็นไปตามความปรารถนา ความจริงจะเป็นเช่นนั้นไม่ได้  เพราะกำลังของกุศลต้องขึ้นอยู่กับ กำลังของความรู้ประโยชน์ของสัจจะ และต้องเป็นผู้ที่บำเพ็ญสัจจะด้วย... ถ้าเป็นผู้ที่สะสมสัจจบารมี รู้ประโยชน์เห็นคุณของสัจจะ  และบารมีอื่นๆ มีกำลัง  เมื่อถึงคราวที่จะกล่าวสัจจะ  ผลก็ย่อมเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน ต้องแล้วแต่กำลังของกุศลนั้นๆ ด้วย

 ขอกราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 ธ.ค. 2554 08:51 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เซจาน้อย
วันที่ 26 ธ.ค. 2554 09:22 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 26 ธ.ค. 2554 09:52 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 26 ธ.ค. 2554 10:06 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
pat_jesty
วันที่ 26 ธ.ค. 2554 10:10 น.

รบกวนสอบถามเพื่อความเข้าใจชัดเจนขึ้นอีกนิดหนึ่งค่ะ ว่า "สัจจกิริยา" คืออะไรคะ หมายถึงการกระทำ กิริยาอาการ หรืออย่างอื่นคะ
ขอบคุณค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 ธ.ค. 2554 10:29 น.

เรียนความเห็นที่ 5 ครับ

สัจจกิริยา คือ การกระทำด้วยสัจจะ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจ โดยความเป็นผู้ตรง โดยการแสดงออกทางวาจาด้วยการกระทำที่เป็นสัจจะ ความจริง เช่น กล่าวด้วยวาจา ตามความเป็นจริง ที่เป็นสัจจะ โดยการกล่าว่า ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยคิดเบียดเบียนสัตว์เลย ด้วยวาจาสัจจะ นี้ ขอความสวัสดี จงมีกับมารดา ผู้ป่วยอยู่  เป็นต้นคือ เป็นกล่าว วาจาสัจจะ ความจริง ที่มีอยู่ในตน

หรือ อีกตัวอย่างหนึ่ง พระโพธิสัตว์ เกิดเป็นลูกนก ถูกไฟป่าไหม้ ท่านไม่เห็นคุณอย่างอื่น จึงตั้งใจ ทำ สัจจกิริยา คือ การกระทำด้วยสัจจะ ด้วยการกล่าวความจริงด้วยวาจา โดยกล่าวด้วยวาจาที่ว่า 

ปีกของเรามีอยู่  แต่บินไปไม่ได้  เท้า
ของเรามีอยู่  แต่ยังเดินไม่ได้  มารดาบิดาก็พา
กันบินออกไปแล้ว  แน่ะไฟ  จงกลับไปเถิด.

ซึ่งพร้อมกับกล่าวจบ ไฟก็ไม่ลามมาถึงพระโพธิสัตว์ หยุดอยู่ตรงนั้นนั่นเอง ด้วยคุณคือ การกล่าว ความจริง กล่าววาจาสัจจะ ที่เป็นความจริง อันเป็น สัจจกิริยา คือ การกระทำด้วยสัจจะครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
daris
วันที่ 26 ธ.ค. 2554 10:30 น.

ขอกราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
pat_jesty
วันที่ 26 ธ.ค. 2554 10:51 น.

อ้อ..เข้าใจแล้วค่ะ ตอนแรกที่อ่าน ก็คิดว่าน่าจะมีความหมายทำนองนี้ แต่ไม่ได้กล่าวไว้ชัดเจน จึงเรียนถามผู้รู้ให้แน่ใจ ไม่อยากคิดเอง เดี๋ยวจะเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนน่ะค่ะ
ขอบพระคุณคุณผเดิม พี่เมตตา และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
นันทภพ
วันที่ 26 ธ.ค. 2554 11:14 น.
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 20238 โดย เมตตา

     เมื่อก่อนข้าพเจ้าก็เป็นผู้หนึ่ง  เมื่อมีภัยอันตรายจะมาถึงตัว  ก็จะทำสัจจกิริยาเพื่อให้ตนจะได้พ้นจากภัย เพราะเคยได้อ่านพระสูตร ได้แสดงถึงพระโพธิสัตว์ได้ทำสัจจ-กิริยาแล้วผลก็เป็นไปตามที่ปรารถนา  สำหรับข้าพเจ้าเองนั้นยังไม่ได้เข้าใจความจริงความลึกซึ้งของธรรมเลย หวังแต่ผล โดยเหตุยังไม่มี... 

     สัจจกิริยานั้นจะให้ผลตามที่ต้องการจริงหรือ ?  เมื่อเหตุมี ผลย่อมมีสมควรแก่เหตุนั้นๆ  สัจจกิริยานั้นเป็นกุศล ผลของกุศลจึงต้องมี ท่านอาจารย์ได้บรรยายไว้ในหนังสือบารมีในชีวิตประจำวันไว้ ดังนี้.. ก่อนที่จะกระทำสัจจกิริยา  ผู้นั้นต้องระลึกถึงคุณของสัจจะ  ต้องเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์  เห็นคุณของสัจจะ  และเป็นผู้ที่บำเพ็ญสัจจะบารมี ไม่ใช่ว่าใครก็ตามลำบากตกทุกข์ได้ยาก  ก็จะใช้สัจจกิริยาโดยที่ไม่รู้ว่าสัจจะคืออะไร  และก็ไม่เข้าใจด้วยว่าสัจจะมีคุณอย่างไร  เพียงแต่ได้ฟังว่า  ถ้ากล่าวสัจจกิริยาแล้วผลจะเป็นไปตามความปรารถนา  ความจริงจะเป็นเช่นนั้นไม่ได้  เพราะกำลังของกุศลต้องขึ้นอยู่กับ กำลังของความรู้ประโยชน์ของสัจจะ  และต้องเป็นผู้ที่บำเพ็ญสัจจะด้วย... ถ้าเป็นผู้ที่สะสมสัจจบารมี รู้ประโยชน์เห็นคุณของสัจจะ  และบารมีอื่นๆ มีกำลัง  เมื่อถึงคราวที่จะกล่าวสัจจะ  ผลก็ย่อมเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน  ต้องแล้วแต่กำลังของกุศลนั้นๆ ด้วย

 ขอกราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ค่ะ

 ขออนุโมทนาครับ, กำลัง ทำอยู่ครับ, กำลัง สะสมกำลัง ครับ, เข้าใจ อยู่ ครับบารมี ๑๐, ขอขอบพระคุณ ที่เมตตา กรุณา ครับ,ขอสรรพสัตว์ทั่วจักรวาล เป็นสุข ๆ เถิดอย่ามีทุกข์กายทุกข์ใจเลยขอบพระคุณ ครับ, สวัสดี ครับ.

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 27 ธ.ค. 2554 08:37 น.

     ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของ อ.ผเดิม เป็นอย่างมากค่ะ กำลังค้นหาอยู่แต่ไม่พบพระโพธิสัตว์สมัยที่เกิดเป็นลูกลูกว่า ท่านทำสัจจกิริยาอย่างไร ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ ขอยกตัวอย่างอีกพระสูตร ที่พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤษี ชื่อว่า กัณหทีปายนะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก เล่ม ๙ ภาค ๓ - หน้าที่ 494
อรรถกถากัณหทีปายนจริยาที่  ๑๑
     บทว่า  กณฺหทีปายโน อิสิ คือดาบสมีชื่อว่า กัณหทีปายนิะ. ได้ยินว่า พระโพธิสัตว์ในกาลนั้นชื่อว่า  ทีปายนะ… จรึ อห คือเราอยู่ประพฤติพรหมจรรย์อย่างไม่ยินดี ในเสนาสนะสงัดและในธรรมอันเป็นอธิกุศล. ครั้นบวชแล้ว พระมหาสัตว์ยินดีประพฤติพรหมจรรย์อยู่ ๗ วันเท่านั้น. ต่อจากนั้นก็อยู่อย่างไม่ยินดี.

     ก็เพราะเหตุไร พระมหาบุรุษในอัตภาพหลายแสนมีอัธยาศัยในเนก-ขัมมะยินดีอยู่พรหมจรรย์  แต่ในจริยานี้ไม่ยินดีพรหมจรรย์นั้น. เพราะความหวั่นไหวแห่งความเป็นปุถุชน. ก็เพราะเหตุไร จึงไม่ครองเรือนใหม่เล่าเพราะครั้งแรกเห็นโทษในกามทั้งหลาย ด้วยมีอัธยาศัยในเนกขัมมะจึงบวชเมื่อเป็นดังนั้นพระมหาบุรุษจึงเกิดความไม่ยินดีด้วยมิได้ใส่ใจโดยแยบคาย

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก เล่ม ๙ ภาค ๓ - หน้าที่ 501 - 502
 ....พราหมณ์ผู้เป็นสหายของเราได้พาภรรยา และบุตรต่างถือสักการะสำหรับต้อนรับแขก รวม ๓คนมาหาเรา เรานั่งเจรจาปราศัยกับ สหายและภรรยาของเขารอยู่ในอาศรมของตน. เด็กโยนลูกข้างเล่นอยู่ ทำงูเห่าให้โกรธแล้ว ทีนั้นเด็กนั้นเอามือควานหาลูกข่างไปตามปล่องจอมปลวก ควานไปถูกเอาหัวงูเห่าเข้า พลมือไปถูกหัวของมัน งูก็โกรธอาศัยกำลังพิษ เคืองจนเหลือจะอดกลั้นได้กัดเด็กในทันที พร้อมกัดถูกงูกัดเด็กล้มลงที่พื้นดิน ด้วยกำลังพิษกล้า เหตุนั้น เราเป็นผู้ได้รับทุกข์หรือเรามีความรักจึงเป็นทุกข์ เราได้ปลอบมารดาบิดาของเด็กนั้นผู้มีทุกข์เศร้าโศกให้สร่างแล้ว ได้ทำสัจจกิริยาอันประเสริฐสุด.

     ครั้งหนึ่งพระโพธิสัตว์ชื่อกัณหทีปายนะ ได้ช่วยพยาบาลเพื่อนชื่อมัณฑัพยดาบสซึ่งถูกเสียบเหลาให้หาย  ต่อมามัณฑัพยดาบสได้พาบุตรและภรรยาพร้อมของสักการะเดินทางมาหาท่านกัณหทีปายนะระหว่างนั่งคุยกัน ลูกของเพื่อนได้เล่นลูกข่าง  ลูกข่างได้ตกไปที่จอมปลวก เด็กเอามือควานหาลูกข่างก็ถูกงูเห่ากัด  เด็กก็ล้มลงเพราะพิษงูที่แรง พระโพธิสัตว์ได้ปลอบมารดาบิดาของเด็กนั้นให้หายสร่าง แล้วได้ทำสัจจกิริยาว่า...

     เราผู้ต้องการบุญได้ประพฤติพรมหจรรย์  มีจิตเลื่อมใสอยู่ ๗ วันเท่านั้น ต่อแต่นั้นมา การประพฤติของเรา(ด้วยจิต)ไม่เลื่อมใส ๕๐ ปีเศษ เราไม่ปรารถนาจะประพฤติเสียเลย  ด้วยคำสัตย์นั้น  ขอความสวัสดีจงมีแก่เด็กนี้เถิด พิษจงระงับยัญญทัตตกุมาร  จงเป็นอยู่

     พร้อมกับเมื่อเราทำสัจจกิริยา  เด็กหวั่นไหวด้วยกำลังพิษไม่รู้สึกตัวก็ได้ฟื้นกายหายโรคลุกขึ้นได้  ผู้เสมอด้วยคำสัตย์ของเราไม่มี  นี้เป็นสัจจบารมีของเราฉะนี้แล

 ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านด้วยค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 27 ธ.ค. 2554 10:15 น.

การศึกษาพระธรรม จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุด ก็เพื่อเข้าใจ  ความเข้าใจเป็นปัญญาปัญญาเท่านั้นที่จะเป็นเหตุให้กุศลธรรมขั้นต่างๆ เจริญขึ้นตามลำดับ กุศลธรรมต่างๆจะเกิดขึ้นได้นั้นไม่ใช่เกิดจากการทำ  แต่เกิดจากความเข้าใจธรรม  การพิจารณาธรรมโดยแยบคาย สะสมการพิจารณาธรรม ไตร่ตรองธรรมโดยละเอียดรอบคอบ ความเข้าใจธรรมจึงจะเป็นปัจจัยให้กุศลธรรมขั้นต่างๆ ค่อยๆ เจริญขึ้นได้ โดยไม่มีตัวตนคิดที่จะทำ  แต่เป็นธรรมะปฏิบัติธรรมะค่ะ..ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุห ๆ ท่านค่ะ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
jaturong
วันที่ 27 ธ.ค. 2554 12:24 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
วิริยะ
วันที่ 27 ธ.ค. 2554 15:08 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
intra
วันที่ 27 ธ.ค. 2554 19:33 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
kinder
วันที่ 27 ธ.ค. 2554 23:44 น.
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
j-atosa
j-atosa
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 19:11 น.

สาธุค่ะ กำลังศึกษาอยู่กับคำว่าสัจจะกิริยาอยู่พอดี กราบขอบพระคุณพี่เมตตานะค่ะและท่านอาจารย์ทุกๆท่านค่ะ แล้วสัจจะกิริยา ตอนที่1-4 มีมั้ยค่ะ รบกวนขอลิ้งด้วยได้มั้ยค่ะจะได้ศึกษาให้เข้าใจมากยิ่งขึ่นค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 20:18 น.

เรียนน้อง j-atosa  ต้องขออนุโมทนาในกุศลวิริยะในการศึกษาพระธรรมค่ะหัวข้อกระทู้ว่าสัจจะ.. สัจจกิริยา (ตอน ๕) สัจจกิริยา มีแค่ตอนเดียวค่ะส่วนอีก ๔ ตอน ก็เป็นหัวข้อเกี่ยวกับ  เรื่องสัจจะ.. ดังนี้ค่ะ
ขอเชิญคลิกอ่านได้ที่...
สัจจะ...สัจจะในอกุศล (ตอนที่ ๔)
สัจจะ...คุณของสัจจะ (ตอนที่ ๓) 
สัจจะ...พึงรักษาวจีสัจจะ (ตอนที่ ๒) 
สัจจะ...สัจจาธิษฐาน (ตอนที่ ๑) 
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
j-atosa
j-atosa
วันที่ 29 ธ.ค. 2554 16:32 น.

ขอบพระคุณมากค่ะพี่เมตตา สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ