กุศลธรรมที่ดีที่สุดในชีวิตประจำวัน
 
dets25226
วันที่  19 ส.ค. 2554
หมายเลข  18982
อ่าน  3,091


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 ส.ค. 2554

                ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย     กุศลธรรม  เป็นสภาพธรรมที่เป็น จิต-เจตสิก ที่เกิดขึ้น มีหลายระดับ ตามความ

ประณีตของกุศล ซึ่งขึ้นอยู่กับ เจตสิกที่เกิดร่วมด้วยกับจิต-ที่เป็นกุศล นั้น ครับ

   โดยทั่วไป บุญ หรือ สภาพธรรมที่เป็นกุศล ก็แบ่งกว้าง ๆ คือ กุศลขั้น ทาน ศีล และ

ภาวนา (สมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนา)

   กุศลขั้นทาน เป็นกุศลขั้นต่ำสุด เพราะเป็นเพียงการสละวัตถุ ไม่ได้สละขัดเกลากิเลส

ทางกายและวาจา  กุศลขั้นศีล สูงกว่าขั้นทาน      เพราะเป็นการขัดเกลากิเลสทางกาย

และวาจา แต่ยังไม่ใช่การขัดเกลากิเลสที่เกิดขึ้นทางใจ   กุศลขั้นภาวนา มี 2 อย่าง คือ

สมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนา แม้จะเป็นผู้มีกาย วาจาดีขึ้นเพราะขัดเกลากิเลสขั้นศีล

แต่ใจ ก็เป็นอกุศลได้บ่อย ๆ    ดังนั้น   จึงมีการเจริญกุศลที่เป็นขั้นภาวนา  ซึ่ง หมายถึงการอบรมจิตให้สงบจากกิเลส ไม่ให้เป็นอกุศล และสามารถละกิเลส-สงบกิเลสที่สะสมในใจได้หมด นี้เป็นกุศลขั้นภาวนา ดังนั้น กุศลขั้นภาวนา จึงสูงกว่ากุศลขั้นทานและศีลและ กุศลขั้นภาวนา จะต้องเกิดร่วมกับปัญญาเสมอ   เมื่อประกอบด้วยปัญญา  กุศลขั้นภาวนาจึงประณีต สูงกว่ากุศลขั้นทานและศีล กุศลขั้นสมถภาวนา เป็นกุศลที่ทำให้สงบจากกิเลส  ชั่วขณะจิต ที่ระลึกถึงอารมณ์ที่ทำให้สงบ เช่น ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า หรือ ขณะที่เจริญเมตตา ขณะนั้นจิตสงบจากกิเลส จิตเป็นกุศล  และเมื่อปัญญาเพิ่มขึ้นก็สามารถทำให้จิตสงบจากกิเลส  คือ เป็นกุศลจิตเกิดเพิ่มขึ้น ติดต่อกันไปจนกระทั่งจิตตั้งมั่น เป็นสมาธิในกุศลธรรมบ่อย ๆ ครับ   แต่ไม่สามารถละกิเลส ที่สะสมอยู่ในใจ ซึ่งมีการสะสมมาเนิ่นนานได้ ดังนั้น เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น พระองค์ทรงรู้หนทางในการดับกิเลสเป็นสมุจเฉท จึงทรงแสดงให้สัตว์โลกได้เข้าใจ คือ การเจริญวิปัสสนา-การรู้ความจริงของสภาพธรรม ที่มีจริงในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตานี่คือ  กุศลที่ประณีตที่สุดในชีวิตประจำวัน   เพราะเป็นการละกิเลส  ที่สะสมมาในใจ ได้จริง ๆ จนสามารถดับกิเลสหมดสิ้นไม่เหลืออีกครับ ดังนั้น กุศลขั้นการเจริญวิปัสสนา จึงประณีตที่สุด คือ สูงกว่ากุศลขั้นทาน ศีล  และสมถภาวนา ครับ     กุศลระดับวิปัสสนาภาวนา   ก็มีระดับของกุศลที่ประณีตแตกต่างกันไป  เป็นวิปัสสนา-ญาณขั้นต่าง ๆ ซึ่งก็แตกต่างตามระดับกำลังของปัญญา  จนถึงระดับกุศลประณีตสูงสุดคือ   โลกุตตรกุศล ที่เป็นอรหัตมรรคจิต (โลกกุตตรกุศล)  ซึ่ง สามารถดับกิเลสได้หมด 

เป็นกุศลที่ประณีตสูงสุดครับ       แต่ถ้าเราพูดถึงในชีวิตประจำวัน  กุศลขั้นการเจริญวิปัสสนา ก็สูงสุดกว่ากุศลขั้นอื่น ๆ ตามเหตุผลที่กล่าวมาคือ   ละกิเลสในใจได้จริง ๆ   แต่ กุศลขั้นอื่น เพียงสงบจากกิเลสชั่วขณะ ไม่สามารถดับกิเลสได้ครับ   ดังข้อความในพระไตรปิฎก ที่แสดงระดับของกุศลว่า กุศลใดประณีตกว่ากัน ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 ส.ค. 2554


พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔- หน้าที่ 778

    ทาน ที่บุคคลถวายให้ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขบริโภค มีผลมากกว่าทานที่บุคคลถวายให้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าบริโภค การที่บุคคลสร้างวิหารถวายสงฆ์

ผู้มาจากจาตุรทิศ มีผลมากกว่าทานที่บุคคลถวายให้ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข

บริโภค  การที่บุคคลมีจิตเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ    มี

ผลมากกว่าทานที่บุคคลสร้างวิหารถวายสงฆ์อันมาจากจาตุรทิศ        การที่บุคคลมีจิต

เลื่อมใส สมาทานสิกขาบท (ศีล)   คือ   งดเว้นจากปาณาติบาต ฯ...มีผลมากกว่าการที่

บุคคลมีจิตเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า    พระธรรม  และพระสงฆ์เป็นสรณะ     การที่บุคคล

เจริญเมตตาจิต โดยที่สุดแม้เพียงเวลาสูดดมของหอม (สมถภาวนา)  มีผลมากกว่าการ

ที่บุคคล มีจิตเลื่อมใส สมาทานสิกขาบทคือ  งดเว้นจากปาณาติบาต ฯ ........และการที่

บุคคลเจริญอนิจจสัญญา (วิปัสสนา )แม้เพียงเวลาลัดนิ้วมือ  มีผลมากกว่าการที่บุคคล

เจริญเมตตาจิต  โดยที่สุด  แม้เพียงเวลาสูดดมของหอม.

               ---------------------------------------------------------------------------

    อีกนัยหนึ่ง การแบ่ง ระดับความประณีตของกุศล ก็โดยการพิจารณาว่ามี ปัญญา เกิดร่วมด้วยหรือไม่....กุศลที่มีปัญญาเกิดร่วมด้วย   ประณีตกว่ากุศลที่ไม่มีปัญญา เกิดร่วมด้วย  พิจารณาที่ เวทนา....ถ้ากุศลที่มีโสมนัส ปิติเกิดร่วมด้วย ย่อมมีกำลังมากกว่ากุศลที่ไม่มีโสมนัส   ปิติ  และ กุศลประกอบด้วยอุเบกขาเวทนา และ  กุศลที่มีกำลัง คือ กุศลที่ไม่ต้องอาศัยการชักจูง ก็มีกำลังกว่า และประณีตกว่ากุศลที่ไม่มีกำลัง ครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ... มหากุศลจิต  ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนาครับ

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 19 ส.ค. 2554

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    ปัญญา (ความเข้าใจถูก  เห็นถูก) เป็นกุศลธรรมที่ประเสริฐที่สุด    แล้วจะหาปัญญาได้ที่ไหน   เพราะเหตุว่าปัญญา  ไม่สามารถเอาเงินซื้อได้      จะนำอะไรมาแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดปัญญา ก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน    มีหนทางเดียวที่จะทำให้ปัญญาเกิดขึ้น เจริญขึ้น คือ อดทนที่จะฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงให้เข้าใจขึ้น   ขณะที่เข้าใจนั้นคือปัญญา  ซึ่งในขณะนี้สำหรับผู้ที่ได้ฟังพระธรรม     ก็เป็นผู้กำลังอดทนที่จะให้เกิดปัญญาทีละเล็กทีละน้อย    ซึ่งจะเห็นได้ว่า ขณะที่ฟังแล้วเข้าใจเพียงเล็กน้อย นั่นก็เป็นปัญญาที่กำลังจะเจริญเติบโตขึ้น      เมื่อฟังมากขึ้นต่อไปอีก     เป็นปกติในชีวิตประจำวัน   จึงมีหนทางเดียวเท่านั้นจริง ๆ  คือ  ฟังพระธรรมให้เข้าใจ     ปัญญา เป็นธรรมที่ดีงาม  เป็นโสภณเจตสิก  เกิดร่วมกับจิตที่ดีงามเท่านั้น    แม้ในขณะที่กำลังฟังพระธรรมเข้าใจ     นี้แหละคือ  กุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา    ซึ่งมีค่ามากอย่างยิ่ง กุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญาเท่านั้น ที่จะสามารถดับกิเลสได้ตามลำดับ  

ซึ่งก็คือ โลกุตตรกุศล  ในขณะที่มรรคจิตเกิดขึ้นทำกิจประหารกิเลส 
แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงตรงนั้น  ก็จะต้องค่อย ๆ สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูกไปตามลำดับ เป็นกุศลที่ควรอบรมเจริญขึ้นในชีวิตประจำวัน ที่สามารถอบรมเจริญได้จริง ถ้าเห็นประโยชน์  และ มีศรัทธาที่จะฟัง ที่จะศึกษาพระธรรมต่อไป   ครับ.                         ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Pigmy
วันที่ 19 ส.ค. 2554

  เจริญกุศลทุประการ ตามโอกาส ตามกาลที่สมควร

 สำคัญที่สุดคือไม่ขาดการฟังพระธรรมครับ ในชีวิตประจำวันก็เลือกคบหากับพระธรรม

  เพราะเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการเจริญกุศลทุกประการนั่นเอง

  และเป็นเหตุให้ถึงความดับทุกข์อย่างแท้จริงด้วย

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 19 ส.ค. 2554

 

***-------------***

กราบอนุโมทนา จิตที่เป็นกุศลครับ 

****---------------------------***

กราบอาจารย์ทั้งสองครับ  ขออนุญาตร่วมสนทนาครับ

"แม้แต่การช่วยน้องมดแมลงที่ตกน้ำ หรือ การระวังจะเหยียบพวกเขา ระวังต่อชีวิตอื่น

งดใช้ยาฆ่าแมลง โดยไม่มีข้ออ้าง"

*** ใส่ใจทุกเรื่องแม้เล็กๆ ***

อย่างไรแล้ว  "ฟังพระธรรมให้มากครับ"

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
dets25226
วันที่ 19 ส.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
คนไทยพบธรรม
วันที่ 19 ส.ค. 2554

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
pat_jesty
วันที่ 19 ส.ค. 2554

ไม่ประมาทแม้กุศล และอกุศลเพียงเล็กน้อยค่ะ

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 20 ส.ค. 2554

ทุก  ๆ   วัน   ถ้าสติเกิด   ก็พูดดี   คิดดี   ทำดี    ที่สำคัญไม่ขาดการศึกษาธรรมะค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
pamali
วันที่ 22 ส.ค. 2554
ขออนุโมทนาค่ะ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ