กุศลธรรมที่ดีที่สุดในชีวิตประจำวัน
 
dets25226
วันที่  19 ส.ค. 2554
หมายเลข  18982
อ่าน  3,348

กุศลขั้นภาวนา เป็นการเจริญกุศลธรรมที่ดีที่สุดในชีวิตประจำวัน หรือไม่


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 ส.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย     กุศลธรรม  เป็นสภาพธรรมที่เป็น จิต-เจตสิก ที่เกิดขึ้น มีหลายระดับ ตามความ

ประณีตของกุศล ซึ่งขึ้นอยู่กับ เจตสิกที่เกิดร่วมด้วยกับจิต-ที่เป็นกุศล นั้น ครับ

   โดยทั่วไป บุญ หรือ สภาพธรรมที่เป็นกุศล ก็แบ่งกว้างๆ คือ กุศลขั้น ทาน ศีล และ

ภาวนา (สมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนา)

   กุศลขั้นทาน เป็นกุศลขั้นต่ำสุด เพราะเป็นเพียงการสละวัตถุ ไม่ได้สละขัดเกลากิเลส

ทางกายและวาจา  กุศลขั้นศีล สูงกว่าขั้นทาน      เพราะเป็นการขัดเกลากิเลสทางกาย

และวาจา แต่ยังไม่ใช่การขัดเกลากิเลสที่เกิดขึ้นทางใจ   กุศลขั้นภาวนา มี 2 อย่าง คือ

สมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนา แม้จะเป็นผู้มีกาย วาจาดีขึ้นเพราะขัดเกลากิเลสขั้นศีล

แต่ใจ ก็เป็นอกุศลได้บ่อยๆ    ดังนั้น   จึงมีการเจริญกุศลที่เป็นขั้นภาวนา  ซึ่ง หมายถึงการอบรมจิตให้สงบจากกิเลส ไม่ให้เป็นอกุศล และสามารถละกิเลส-สงบกิเลสที่สะสมในใจได้หมด นี้เป็นกุศลขั้นภาวนา ดังนั้น กุศลขั้นภาวนา จึงสูงกว่ากุศลขั้นทานและศีลและ กุศลขั้นภาวนา จะต้องเกิดร่วมกับปัญญาเสมอ   เมื่อประกอบด้วยปัญญา  กุศลขั้นภาวนาจึงประณีต สูงกว่ากุศลขั้นทานและศีล กุศลขั้นสมถภาวนา เป็นกุศลที่ทำให้สงบจากกิเลส  ชั่วขณะจิต ที่ระลึกถึงอารมณ์ที่ทำให้สงบ เช่น ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า หรือ ขณะที่เจริญเมตตา ขณะนั้นจิตสงบจากกิเลส จิตเป็นกุศล  และเมื่อปัญญาเพิ่มขึ้นก็สามารถทำให้จิตสงบจากกิเลส  คือ เป็นกุศลจิตเกิดเพิ่มขึ้น ติดต่อกันไปจนกระทั่งจิตตั้งมั่น เป็นสมาธิในกุศลธรรมบ่อยๆ ครับ   แต่ไม่สามารถละกิเลส ที่สะสมอยู่ในใจ ซึ่งมีการสะสมมาเนิ่นนานได้ ดังนั้น เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น พระองค์ทรงรู้หนทางในการดับกิเลสเป็นสมุจเฉท จึงทรงแสดงให้สัตว์โลกได้เข้าใจ คือ การเจริญวิปัสสนา-การรู้ความจริงของสภาพธรรม ที่มีจริงในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตานี่คือ  กุศลที่ประณีตที่สุดในชีวิตประจำวัน   เพราะเป็นการละกิเลส  ที่สะสมมาในใจ ได้จริงๆ  จนสามารถดับกิเลสหมดสิ้นไม่เหลืออีกครับ ดังนั้น กุศลขั้นการเจริญวิปัสสนา จึงประณีตที่สุด คือ สูงกว่ากุศลขั้นทาน ศีล  และสมถภาวนา ครับ    กุศลระดับวิปัสสนาภาวนา   ก็มีระดับของกุศลที่ประณีตแตกต่างกันไป  เป็นวิปัสสนา-ญาณขั้นต่าง ๆ  ซึ่งก็แตกต่างตามระดับกำลังของปัญญา  จนถึงระดับกุศลประณีตสูงสุดคือ   โลกุตตรกุศล ที่เป็นอรหัตมรรคจิต (โลกกุตตรกุศล)  ซึ่ง สามารถดับกิเลสได้หมด 

เป็นกุศลที่ประณีตสูงสุดครับ แต่ถ้าเราพูดถึงในชีวิตประจำวัน  กุศลขั้นการเจริญวิปัสสนา ก็สูงสุดกว่ากุศลขั้นอื่นๆ ตามเหตุผลที่กล่าวมาคือ   ละกิเลสในใจได้จริงๆ    แต่ กุศลขั้นอื่น เพียงสงบจากกิเลสชั่วขณะ ไม่สามารถดับกิเลสได้ครับ   ดังข้อความในพระไตรปิฎก ที่แสดงระดับของกุศลว่า กุศลใดประณีตกว่ากัน ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 ส.ค. 2554

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔- หน้าที่ 778

    ทาน ที่บุคคลถวายให้ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขบริโภค มีผลมากกว่าทานที่บุคคลถวายให้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าบริโภค การที่บุคคลสร้างวิหารถวายสงฆ์

ผู้มาจากจาตุรทิศ มีผลมากกว่าทานที่บุคคลถวายให้ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข

บริโภค  การที่บุคคลมีจิตเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ    มี

ผลมากกว่าทานที่บุคคลสร้างวิหารถวายสงฆ์อันมาจากจาตุรทิศ      การที่บุคคลมีจิต

เลื่อมใส สมาทานสิกขาบท (ศีล)   คือ   งดเว้นจากปาณาติบาต ฯ...มีผลมากกว่าการที่

บุคคลมีจิตเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า    พระธรรม  และพระสงฆ์เป็นสรณะ    การที่บุคคล

เจริญเมตตาจิต โดยที่สุดแม้เพียงเวลาสูดดมของหอม (สมถภาวนา)  มีผลมากกว่าการ

ที่บุคคล มีจิตเลื่อมใส สมาทานสิกขาบทคือ  งดเว้นจากปาณาติบาต ฯ ........และการที่

บุคคลเจริญอนิจจสัญญา (วิปัสสนา)แม้เพียงเวลาลัดนิ้วมือ  มีผลมากกว่าการที่บุคคล

เจริญเมตตาจิต  โดยที่สุด  แม้เพียงเวลาสูดดมของหอม.

---------------------------------------------------------------------------

    อีกนัยหนึ่ง การแบ่ง ระดับความประณีตของกุศล ก็โดยการพิจารณาว่ามี ปัญญา เกิดร่วมด้วยหรือไม่....กุศลที่มีปัญญาเกิดร่วมด้วย   ประณีตกว่ากุศลที่ไม่มีปัญญา เกิดร่วมด้วย  พิจารณาที่ เวทนา....ถ้ากุศลที่มีโสมนัส ปิติเกิดร่วมด้วย ย่อมมีกำลังมากกว่ากุศลที่ไม่มีโสมนัส   ปิติ  และ กุศลประกอบด้วยอุเบกขาเวทนา และ  กุศลที่มีกำลัง คือ กุศลที่ไม่ต้องอาศัยการชักจูง ก็มีกำลังกว่า และประณีตกว่ากุศลที่ไม่มีกำลัง ครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ... มหากุศลจิต  ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนาครับ

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 19 ส.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    ปัญญา (ความเข้าใจถูก  เห็นถูก) เป็นกุศลธรรมที่ประเสริฐที่สุด    แล้วจะหาปัญญาได้ที่ไหน   เพราะเหตุว่าปัญญา  ไม่สามารถเอาเงินซื้อได้     จะนำอะไรมาแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดปัญญา ก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน    มีหนทางเดียวที่จะทำให้ปัญญาเกิดขึ้น เจริญขึ้น คือ อดทนที่จะฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงให้เข้าใจขึ้น   ขณะที่เข้าใจนั้นคือปัญญา  ซึ่งในขณะนี้สำหรับผู้ที่ได้ฟังพระธรรม    ก็เป็นผู้กำลังอดทนที่จะให้เกิดปัญญาทีละเล็กทีละน้อย    ซึ่งจะเห็นได้ว่า ขณะที่ฟังแล้วเข้าใจเพียงเล็กน้อย นั่นก็เป็นปัญญาที่กำลังจะเจริญเติบโตขึ้น      เมื่อฟังมากขึ้นต่อไปอีก    เป็นปกติในชีวิตประจำวัน   จึงมีหนทางเดียวเท่านั้นจริงๆ   คือ  ฟังพระธรรมให้เข้าใจ    ปัญญา เป็นธรรมที่ดีงาม  เป็นโสภณเจตสิก  เกิดร่วมกับจิตที่ดีงามเท่านั้น    แม้ในขณะที่กำลังฟังพระธรรมเข้าใจ     นี้แหละคือ  กุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา   ซึ่งมีค่ามากอย่างยิ่ง กุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญาเท่านั้น ที่จะสามารถดับกิเลสได้ตามลำดับ  

ซึ่งก็คือ โลกุตตรกุศล  ในขณะที่มรรคจิตเกิดขึ้นทำกิจประหารกิเลส 
แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงตรงนั้น  ก็จะต้องค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูกไปตามลำดับ เป็นกุศลที่ควรอบรมเจริญขึ้นในชีวิตประจำวัน ที่สามารถอบรมเจริญได้จริง ถ้าเห็นประโยชน์  และ มีศรัทธาที่จะฟัง ที่จะศึกษาพระธรรมต่อไป   ครับ.     ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Pigmy
วันที่ 19 ส.ค. 2554

  เจริญกุศลทุประการ ตามโอกาส ตามกาลที่สมควร

 สำคัญที่สุดคือไม่ขาดการฟังพระธรรมครับ ในชีวิตประจำวันก็เลือกคบหากับพระธรรม

  เพราะเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการเจริญกุศลทุกประการนั่นเอง

  และเป็นเหตุให้ถึงความดับทุกข์อย่างแท้จริงด้วย

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 19 ส.ค. 2554

***-------------***

กราบอนุโมทนา จิตที่เป็นกุศลครับ 

****---------------------------***

กราบอาจารย์ทั้งสองครับ  ขออนุญาตร่วมสนทนาครับ

"แม้แต่การช่วยน้องมดแมลงที่ตกน้ำ หรือ การระวังจะเหยียบพวกเขา ระวังต่อชีวิตอื่น

งดใช้ยาฆ่าแมลง โดยไม่มีข้ออ้าง"

*** ใส่ใจทุกเรื่องแม้เล็กๆ ***

อย่างไรแล้ว  "ฟังพระธรรมให้มากครับ"

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
dets25226
วันที่ 19 ส.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
คนไทยพบธรรม
วันที่ 19 ส.ค. 2554

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
pat_jesty
วันที่ 19 ส.ค. 2554

ไม่ประมาทแม้กุศล และอกุศลเพียงเล็กน้อยค่ะ

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 20 ส.ค. 2554

ทุก ๆ    วัน   ถ้าสติเกิด   ก็พูดดี   คิดดี   ทำดี    ที่สำคัญไม่ขาดการศึกษาธรรมะค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
pamali
วันที่ 22 ส.ค. 2554
ขออนุโมทนาค่ะ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ